[FIC] HEAT … 2

Standard

Title: HEAT … [2]
Author: Nina*
Paring: Zitao & Jongin
Rating: NC-17
Author’s note: ทำไมพาร์ทนี้จงอินมันเมียจังวะ *มึน*

 

*

 

จงอินยื่นมือออกไปบิดก๊อกใต้ฝักบัวใหญ่ ละอองน้ำเย็นเฉียบสาดใส่เนินไหล่ทันทีให้ความรู้สึกสดชื่น คลายร้อนขึ้นมาทันที จงอินยืนปรับอุณหภูมิใต้สายน้ำอยู่พักนึง ก่อนจะยื่นหน้าตามเข้าไปรับน้ำเย็นๆ เส้นผมสีดำสนิทเปียกชื้นลูบเรียบไปตามโครงศีรษะ ปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านรูปหน้าหมดจด ลำคอ แผ่นอก ไปจนถึงปลายเท้าที่ยืนเหยียบอยู่เหนือพื้นกระเบื้องสีอ่อน

 

ปรือตาขึ้นเพื่อที่จะหยิบขวดแชมพู ครีมสีขาวหอมกลิ่นสดชื่นเตะจมูกอย่างจัง ก่อนที่แชมพูในฝ่ามือจะถูกขยี้เข้ากับเส้นผมจนกลายเป็นฟองครีมนุ่มนิ่มทั่วทั้งศีรษะ เสียงเล็บครูดไปกับหนังศีรษะดังก้องอยู่ในห้องน้ำราวกับว่าคนที่ยืนข้างในจะถลกหนังหัวตัวเองออกมาซักกับแชมพู

 

หลังจากสระจนรู้สึกสบายใจ ก็เตรียมจะไขก๊อกน้ำอีกหน แต่กลับได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาเสียก่อน ในตอนแรกคิดว่าจะเป็นชานยอล ก็หันไปเตรียมจะออกปากด่าเต็มที่ แต่เพราะว่าฟองแชมพูที่ดูจะเยอะเกินไปหน่อย ดันไหลย้อยลงมาตามรูปหน้าจนต้องหลับตาไม่ให้ฟองเข้าตาเสียก่อน

 

“สัดชานยอล เข้ามาทำเหี้ยไรเนี่ย กูจะอาบน้ำ”

 

“ฉันเอง”

 

เสียงของคนที่เข้ามาใหม่ไม่ต่ำลึกเท่าชานยอล แต่ก็ฟังออกในทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร จงอินนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะคลำมือหาก๊อกน้ำเพื่อจะล้างแชมพูออกจากผม

 

“จะเข้าห้องน้ำ?”

 

ที่ถามไม่ใช่เพราะจงอินคิดจะเดินออกจากห้องน้ำเพื่อให้อีกฝ่ายทำธุระอะไร แต่จะได้ปิดประตูกระจกที่กั้นระหว่างส่วนก็เท่านั้นเอง ซึ่งก่อนหน้านั้น จงอินจะต้องหาก๊อกน้ำให้เจอก่อนที่จะไปคลำหาประตูกระจกต่อนะ ท่าทางของจงอินที่คลำโน่นคลำนี่เปะปะไปเรื่อย แต่หาอะไรไม่เจอสักอย่างเสียที คงจะดูน่าสมเพชในสายตาของจื่อเทาไม่น้อย รูมเมทคนจีนก็เลยสงเคราะห์ด้วยการเดินเข้ามาล็อกแขนจงอินให้ยืนอยู่นิ่งๆ ก่อนจะคว้าเอาฝักบัวลงมาจากที่แขวน ไขก๊อกให้น้ำไหลออกมา แล้วจัดการล้างฟองออกให้จงอินเสียเลย

 

“เงยหน้า…อยู่นิ่งๆ” จื่อเทายกฝ่ามือขึ้นป้องไรผมให้จงอินที่แหงนหน้าตามประโยคคำสั่งแต่โดยดี ไม่นานสายน้ำก็ชะเอาฟองสบู่สีขาวที่ตอนแรกฟูนุ่มอยู่เต็มศีรษะของจงอินออกไปจนหมด

 

“เปียก”

 

วลีสั้นๆ บอกให้รู้ว่าตอนนี้จากคนที่ตัวแห้งตั้งแต่หัวจรดเท้า กลับกลายเป็นว่าเสื้อและกางเกงบางส่วนของจื่อเทาเปียกน้ำไปด้วยจากการสระผมให้กับจงอิน แต่สาเหตุหลักจริงๆ เพราะระหว่างที่ล้างผมไปได้ครึ่งหนึ่ง จงอินก็เกิดจะอยากตัวอ่อนตัวเปลี้ย พิงหลังเข้ากับจื่อเทาเสียนี่ แล้วแบบนั้นมันจะไม่เปียกได้ยังไง?

 

จงอินหัวเราะแผ่วเบา ก่อนที่จะกลับมายืนเต็มฝ่าเท้าโดยไม่พึ่งอีกคน จื่อเทามองจงอินที่หมุนตัวกลับเข้ามาหา ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มมุมปาก พร้อมกับดวงตาวิบวับเป็นประกาย จื่อเทาถอนหายใจพรืดใหญ่ใส่รอยยิ้มน่ามองที่ประดับของบนดวงหน้าของคิมจงอิน

 

“ไหว?”

