[SF] I wanna do bad thing with you (Howon x Woohyun)

Standard

Title: I wanna do bad thing with you
Author: Nina*
Paring: Howon & Woohyun
Rating: NC-17
Author’s note: เหตุมาจาก ฮบบ.เลื้อยบนเวที และ…พี่กิวโซโล่ในคอนอังกอร์ (แต่ตอนนี้ไม่มีพี่กิว ฮี่ๆ)

 

*

 

เสียงหัวเราะสดใสจากใบหน้าหวานละม้ายคล้ายกับเด็กสาว ถึงจะไม่ได้สวยหยดย้อยแบบที่ชวนให้เข้าใจผิด แต่รอยยิ้มหวานๆ ยามแย้มหัวเราะอย่างเขินอายให้กับชายหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนคุยด้วยอยู่ทำให้ต้องหยุดชะงักเพื่อมองพิจารณา ผิวเนียนละเอียดที่โผล่พ้นร่มผ้าออกมา มองจากระยะไกลขนาดนี้ยังรู้สึกได้ทันทีว่ามันจะนุ่มนวลสักเพียงใด ริมฝีปากแดงอวบอิ่มที่ขยับยิ้มตามทุกอย่างที่คู่สนทนาพูดมันก็ชวนให้จินตนาการโลดแล่นไปไกลถึงเรื่องอื่น ดวงตาเรียวเล็กที่คอยสบตาหนุ่มรุ่นพี่สลับกับเสหลบไปทางอื่นเป็นระยะ เห็นแล้วมันก็น่าอิจฉาไม่น้อย

 

…อยากได้…

 

“จ้องตาไม่กระพริบเชียวนะ…โฮวอน”

 

ใบหน้าคมกระตุกยิ้มมุมปากกับเสียงแซวจากเพื่อนสนิทที่พาดแขนลงบนบ่า เพื่อนสนิทรูปร่างสูงกำลังมองไปที่เด็กหนุ่มคนเดียวกันกับที่เขามองนั่นล่ะ เช่นเดียวกับเพื่อนคนอื่นในกลุ่มที่หยุดเดินตามตัวเขาที่นานครั้งจะมีอาการแบบนี้สักที…หยุด เพื่อสนใจใครสักคน

 

“นัมอูฮยอน…เด็กคณะอักษรฯ ปีสอง”

 

“น่ารักดี”

 

“ชอบป่ะล่ะ…”

 

“ทำไม…มึงรู้จักหรือไง” ซองยอลยิ้ม พลางเดินตามโฮวอนที่ละความสนใจจากเด็กหนุ่มผมดำที่เดินห่างออกไปแล้ว

 

“ไม่รู้จัก…แต่รู้จักพี่ซองกยู” โฮวอนเลิกคิ้วกับชื่อซองกยูที่ซองยอลพูดถึง แต่ก็ถึงบางอ้อเมื่อนึกออกว่าอีกฝ่ายเป็นพี่ชายของคิมมยองซู เด็กคณะสังคมฯ ที่ซองยอลเทียวไปรับไปส่งอยู่เช้าเย็นมาได้ราวสามสี่เดือนแล้ว แต่นั่นก็แล้วยังไงล่ะ?

 

“พี่ซองกยู ก็คือคนที่นัมอูฮยอนคุยด้วยเมื่อกี้นี้นั่นแหล่ะ” โฮวอนทำเสียง อ้อ กับประโยคบอกเล่าที่คลายข้อสงสัย กิตติศัพท์ของพี่ชายมยองซูเป็นยังไงก็พอจะได้ยินมาบ้าง กลุ่มเด็กเที่ยวมันก็มีอยู่ไม่กี่กลุ่มนักหรอก ถึงจะเป็นเด็กเที่ยวเหมือนกัน แต่ก็เป็นเด็กเที่ยวคนละแบบ ตัวเขาเองไม่ค่อยชอบเข้าไปอยู่ในร้านที่มีบรรยากาศแบบผับเสียงดังตึงตังสักเท่าไหร่ ชอบนั่งดื่มชิวๆ เสียมากกว่า ผิดกับซองยอลที่นานๆ ครั้งถึงจะได้นั่งร่วมโต๊ะกัน เพราะเจ้าตัวออกจะชอบไปเที่ยวกับพวกขาแดนซ์มากกว่า เท่าที่รู้คิมซองกยูก็ไม่ใช่พวกขาแดนซ์สักเท่าไหร่ แต่เหตุผลที่ออกไปเที่ยวกับซองยอลคืออะไรก็ใช่ว่าจะไม่รู้ ต่อให้ซองยอลไม่เล่าให้ฟังก็เถอะ

 

“ชอบไหมล่ะ…หรือว่าแค่อยากได้?”