 

“ไหวอะไร…แค่จะให้ช่วยล้าง ชานยอลแม่งเลอะเทอะ” จงอินวาดยิ้มกริ่มที่เจ้าตัวก็รู้ดีว่าจื่อเทาไม่ค่อยชอบมันเท่าไหร่ แต่จงอินรู้เถอะว่าระหว่างที่กำลังลากปลายนิ้วผ่านผ้าเนื้อดีไปตามแนวบ่าอยู่ จื่อเทากำลังใจอ่อน

 

ไม่มีแพขนตาหรุบลงต่ำหรือเปลือกตาที่ปิดลงด้วยความเขินอายยามที่ได้รับสัมผัสที่ไล้ลงตามแนวแก้ม มีเพียงดวงตาคมกล้าที่เต็มไปด้วยความอวดดีอย่างที่จื่อเทาเคยบ่นใส่จงอินอยู่บ่อยๆ นั่นทำให้จื่อเทาไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มขำใส่คนตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย

 

มือของจงอินที่จื่อเทาเคยเอ่ยชมว่ามันสวย ตอนนี้กำลังทำหน้าที่ของตัวเองในการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ชุ่มน้ำออกช้าๆ ทีละเม็ด ในขณะที่จื่อเทายืนเฉย เอนแผ่นหลังกว้างลงพิงกับผนังกระจกขุ่น ปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามต้องการ แต่ก็ไม่ลืมลูบไปตามหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ทั่วแผ่นหลังไปด้วย

 

เชิ้ตราคาแพงถูกเหวี่ยงส่งๆ ไปกองอยู่บนพื้นกลายเป็นของที่ไร้คนใส่ใจ เพราะตอนนี้จงอินสนใจเพียงแต่คนที่กำลังไล้สัมผัสไปทั่วทั้งผิวกายของตัวเอง ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายยื่นปลายจมูกมาซุกไซร้ไปมาอย่างย่ามใจ มือจงอินก็วุ่นวายอยู่กับเข็มขัดและกางเกงยีนส์ที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำจนทั้งเปียกและหนัก ทำเอาคิ้วต้องมุ่นเข้าหากันอย่างขัดใจ

 

“อากาศร้อนจะตายห่า ใส่กางเกงยีนส์หาพระแสงอะไรวะ”

 

ปากจงอินพร่ำบ่น แต่มือก็ยังขยับยุกยิกจนสามารถปลดกระดุมออกจนได้ ซิปโลหะถูกรั้งลงได้ครึ่งทาง แต่จงอินก็หยุดมือกลางคัน จนอีกคนที่กำลังสูดดมความหอมจากผิวกายสีน้ำผึ้งก็เลยชะงักตามไปด้วย แต่ก่อนที่จะทันได้ถามอะไร จื่อเทาก็ต้องกัดปากกับสิ่งที่อีกคนทำเสียก่อน

 

ปลายลิ้นลากลงต่ำจากตรงลิ้นปี่ ไล่มาตามแนวกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องที่ขึ้นเป็นลูก ผ่านร่องสะดือที่มีไรขนอ่อนขึ้นอยู่บางตา ก่อนจะหายไปใต้ขอบกางเกงยีนส์ที่ถูกแบะออกไปแล้วครึ่งทาง

 

รสแปร่งปร่าของโลหะแตะโดนลิ้น จากการที่จงอินทิ้งเข่าลงกับพื้นกระเบื้องเย็นเยียบ มือสองข้างยึดบั้นเอวกับต้นขาของจื่อเทาเอาไว้เป็นหลัก ส่วนฟันขาวก็ขบลงที่หัวซิปที่ถูกลากลงมาได้ครึ่งทาง ก่อนจะค่อยๆ ออกแรงดึงช้าๆ ให้มันค่อยๆ ไหลลงมาจนสุด ภาพจากมุมสูงที่กำลังมองทำเอาจื่อเทาต้องยกธงยอมแพ้ แค่เห็นจงอินอ้าปากงับส่วนปลายเข้าไป แล้วขยับเข้าออกปรนเปรอเขา เส้นผมสีดำของจงอินก็ถูกขยุ้มขยำจนเจ้าตัวต้องส่งเสียงประท้วง

 

ลิ้นร้อนบีบรัดไปมา ทำงานประสานกันกับแนวฟันที่ค่อยขบลงมาเป็นระยะ ดีเสียจนจื่อเทาแทบทนไม่ไหว พยายามอดกลั้นไม่ก้มลงไปมองภาพตรงหน้ามากนัก ลำพังแค่ลมหายใจกระตุกไม่ค่อยเป็นจังหวะที่รดริน แล้วหลับตาแล้วฟังเสียงสัมผัสที่โดนเต็มๆ ก็ทำให้พูดออกมาไม่เป็นภาษาอยู่แล้ว

 

“จ..ง อิน…..อ่า”

 

เสียงคำรามต่ำกับนิ้วมือที่กดลงบนบ่ารุนแรงจงอินคิดว่าอีกเดี๋ยวจื่อเทาก็เสร็จเสียแล้ว แต่ผิดคาดที่อยู่ๆ ก็ถูกกระชากขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะถูกดันแผ่นหลังให้ชิดกับผนังเย็น พร้อมกับริมฝีปากหยักที่กดลงบดขยี้รุนแรงจนจงอินไม่ทันได้ตั้งตัว น้ำลายใสไหลเยิ้มลงมาตามมุมปากของจงอินจากการแลกลิ้นกับจื่อเทาอยู่นาน เมื่อจื่อเทาผ่อนน้ำหนักที่ริมฝีปากลงจนเหลือเพียงค่อยอ้อยอิ่งเรียดอยู่แถวแก้มของจงอิน กระซิบเบาๆ ที่ข้างหู

 

“ล้างตัวก่อน”

 

จงอินหอบหายใจน้อยๆ เมื่อถูกท่อนแขนสอดเข้าข้างใต้ต้นขา กลายเป็นว่าจงอินต้องยกขาขึ้นข้างหนึ่งเกี่ยวเอวสอบของจื่อเทาเอาเป็นเป็นหลักยึด เพราะลำพังขาข้างเดียวก็พอจะประคองน้ำหนักตัวได้อยู่หรอก แต่ไม่ใช่ในขณะที่ผิวกายยังคงถูกรุนรานด้วยริมฝีปากหยักที่ขยับเคลื่อนไปทั่วทั้งปาก แก้ม ลำคอ เนินไหล่ ไปจนถึงช่วงล่างที่จื่อเทากำลังวุ่นวายอยู่กับการทำความสะอาดอย่างที่จงอินร้องขอในตอนแรก

 

ช่องทางด้านหลังถูกเบิกออกช้าๆ อย่างใจเย็น จื่อเทาไม่รีบร้อนในการทำความสะอาดร่างกายของจงอินเท่าไรนัก เพียงแต่ค่อยๆ หมุนวนอยู่ด้านนอกพอให้คนที่ตัวเล็กกว่าผ่อนคลายเองทีละน้อย จนในที่สุดก็แทรกนิ้วมือผ่านเข้าไปจนได้ จื่อเทาทำเป็นไม่สนใจเสียงประท้วงตอนที่เขากดไปโดนจุดกระตุ้นของจงอินโดยไม่ได้ตั้งใจ เจตนาของเขาก็คือการเอาทั้งคราบไอศกรีมและน้ำรักของชานยอลออกมาจากตัวจงอินก็เท่านั้น

 

ใครจะไปคลำๆ ดูแล้วรู้เลยว่ามันอยู่ตรงไหน…รู้ก็อีตอนที่จงอินโวยนี่แหล่ะ

 

เพราะว่าช่องทางถูกขยายออกกว้างกว่าปกติสักเล็กน้อย ทำให้ของเหลวอะไรต่อมิอะไรที่คั่งค้างอยู่ภายในค่อยๆ ไหลออกมาตามนิ้วและมือของจื่อเทาที่เป็นคนเปิดทางอยู่นั่นเอง จงอินที่ถูกกระตุ้นด้วยความไม่ตั้งใจของจื่อเทาแทบหมดแรง เพราะจังหวะปลุกเร้าเนิบนาบ ซ้ำพอถูกปลุกอารมณ์จนทะยานขึ้นสูง อีกฝ่ายก็ไม่ได้เร่งจังหวะให้จงอินได้พึงพอใจตามไปด้วย ราวกับว่าเจตนาของอีกฝ่ายมีแค่การ ‘ทำความสะอาด’ จริงๆ

 

แต่เพราะว่าเป็นรูมเมทกันมาสองปีกว่า…ทำไมจะไม่รู้ว่าไอ้แพนด้าชิงเต่านี่มันสันดานเสียแค่ไหน

 

ฝ่ามือหนาก็เคลื่อนไปเปิดให้ฝักบัวที่อยู่เหนือหัวสาดสายน้ำลงมา ก่อนจะคว้ามันลงมาอีกครั้ง ปรับให้ละอองน้ำที่สาดกระจายกลายเป็นสายน้ำเส้นเดียว ทั้งยังปรับความแรงให้ลดลงมาจากเดิมพอสมควร แต่นั่นก็ไม่ใช่อะไรที่ควรจะเอามาฉีดใส่กันเล่นไม่ใช่หรือไง

 

“…!”

 

ระหว่างที่ปล่อยให้น้ำจากฝักบัวและนิ้วมือทำหน้าที่ชำระคลาบที่หลงเหลืออยู่ข้างใน จื่อเทาก็กระตุกยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก็จะไม่ให้อารมณ์จะดีจนต้องฉีกยิ้มออกมาได้อย่างไร ในเมื่อตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องน้ำ ตัวเขาเองยังไม่ได้ยินเสียงของจงอินเลยสักแอะ ไอ้เรื่องพูดคุยกันนั่นมันไม่นับ เสียงหอบหายใจช้าบ้างเร็วบ้างมันก็พอชื่นใจอยู่ แต่มันจะไปเหมือนเสียงร้องของจงอินได้ยังไงกันล่ะ? ไม่เอาน่า…ผมรู้ว่าพวกคุณรู้ว่าผมหมายถึงร้องแบบไหน