 

“…ก็คงงั้น”

 

ซองยอลหัวเราะร่วนกับคำตอบของเพื่อนสนิทหน้านิ่ง เมื่อคิดย้อนไปถึงบทสนทนาระหว่างตัวเองกับคิมซองกยูในผับเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน นัมอูฮยอนน่ารัก น่าทะนุถนอม ดูเรียบร้อยสมเป็นลูกคุณหนูมีสตางค์ มีแต่คนอยากจะสอยลงมาจากฟ้า แต่คนที่นัมอูฮยอนสนใจดันเป็นคิมซองกยูเสียนี่ ผู้ชายอันตรายที่ใครๆ ในมหาวิทยาลัยก็รู้จักดี ไม่รู้ว่าคุณหนูคนนี้ไปอยู่ที่ไหนกันถึงได้มาตกหลุมรักผู้ชายอันตรายแบบนี้ ไหนจะเพื่อนสนิทของเขาอีกล่ะ…

 

“สงสารอูฮยอนจังเลยน้า…”

 

.

 

.

 

.

 

“อือ…”

 

นัมอูฮยอนที่เคยสดใสน่ารักอยู่ท่ามกลางแสงแดดจนทำให้โฮวอนต้องเหลียวมอง บัดนี้กลับถูกพิษของแอลกอฮอลล์เล่นงานจนประคองสติสัมปชัญญะเอาไว้ไม่อยู่ ร่างบอบบางทิ้งตัวลงกับพื้นเพราะไม่อาจยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง แต่เพราะได้แขนแกร่งมารั้งเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะทรุดลงไปกอง แทนที่จะลงไปนั่งอยู่กับพื้นกลับกลายเป็นว่าถูกประคองเอาไว้ในอ้อมแขนของเจ้าของคิ้วคมที่กำลังกอดเอวบางเอาไว้อยู่

 

“ขอโทษ…ครับ” อูฮยอนที่กำลังมึนงงเพราะภาพที่เลือนราง แต่ก็ยังพอมีสติอยู่บ้างถึงได้เอ่ยปากขอโทษที่มาช่วยตัวเองเอาไว้ได้ทัน พลางดันตัวออกจากแผ่นอกที่แนบชิดอยู่ โฮวอนคลายกอดออกให้ร่างบางได้พยายามยืนด้วยตัวเอง

 

“ไหวหรือเปล่า…”

 

“อือ…” อูฮยอนปรือตาขึ้นมองว่าใครที่กำลังพูดอยู่ด้วย ชายหนุ่มตรงหน้าดูไม่คุ้นตา แต่พอพยายามเค้นความทรงจำที่พร่าเบลอไปหมด ก็ทำให้พอจำได้ว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นเพื่อนของอีซองยอล เด็กคณะศิลปกรรมที่มากับพี่ซองกยู ชื่ออีโฮวอน…ล่ะมั้ง

 

“นายดูเมามาก”

 

เรือนผมสีดำขยับไหวตามใบหน้าที่พยักหน้ารับ เขาไม่ค่อยได้ดื่ม…หรือพูดให้ถูกก็คือ แทบจะไม่เคยดื่มเลยเสียมากกว่า ตอนที่รับน้องสมัยอยู่ปีหนึ่งก็ดื่มแค่ไม่กี่แก้วตามมารยาท ก่อนจะชิ่งออกมาจากวงเหล้าแล้วหนีไปนอนกับเพื่อนอีกสองสามคนที่ไม่นิยมการดื่มด้วยเช่นกัน แต่ที่วันนี้ออกมาดื่มเสียจนเมามายขนาดนี้ก็คงเป็นเพราะเหตุผลเดียว พี่ซองกยู รุ่นพี่ปีสี่คณะเดียวกันกับอีซองยอลที่ตัวเองแอบชอบมาสักพัก ออกปากชวนเมื่อสองสามวันก่อนว่าวันนี้จะมีปาร์ตี้ริมสระที่บ้านของหนุ่มรุ่นน้อง เขาให้ชวนใครมาก็ได้ ตอนที่ได้ยินครั้งแรกก็ดีใจแทบบ้า แม้ว่าตอนนี้จะรู้สึกคิดผิดนิดๆ ที่ยอมตามพี่ซองกยูมาถึงนี่ ไม่ใช่ว่าพี่เขาไม่ได้สนใจหรืออะไร เพียงแต่บรรยากาศแบบนี้มันไม่ค่อยเหมาะกับเขาสักเท่าไหร่