 

เสียงของจงอินไม่มีตรงไหนที่ใกล้เคียงกับคำว่าหวานสักนิด แต่ฟังแล้วรู้สึกดี เวลาที่จงอินพยายามจะผ่อนลมหายใจ ไปพร้อมๆ กับการบอกให้ตัวเองระงับเสียงที่จะหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มคู่นั้น ทั้งหมดนี่สามารถหาฟังได้จากการทำให้จงอินอยู่ใต้ร่างของคุณ ปลุกเร้าเขาอย่างใจเย็น ทำให้สติของเขาหายไปทีละน้อย เป็นสิทธิ์ที่มีไม่กี่คนจะได้รับ…นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมเป็นหนึ่งในสองไม่เกินสามคนที่ได้ฟัง

 

“คิดอะไรอยู่…”

 

ประโยคคำถามที่มาพร้อมกับสายตาเอาเรื่องที่ถูกส่งมาให้รอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของจื่อเทา ทำให้รอยยิ้มอารมณ์ดีหายไปจากสีหน้าของจื่อเทา แต่ก็แค่เพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะเข้ามาแทนที่ พร้อมกับคำพูดบาดหูที่ชวนให้หงุดหงิด

 

“คิดว่า…ฉันกับชานยอล ใครกำลังทำให้นายรู้สึกดีกว่ากัน”

 

“หุบปากไปเลยสัด”

 

จื่อเทาหัวเราะในลำคอ ฟังดูไม่น่าไว้ใจยิ่งกว่ารอยยิ้มและแววตาคมกริบที่จ้องกลับไป

 

“ได้…งั้นฉันจะหุบปาก แล้วนายก็เป็นฝ่ายอ้าปากร้องแทนก็แล้วกัน”

 

และเป็นอย่างที่จื่อเทาว่า หลังจากประโยคนั้น จื่อเทาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเลย เป็นจงอินเสียอีกที่ต้องอ้าปากเก็บลมหายใจเข้าไปในปอดให้มากที่สุด เพราะเริ่มหายใจไม่ทัน ยังไม่ทันได้เตรียมใจ แม้จะเตรียมตัวมาสักพักนึงแล้ว แต่เมื่อถูกจื่อเทาสอดใส่เข้าทีเดียวจนสุดในตอนที่กำลังเผลอ ความรู้สึกจุกจนร้องไม่ออกก็แล่นปราดขึ้นมาถึงลำคอ ทำได้เพียงกดนิ้วระบายความอึดอัดใส่แผ่นหลังของจื่อเทาที่โถมเข้ามาทั้งตัวจนขาที่พยุงตัวอยู่สั่นระริก

 

จังหวะเชื่องช้าเนิบนาบของจื่อเทาไม่เคยช่วยทำให้จงอินเติมเต็มได้เลยสักนิด แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ…ไอ้คนสกุลหวงสันดานเสียที่คอยแต่จะหาเรื่องกลั่นแกล้งให้เขาแทบคลั่งตายน่ะ ไม่เคยมีคำว่าอ่อนโยนอะไรนั่นอยู่ในหัวสักนิด คิดไปเองทั้งเพ แต่ก็ใช่ว่าจงอินเคยนึกอยากถูกปฏิบัติอย่างอ่อนโยนเสียเมื่อไหร่

 

Sex ไม่ใช่ Make Love…เขาจำคำพูดของตัวเองได้ดีทุกอย่างนั่นแหล่ะ

 

รู้สึกอึดอัดจนจะครางก็ครางไม่ออก เพราะมันจุกไปหมด แต่หยุดก่อน…ไม่ใช่จุกที่ใจ ไม่ใช่จุกที่อะไรทั้งนั้น อย่าคิดว่านี่มันคือ Love Scene ได้โปรด เขากับจื่อเทาไม่ได้เป็นอะไรแบบหวานแหววๆ หยุดคิดเหอะ

 

“อึ่ก”

 

นั่นแหล่ะ…มาแล้ว หวงจื่อเทาตัวจริง แพนด้าฮาร์ดคอร์…สมญานามที่ไม่ใช่ได้มาเพราะแค่จากรูปลักษณ์ภายนอก แต่มันจากสันดานจริงๆ ของมันเลยต่างหาก

 

จื่อเทาเปลี่ยนจังหวะการขยับเข้าออกรุนแรงผิดจากหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ จงอินที่ในตอนแรกก็ไม่ได้เตรียมใจที่จะถูกสอดใส่อยู่แล้ว พอโดนเปลี่ยนจังหวะกะทันหัน ก็ไปแทบไม่เป็น ได้แต่ส่งเสียงอึกอักอยู่บนเอวของจื่อเทาที่จงใจกระแทกตัวเข้าไปไม่เว้นช่วงให้ได้หายใจ เสียงเนื้อกระทับกันดังก้องอยู่ในห้องน้ำแคบๆ ดังยิ่งกว่าทุกครั้งที่เคย

 