 

“ไปหาน้ำร้อนดื่มหน่อยไหม…แก้เมา”

 

“อ่า…ขอบคุณนะ” อูฮยอนพยักหน้าเชื่องช้ารับคำชวนของเพื่อนใหม่ตรงหน้า แม้จะขมวดคิ้วใส่มือหนาที่ยื่นมาให้ตรงหน้า แต่ก็ยอมวางมือของตัวเองลงไปแต่โดยดี ก็เมาเสียขนาดนี้ ขืนเดินไปหาน้ำร้อนเอง คงสร่างก่อนจะได้ดื่มสักแก้ว

 

เดินตามแรงจูงของโฮวอนที่พาเดินเข้ามาในตัวบ้าน ห่างไกลจากเสียงเพลงดังกระหึ่มของปาร์ตี้ริมสระน้ำ บรรยากาศภายในห้องครัวด้านหลังตัวบ้านของซองยอลที่โฮวอนเข้าออกประจำนั้นเงียบสงัด หลังจากปล่อยให้อูฮยอนนั่งลงบนเก้าอี้เรียบร้อย โฮวอนก็จัดแจงกดปุ่มกาน้ำร้อน แล้วหาแก้วกระเบื้องที่คว่ำอยู่บนตู้ไม้ออกมาวางเรียงสองแก้ว แก้วหนึ่งสำหรับตัวเองและอีกแก้วหนึ่งสำหรับนัมอูฮยอน

 

กึก

 

เสียงแก้วกระเบื้องกระทบกับกระจกรองบนโต๊ะทานข้าว ดึงสติของอูฮยอนที่เกือบจะล่องลอยไปด้วยความง่วงงุนให้กลับมา แก้วกระเบื้องสีหม่นที่ภายในบรรจุน้ำเปล่าที่ส่งควันร้อนขึ้นมา อูฮยอนก้มหัวขอบคุณชายหนุ่มที่ยืนเอาสะโพกพิงกับโต๊ะรอคอยให้อูฮยอนยกขึ้นดื่ม ในขณะที่ตัวเองก็จิบแก้วของตัวเองไปด้วย นิ้วเรียวสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากแก้ว แต่พอปลายลิ้นแตะกับของเหลวใสๆ ที่บรรจุอยู่ ก็คลายคิ้วที่ขมวดออก อุณหภูมิของน้ำไม่ร้อนเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะคนตรงหน้ารินน้ำเย็นลงไปด้วยล่ะมั้ง

 

น้ำหนึ่งแก้วสำหรับอูฮยอนหมดภายในเวลาอันละรวดเร็ว อาจจะไม่ได้ทำให้ช่วยสร่างเมาภายในทันที แต่อาการปวดหัวก็ทุเลาลง อย่างน้อย…ก็พอจะเห็นใบหน้าของคนที่มีน้ำใจชัดมากขึ้น

 

“ขอบคุณนะ…เอ่อ โฮวอนใช่ไหม?”

 

“ไม่เป็นไร” คิ้วเข้มเลิกขึ้นข้างหนึ่งด้วยความประหลาดใจที่อูฮยอนจำชื่อของตัวเองได้ เจ้าตัวชี้ไปที่แก้วว่างเปล่าตรงหน้าอูฮยอนเป็นเชิงถามว่าอยากได้อีกหรือเปล่า แต่ร่างบางสั่นหัวเป็นคำตอบ พลางขอบคุณซ้ำอีกครั้งสำหรับน้ำร้อน โฮวอนเดินเอาแก้วเปล่าทั้งสองใบไปล้างแล้วคว่ำเรียบร้อยก็เดินกลับมาหาอูฮยอนที่ยังคงนั่งเงียบอยู่อีกครั้ง

 

“ดีขึ้นไหม…”

 

“อือ ก็โอเค แต่…ง่วง” ริมฝีปากบางขยับ โฮวอนยื่นมือมาตรงหน้าของอูฮยอนอีกครั้ง

 

“ถ้าอย่างนั้น…ขึ้นไปนอนข้างบนไหม”

 

.

 

.