แค่จังหวะซอยช่วงล่างที่ทำให้จงอินเปลี่ยนตัวเองเป็นตุ๊กตาที่ได้หัวสั่นหัวคลอนไปตามแรงเขย่าของเจ้านายแล้ว แรงกัดที่กำลังทำให้จงอินได้รอยแผลเพิ่มทั้งที่มันเพิ่งจะจางหายไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนก็กลับมาอีกหน

 

คำว่ากัดของจื่อเทาที่จงอินพูดถึงหมายความว่ากัดลงมาจริงๆ เคยถูกหมากัดจมเขี้ยวไหม? คิมจงอินหมายความแบบนั้นแหล่ะ เปลี่ยนจากหมาเป็นแพนด้าในร่างคน ไม่ได้ช่วยให้ความเจ็บจากบาดแผลลดลงสักนิดเดียว จากที่ร้องไม่ออกก็กลายเป็นร้องลั่น ไม่ใช่เพราะความเสียวแต่อย่างใด มันมาจากความเจ็บล้วนๆ เลย

 

“ไอ้เหี้ยจื่อเทา! มึงเป็นหมารึไงวะ!!”

 

ไม่มีคำตอบในคำถามของจงอิน หวงจื่อเทาทำเพียงแค่คลายแรงขย้ำที่ลำคอออก ก่อนจะบรรจงแตะปลายลิ้นเก็บเกี่ยวรสสนิมเลือดออกจากบาดแผลให้จากช้าๆ รวมถึงที่ไหลออกมาจากบาดแผลจนเปรอะลำคอสีน้ำผึ้งไปหมดด้วย ทำตัวอย่างกับหมาที่เผลอกัดเจ้าของแล้วรีบเลียแผลให้เพราะกลัวเจ้านายจะดุด่า แต่เปล่าเลย จื่อเทาแม่งก็เหมือนหมาป่าเลี้ยงอย่างไรก็ไม่เชื่องนั่นแหล่ะ คิดอยากกัดก็กัด ไม่ได้รู้สำนึกที่ทำให้มีแผลด้วยซ้ำไป

 

เสียงจงอินที่พยายามพึมพำว่ากูจะกัดคอมึงคืนหายไปในลำคออีกครั้ง เมื่อถูกกระทุ้งแรงๆ จนต้องซบหน้าลงกับบ่าสีเข้มของจื่อเทา…การต่อปากต่อคำกับหวงจื่อเทาในช่วงเวลาแบบนี้แม่งไม่บ้าก็ฆ่าตัวตาย

 

ในขณะที่จงอินเจียนคลั่งจากการปลุกเร้าอย่างรุนแรง แต่จื่อเทายังคงดูสงบนิ่ง มีเพียงการขยับโยกเบื้องล่างไม่หยุดนั่นล่ะ ที่ทำให้รู้ว่าจื่อเทาก็กำลังมีอารมณ์ร่วมไม่ต่างกัน

 

“ไม่…ไม่ไหว เทา…ท่านี้…”

 

คำขอที่มาพร้อมกับขาที่อ่อนแรงจนเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ถ้าไม่ใช่ถูกล็อกขาข้างนึงเอาไว้อยู่ด้วย ป่านนี้คิมจงอินคงได้ลงไปนอนหมดสภาพอยู่กับพื้นห้องน้ำไปแล้ว จื่อเทาตอบรับคำขอเสียงสั่นจากจงอินด้วยการหยุดจังหวะรุกเร้ารุนแรงลงเหลือเพียงแต่จังหวะมั่นคงเชื่องช้า พร้อมกับยกขาจงอินขึ้นทั้งสองข้างเสียจนตัวลอย ต้องโอบแขนขึ้นรอบคอทันที เพราะธรรมดาแค่เรี่ยวแรงจะเกี่ยวเอวจื่อเทาคงไม่ช่วยให้พ้นจากเหตุการณ์หัวฟาดพื้น ถึงจะรู้ว่าจื่อเทายังมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือที่จะประคองไม่ให้เขาหล่นลงไปก็ตามที

 

ในระหว่างที่จื่อเทาเดินก้าวออกจากส่วนอาบน้ำ แรงขยับก็หยุดลงไปด้วย แต่แรงกระแทกจากการเดินไม่ได้ทำให้อะไรๆ มันขาดช่วง เพียงแค่ไม่กี่ก้าวจากใต้ฝักบัวจนถึงอ่างล้างมือที่จื่อเทาพาจงอินไปนั่งหมิ่นเหม่อยู่ตรงริมขอบ พร้อมจะสานต่ออะไรที่เกือบจะขาดช่วงไป ผิวสีเข้มของจงอินทำให้มองไม่เห็นริ้วแดงจากเลือดที่สูบฉีดได้ชัดเจนนัก แต่ลมหายใจปั่นป่วนกับเม็ดเหงื่อที่ปนอยู่กับน้ำประปา ก็ทำให้จื่อเทาอดไม่ได้ที่จะยิ้มยั่วคนตรงหน้าอีกครั้ง

 

คนถูกกระทำเงยหน้าขึ้นมองจื่อเทาที่เท้าแขนสองข้างเอาไว้กับเคาท์เตอร์โดยที่ส่วนล่างยังเชื่อมต่อกันแนบสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นเข้าไปจูบลงที่ปลายคางของจื่อเทา ออกแรงขบเบาๆ เป็นการเย้าให้อีกฝ่ายทำอะไรให้มันเสร็จเสียที

 

ในความเป็นจริง จื่อเทาไม่ได้อยากจะให้จงอินขึ้นไปนั่งบนเคาท์เตอร์เลยสักนิด ในหัวของจื่อเทาจินตนาการภาพจงอินเท้าแขนลงกับเคาท์เตอร์ ถูกตัวเองรุกเร้าจากทางด้านหลังจนแข้งขาสั่น พร้อมๆ กับที่เจ้าตัวต้องมองภาพของตัวเองในกระจกที่กำลังพร่ำเรียกชื่อของเขาให้จงอินได้ขลาดเขิน แต่ในเมื่อสาเหตุที่จงอินต้องเปลี่ยนสถานที่และท่าทางมาอยู่ตรงนี้มันก็เพราะเดิมจงอินก็แทบยืนไม่ไหวอยู่แล้ว ทั้งจากเขาเองและชานยอล

 

เก็บไว้คราวหน้าก็ได้…

 

“ฉันจะอ่อนโยน…ดีไหม สงสารคนที่จะยืนยังแทบไม่ไหวไง”

 

การปฏิบัติที่ไม่ได้ร้องขอและไม่เคยจำเป็นต้องทำก็ได้ทำให้จงอินทั้งนึกหงุดหงิด แต่ก็รู้สึกโล่งใจนิดหน่อยที่ตัวเขาจะไม่บอบช้ำเกินไปกว่านี้ ก็ใช่ว่าจะไม่เคยทำอะไรเกินสองสามยกกับผู้ชายบ้าพลังสองคนหรอกนะ แต่มันต้องไม่ใช่วันที่อากาศร้อนจะพลังงานในร่างกายถดถอยจนแทบกลายเป็นสี่ ตอนนี้ยังนึกไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าจบยกนี้แล้วจะมีปัญญาลืมตาขึ้นมาทานไอศกรีมอย่างที่อยากแต่แรกหรือเปล่า

 

“จะทำอะไรก็ทำสักที…อ่ะ!”

 

อารมณ์ที่ขาดช่วงไปเล็กน้อยจากการสนทนาสั้นๆ ถูกปั้นขึ้นมาใหม่จากการกดสะโพกลงมารวดเดียวจนสุด ก่อนจะถอนกายจนเกือบสุดเช่นเดียวกัน และตามมาด้วยการขยับช่องทางถี่ๆ จนจงอินนึกอยากตะโกนถามว่านี่ใกล้เคียงกับคำว่าอ่อนโยนที่สุดแล้วใช่ไหม

 

แต่เมื่อนึกดูแล้ว…เท่าที่สติและอารมณ์จะเอื้ออำนวย จื่อเทาก็ถือว่าไม่รุนแรงแล้วจริงๆ จงอินที่เคยชินกับการมีเซ็กซ์ที่รุนแรงกับจื่อเทา ที่เมื่อพายุอารมณ์ของจื่อเทาจบลง มันก็มักจะมาพร้อมกับร่องรอยความเสียหายทั่วทั้งตัว ตั้งแต่รอยกัด รอยขบ เนื้อตัวขึ้นช้ำเป็นจ้ำๆ สีเขียว สีม่วง สีแดง บางครั้งก็แทบจะนึกว่าตัวเองเป็นตุ๊กแก ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ใช่คนช้ำง่ายหรือผิวขาวจนเห็นรอยได้ชัดเลยสักนิด

 

เนื้อตัวของจงอินถูกจับต้องและตอกย้ำรอยขบเม้มจนพร้อยไปทั้งตัว แทบไม่เหลือที่ว่างอะไรให้แตะต้องเพิ่มเติมอีกแล้ว แต่จื่อเทาก็ไม่มีท่าทีจะหยุดลงง่ายๆ ซึ่งจงอินขอประณามว่าเป็นเพราะไอ้บ้านี่เสือกอยากจะถนอมเขาขึ้นมาทำเหี้ยอะไรก็ไม่รู้นี่แหล่ะ มันถึงไม่จบมันสักที

 

“ท..เทา จื่อเทา…”

 

“หือ…ว่าไง”

 

“มะ..ไม่ต้องแล้ว…จะทำอะไรก็ทำ กูรู้มึงไม่สุดกับแบบนี้หรอก”

 

จื่อเทาชะงักไปเล็กน้อยที่จงอินพูดแบบนั้น แต่รอยยิ้มก็ถูกจุดที่มุมปากของจื่อเทาอีกครั้งและอีกครั้ง พร้อมกับแรงกระแทกที่ทำเอาจงอินอยากจะถอนคำพูดของตัวเองเสียเหลือเกิน แต่ไม่มีโอกาสอะไรแบบนั้นจากจื่อเทา จงอินทำได้เพียงแค่ครวญครางหมดสภาพเมื่อถูกสะโพกเอาไว้แน่น พร้อมกับแรงอัดที่บ่งบอกว่าเกือบสิบนาทีอันอ่อนโยนของจื่อเทานั้น อีกฝ่ายอดทนมากแค่ไหน