 

.

 

โฮวอนยกยิ้มกับตัวเอง เมื่อร่างบางทิ้งตัวลงกับเตียงนุ่ม ใบหน้าหวานปรือปรอยเพราะพิษแอลกอฮอลล์และความง่วงงุนที่เข้าโจมตีไม่หยุดหย่อน โฮวอนขยับตัวไปเปิดเครื่องปรับอากาศให้กับอูฮยอนที่คงจะเริ่มหงุดหงิดเพราะอุณหภูมิในร่างกายในไม่ช้า มือเรียวพยายามถอดเครื่องประดับที่ใส่มาตามร่างกายออก ติดเสียแต่ว่าไม่อาจครองสติได้ตามปกติ การถอดแหวนหรือกำไลสักชิ้นในตอนนี้ก็ดูจะเป็นเรื่องยากเย็นเสียเหลือเกิน

 

“ฉันช่วย…” อูฮยอนหยุดตีหน้ายุ่งเพราะความหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจ มือหนาค่อยๆ ปลดเครื่องประดับราคาแพงออกจากท่อนแขน เรียวนิ้ว และลำคอออกอย่างเชื่องช้า เครื่องประดับทุกชิ้นถูกวางลงบนโต๊ะที่หัวเตียง ก่อนจะที่นิ้วอุ่นจะแตะลงที่เส้นผมดำขลับ ขยับเบาๆ ทัดให้ปอยผมไปอยู่ที่หลังใบหู เผยให้เห็นต่างหูคู่สวยรูปดาวดวงจิ๋วที่ประดับอยู่

 

“ฉันถอดให้นะ”

 

“อือ” ครางรับในลำคอ ทั้งที่ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันสักนิด ก็วันนี้เพิ่งจะได้เจอกับอีโฮวอนเป็นครั้งแรก พูดคุยกันก็แทบจะนับประโยคไม่ได้ แต่ทำไมถึงได้ยอมให้อีกฝ่ายมาทำอะไรแบบนี้ให้ก็ไม่รู้เหมือนกัน อูฮยอนลอบมองเสี้ยวหน้าคมเข้มของอีกฝ่ายที่กำลังบรรจงปลดแป้นต่างหูให้อย่างนุ่มนวล ผิวของโฮวอนไม่ขาวเหมือนของเขาและดูกร้านเหมือนกับผู้ชายทั่วๆ ไป เส้นผมสีดำเหมือนกับเขา แต่แตกต่างกันที่เส้นผมสีดำสองข้างถูกไถออกจนสั้นเกรียนติดหนังศีรษะเป็นลวดลายแปลกตาจนเผลอตัวยื่นมือออกไปแตะ

 

โฮวอนชะงักเล็กน้อยที่ถูกอีกฝ่ายยื่นมือมาจับเส้นผมสั้นของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแต่ค่อยๆ ดึงต่างหูสีดำออกมา พร้อมกับเสียบคืนลงไปในแป้น ดวงตาคมมองสบกับตาของอูฮยอนที่มองตัวเองอยู่ มือหนายกขึ้นแตะใบอีกข้างเป็นเชิงขออนุญาตปลดต่างหูออกอีกครั้ง มือขาวลดลงศีรษะของโฮวอน เปิดทางให้อีกฝ่ายได้ถอดต่างหูให้ตัวเองได้ถนัดขึ้น แป้นต่างหูเงินถูกถอดออกอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วสัมผัสไปมากับใบหูนิ่มจนอูฮยอนรู้สึกจนลุก กว่าต่างหูอีกอันจะหลุดออกมาได้ อูฮยอนจำไม่ได้ว่าตัวเองกลั้นหายใจไปกี่หน

 

“เสร็จแล้ว”

 

“…ขอบคุณ” อาการง่วงเหงาหาวนานที่เกือบจะลืมไปแล้วมันวกกลับมาอีกหน คราวนี้หนังตามันเริ่มหนักจนแทบจะลืมไม่ขึ้น คำพูดขอบคุณแผ่วเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปลงไปในลำคอ โฮวอนยิ้มให้กับใบหน้าหวานที่เคลิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ ดวงตาปรือปรอยจนแทบจะปิดสนิทอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเจ้าตัวถึงได้ยังฝืนลืมมันขึ้นมาอยู่…แต่ก็ใช่ว่าไม่ชอบหรอกนะ

 