 

ให้ตายเถอะ…

 

“อา…อึ่ก..อะ…”

 

“อย่าตอดนักสิวะ” ความคับแน่นบีบรัดจื่อเทาจนแทบคลั่ง เสียงครางต่ำ หอบกระชั้นรุนแรงเมื่อถูกกระทำ จื่อเทากระซิบลงที่ใบหูของจงอินที่สะบัดหน้าหนี ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เพราะรำคาญที่ทำอะไรไม่ได้ต่างหาก จงอินก้มหน้าลงพร้อมหมดแรงแม้แต่จะแหงนหน้าพิงไปกับกระจก แต่กลายเป็นว่าภาพที่เห็นมันยิ่งทำให้เสียวมากกว่าเดิม

 

ท่อนลำที่ผลุบเข้าออกเป็นจังหวะถี่ๆ ทำเอาเลือดที่สูบฉีดแล่นขึ้นมากองบนใบหน้า

 

“ชอบมองเหรอ…”

 

“เหี้ยเหอะ..กะ..กูไม่! …อ่า”

 

“ไม่อะไร…ไม่ชอบ…ไม่ได้มอง…ไม่เสียว แต่กูว่าไม่ใช่สักอย่างถูกไหม”

 

“ช่วยตัวเองสิ” จื่อเทาเปลี่ยนเรื่องพูดกะทันหันจนจงอินถึงกับงงจนตามไม่ทัน แต่จงอินก็ถูกดึงมือที่เกาะขอบเคาท์เตอร์อยู่ให้ไปกอบกุมที่แกนกลางของตัวเองที่แข็งขืนถูอยู่กับหน้าท้องของจื่อเทาจนเมือกใสที่ผุดออกมาเลอะเปื้อนไปหมด

 

จงอินสาบานว่าแทบไม่ได้ทำอะไรกับตัวเองสักนิด เพียงแค่จื่อเทากระแทกเข้ามาและออกไป ทั้งตัวและมือของจงอินก็ขยับไปตามแรงจนไม่ต้องทำอะไรแล้ว

 

“อ้าขาอีก…”

 

จงอินยังไม่ได้ขยับตามที่ขอ จื่อเทาก็เป็นฝ่ายจัดการเองเสียก่อน และนั่นเป็นอย่างสุดท้ายที่จงอินมีสติจะรับรู้ว่าจื่อเทากำลังทำอะไร นอกจากในหัวที่ขาวโพลน เห็นแต่แสงวูบไปวูบมา กับเสียงครางหนักๆ ของจื่อเทาในลำคอ

 

จื่อเทาเร่งกระแทกถี่ ทิ้งแรงหนักเป็นบางช่วงจนร่างข้างใต้ครางเสียงหลง จงอินส่ายหน้าไปมา หลับตาแน่น  มือจิกเข้าเนื้อจื่อเทาจนได้เลือดออกมาบ้าง เม็ดเหงื่อไหลซึมที่ออกมาจากผิวหนังถูกแผลที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ จนจื่อเทาเองก็ต้องครางด้วยความแสบ

 

“ซี๊ด..อ่ะ” จงอินครางออกมาเมื่อช่องทางด้านหลังกำลังตอดรัดแน่น ในขณะที่จื่อเทาก็ขยับเข้าออกไปด้วย หลังจากที่ของเหลวสีขาวกระฉูดออกมาเลอะเต็มหน้าท้องจงอิน จื่อเทาก็ยิ่งเร่งกระแทกอีกไม่กี่ที ก็ดึงท่อนลำของตัวเองออกมาก่อนจะถึงจุดสุดยอดตามคนที่นอนคอพับคออ่อนไป

 

“อึ่ก…!”

 

จงอินกึ่งนอนหอบหายใจอยู่บนเคาท์เตอร์ด้วยความหมดแรง ดวงตาปรือปรอยมองคนที่เพิ่งจะหลั่งนอกใส่ตัวเขาเต็มๆ ไปเมื่อครู่ จื่อเทากำลังลูบฝ่ามือไปทั่วต้นขาของเขา โดยที่ปากหยักก็ขยับขบเม้มตามต้นขาด้านในไปด้วย จงอินปล่อยให้อีกฝ่ายเอาเปรียบอยู่อีกสักพักจนเรี่ยวแรงเริ่มกลับมา จงอินก็เลยยกเท้าขึ้นยันตัวจื่อเทาออก ถึงจะไม่ได้ถีบแต่แรงกดจากส้นเท้าไม่ได้น้อยเลย จื่อเทาจึงต้องจำยอมถอยออกมา เหลือเพียงแขนข้างเดียวที่ยังคงเท้ากับเคาท์เตอร์คร่อมตัวจงอินไว้

 

“กูว่ากูให้มึงล้างตัวกูนะ ไม่ได้ให้มึงเอากูอีกรอบ”

 

“ก็ดูชอบนี่…โอ๊ย!” เสียงหัวเราะของจื่อเทาดังลั่นห้องน้ำ พร้อมๆ กับความหงุดหงิดของจงอินที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ก้มหน้าลงมองคราบขาวของตัวเองและอีกคนที่เลอะอยู่เต็มหน้าท้อง ก็ต้องเสยผมเบาๆ คลายความโมโห

 

“อย่าหงุดหงิดน่า…กูก็ไม่ได้แตกในแล้วไง เดี๋ยวกูอาบให้อีกรอบ คราวนี้อาบจริงๆ สัญญา” จื่อเทาเสริมเมื่อเห็นสายตาของจงอิน

 

.

 

.

 

.

 

“หูย…หายเข้าไปนานจัง น้องหนูชานกินข้าวหมดจนหิวอีกรอบละเนี่ย” ชานยอลที่กำลังนอนแผ่พุงอยู่บนโซฟาหน้าโทรทัศน์เอ่ยปากแซวขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำ ทั้งที่ยังไม่ทันได้หันไปมองคนที่เดินออกมาเลยด้วยซ้ำไป

 

“ส้นตีน”

 

ส้นตีนจริงๆ ประเคนเข้าใส่ชานยอลอย่างหมั่นไส้ จงอินที่เดินออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่และเส้นผมเปียกชื้น แววตามีความหงุดหงิดเจืออยู่ไม่น้อย ถ้าไม่ใช่เพราะอากาศภายในห้องเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศที่กลับมาทำงานอีกครั้งแล้วล่ะก็จงอินจะถีบแม่งให้ตกจากโซฟาเลย

 

“ลุก กูจะนั่ง”

 

“ไรง่าาาาาา หนูจงอินใจร้ายจัง พี่ชานยอลกะพี่จื่อเทาใช้แรงงานมาเหนื่อยๆ ก็ต้องไปนอนพื้นแข็งๆ เหรอ เสียใจอ่ะ ฮึก…” ชานยอลที่ดูแสนจะดัดจริตจนอยากจะเอารีโมทปาใส่หัวไอ้คนที่ทำตัวน่าสงสารไม่ได้เข้ากับเสียงที่ไปคนละทางกับหน้าต่าง แค่ฟังก็รู้สึกเส้นเอ็นที่ตีนมันกระตุกจะแย่ แล้วนี่ยังเพิ่มออพชั่นด้วยการกอดแขนจื่อเทาที่นั่งลงตามแบบไม่ได้สนอะไร ซบหน้าลงทำเป็นสะอึกสะอื้นอ้อน

 

มึงนี่แม่ง…

 

“ค-ยเหอะ อยากเป็นเมียไอ้จื่อเทานักกูขอให้สมใจมึง ไอ้สัด”

 

คำสาปแช่งที่ไม่ได้ทำให้ชานยอลรู้สึกสะทกสะท้าน ซ้ำยังแหย่ทั้งจงอินและจื่อเทาด้วยการทำเสียง ‘จุ๊บๆ’ ชวนสะอิดสะเอียนใส่แก้มจื่อเทาที่หันหน้ามองรายการโทรทัศน์ ไม่สนใจหมากับหมีที่เตรียมจะกัดกันอยู่ร่อมร่อสักนิด ก่อนที่จะชานยอลจะเป็นฝ่ายเบื่อ เพราะจื่อเทาไม่ให้ความร่วมมือ ขายาวลุกขึ้นไปหยิบไอศกรีมแท่งรสสตรอว์เบอร์รี่ที่ซื้อมาส่งแบ่งให้กับอีกสองคนรับไป พร้อมกับเสียงหัวเราะดังลั่นกลบเสียงแหกปากด่าของจงอิน

 

“อ่ะ…ไอติมของหนูจงอิน ทานให้อร่อยนะจ๊ะ”

 

จื่อเทาส่ายหัวด้วยความระอาใส่รูมเมทอีกสองคน พร้อมกับจ้องไอศกรีมแท่งรสสตรอว์เบอร์รี่ในมือ

 

ไอศกรีมของจงอินมันต้องรสช็อกโกแลตดิ

 

To be con

Advertisements

3 thoughts on “[FIC] HEAT … 2

  1. เหยดดดด เอสเอ็มได้แบบไม่ต้องพึ่งเซ็ตแฮปปี้มีลลล o[]O
    เร้าใจดีจัง 555555555555

  2. ตาเกิ้น

    โฮกกกก อินนี่ไหวม้อยยยยยยย ทำไมทำอะไรไม่สงสารน้องกันเลยยยยยย สองยกติดกันนี่มันโหดชริงๆ แต่ดูน้องก็พอใจ หูววววว พิเทารุนแรงชรุงงงงงงงงงง อ่านแล้วชอบมากค่ะ ถถถถถถถ

  3. พี่จื่อมันซาดิสหรือยังไงคะ ?? ทำไมชอบใช้ความรุนแรงงงงงงงง -0-
    ประโยคนี้คือบับ “กูว่ากูให้มึงล้างตัวกูนะ ไม่ได้ให้มึงเอากูอีกรอบ” // คือนีนี่ เราได้ข่าวว่าตัวถอดกางเกงจื่อมันนะ กรี้ดดดดดดดดด มีโบ้ยให้ด้วยเว้ย 5555555555
    อ่อนโยนไม่ใช่ทางของพี่จื่อสินะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    ฉันเขินนนนนนนนนน อ๊ายยยยยยยยยยยย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s