“เปลี่ยนเสื้อก่อนไหม? จะได้นอนสบายกว่านี้” อูฮยอนนิ่งไปครู่ใหญ่ จนโฮวอนนึกว่าอีกฝ่ายหลับกลางอากาศไปเสียแล้ว แต่สักพักเจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นมองโฮวอนที่ยืนอยู่ พลางเอ่ยตอบคำถาม

 

“ไม่มีเสื้อเปลี่ยน”

 

โฮวอนอดขำในคำตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความใสซื่อตามแบบฉบับลูกคุณหนู หรือเป็นเพราะว่าเมาเหล้าจนเผลอตอบอะไรซื่อๆ แบบนี้ออกมากันแน่

 

…น่าเอ็นดู…

 

“ใส่ของฉันไปก่อนก็แล้วกัน…มีทิ้งไว้สองสามตัว นายคงใส่ได้” ว่าแล้วก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ปลายเตียง หยิบเอาเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีเรียบออกมา ชุดสำหรับเปลี่ยนนอนคืนนี้ถูกยื่นให้อูฮยอนที่รับมาด้วยสีหน้ามึนงง กลิ่นหอมแดดกับกลิ่นที่อาจจะมาจากน้ำยาปรับผ้านุ่มเตะจมูกเบาๆ ไม่ได้เอามันขึ้นมาดมหรอกนะ แต่ก็ไม่ใช่ว่ากลิ่นมันแรงเสียจนได้กลิ่น เพียงแต่พอรับมันผ่านหน้าลงมาก็รู้สึกได้เองเท่านั้น

 

“ให้ฉันเปลี่ยนให้ไหม หรืออยากเปลี่ยนเองมากกว่า”

 

.

 

.

 

.

 

กระดุมสีเงินที่เรียงตัวติดกันอยู่เป็นระเบียบเรียบร้อยถูกปลดออกทีละเม็ดจนหมดแถว อูฮยอนค่อยๆ ยกแขนขึ้นตามแรงยกก่อนที่เสื้อแจ็คเก็ตตัวนอกจะถูกดึงออกไปวางพาดที่ปลายเตียงคู่กับกางเกงยีนส์เนื้อหนาที่ถูกปลดออกไปก่อนแล้ว เหลือเพียงเสื้อยืดคอวีสีฟ้ากับกางเกงบอกเซอร์ขาสั้นด้านใน ร่างบางนึกกระดากไม่น้อยที่ดันเผลอตัวตอบโฮวอนไปแบบนั้นจนตกอยู่ในสภาพชวนกระอักกระอ่วนแบบนี้

 

“อยากเปลี่ยนต่อเองหรือเปล่า” โฮวอนมองออกว่าอูฮยอนเริ่มจะสร่างและไม่ง่วงแล้ว แน่ล่ะ…คนตรงหน้าไม่ได้เมาแอ๋ถึงขนาดพูดไม่รู้เรื่องตั้งแต่แรก ได้พักสักหน่อยมันก็ต้องเรียกสติกลับมาได้บ้าง ยิ่งมาโดนทำอะไรแบบ…ให้คนอื่นเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ไม่ใครก็ใครก็ต้องรู้สึกตัวบ้างนั่นล่ะ

 

“อะ…อือ”

 

อูฮยอนหันหลังให้กับโฮวอน ก่อนจะจับปลายเสื้อยืดด้วยนิ้วมือที่สั่นระริก เขินไม่ใช่น้อยที่ต้องมาถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคนที่ไม่คุ้นเคย แต่ก็ตัดสินใจดึงเสื้อขึ้นมา เผยให้เห็นผิวขาวนวลใต้ร่มผ้าที่เพียงแค่มองด้วยสายตาก็บอกได้เลยว่าแทบไม่เคยโดนแดดเลยสักครั้ง ทั้งที่กำลังมองแผ่นหลังขาวสว่างอย่างเพลิดเพลิน ก็พลันต้องหลุดขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ จะอะไรเสียอีกถ้าไม่ใช่เพราะนัมอูฮยอนที่ขอถอดเสื้อตัวในด้วยตัวเองดันถอดเสื้อไม่สำเร็จเพราะว่าติดหัว?…คิดว่าเวลาปกติก็ไม่น่าเป็นปัญหา แต่งานนี้คงต้องขอบคุณซองยอลมันจริงๆ นั่นล่ะ

 

“ฉันช่วยดีกว่า”

 

โฮวอนจับลงบนบ่าให้อูฮยอนเลิกขยับตัววุ่นวาย ก่อนจะช่วยปลดเสื้อที่ติดอยู่บนศีรษะให้หลุดติดมือออกมาอย่างง่ายดาย ใบหน้าคมวาดรอยยิ้มให้คุณหนูนัมที่ตอนนี้เส้นผมอ่อนนุ่มยุ่งเหยิงไปหมดจากการถอดเสื้อ อูฮยอนเสสายตาหลบลงกับพื้น ไม่กล้ามองสายตาคมปลาบที่มองทอดมาทางนี้อย่างมีความหมาย…หรืออาจจะไม่ ไม่หรอก นายเมาจนเพี้ยนแล้ว อูฮยอน

 

“ขนตานายยาวมาก อูฮยอน”

 

“อะ…อือ”

 

“เคยมีใครชมไหม? ว่านาย…น่ารัก

 

“มะ…ไม่บ่อย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“น่ารัก”

 

.

 

.

 

.

 

“อือ”

 

เสียงหวานๆ ครางเครือแผ่วเบาเมื่อโฮวอนลากริมฝีปากไปตามไขสันหลังที่โค้งขึ้นตามส่วนเว้า จมูกได้รูปซุกลงบนหมอนนุ่ม สกัดกั้นเสียงครางน่าอายที่จวนจะหลุดออกมาทุกครั้งที่ถูกสัมผัส โฮวอนยกยิ้มระหว่างที่ผละออกมายกสะโพกของอูฮยอนขึ้นสูง ก่อนจะโน้มตัวลงทาบทับแผ่นหลังขาวอีกครั้ง พลางขยับตัวน้อยๆ เรียกเสียงสั่นพร่าให้เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม แนบจูบลงบนไหล่กลมมน อ่อนโยน นุ่มละมุน ก่อนจะบดเบียดรุนแรงจนเกิดเป็นรอยจ้ำช้ำเลือด

 

“วะ…วอน โฮ…วอน”

 

“หืม…?”

 

“ยะ…อย่า…ไม่…ตะ ตรงนั้น…มัน” อูฮยอนหลับตาแน่นรับความรู้สึกอุ่นจนร้อนที่ไถลพาดผ่านจุดที่ไม่สมควร หากแต่ก็หยอกเย้าคล้ายมีความสุขกับการได้แกล้งตัวเองนักหนา

 

“ตรงนั้น…ทำไม? ฉันยังไม่ได้ใส่มันเข้าไปเลยนะ อูฮยอน”

 

“โ…ฮ…วอน” เสียงเรียกชื่อโฮวอนสั่นพร่าจนแทบฟังไม่ออก ตัวนุ่มๆ ของอูฮยอนให้สัมผัสที่ดีกว่าตาเห็นเสียด้วยซ้ำ ยิ่งได้สัมผัส ยิ่งได้แตะต้องเนื้อตัวมากเท่าใด ยิ่งรู้สึกพอใจมากขึ้นเท่านั้น ปฏิกิริยาตอบรับที่เป็นธรรมชาติประกอบกับร่างกายที่ไม่เคยถูกใครสัมผัสมาก่อน มันกำลังยั่วยวนให้อารมณ์ยิ่งพุ่งขึ้นสูง โฮวอนก้มลงกระซิบถ้อยคำบางอย่างที่ชวนให้กระดากอาย จนอูฮยอนหน้าแดงซ่านด้วยความเขิน เรียกเสียงหัวเราะถูกใจกับอากัปกิริยาน่ารักดังต่ำอยู่ในลำคอ

 

“อ๊ะ”

 

กายร้อนที่เคยแนบชิดขยับออกห่างเสียจนรู้สึกได้ถึงอากาศเย็นที่ยังหมุนวนอยู่ภายในห้องนอนกว้างที่มีเพียงคนทั้งสอง อูฮยอนเกือบจะเอี้ยวตัวหันกลับไปมองอีกฝ่ายแล้ว หากไม่ใช่ว่าถูกรุกเร้าเสียจนเผลอกัดลิ้นตัวเองด้วยความเจ็บปวด ครั้งแรก หยาดน้ำตารินลงมาตามปลายหางตาเพราะความเจ็บปวดที่แทรกลึกอยู่ในทุกจังหวะของการขยับเร้า มือหนายึดสะโพกมนไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ขาดห้วงเป็นระยะเท่านั้นที่สามารถทำได้

 

เส้นผมสีเข้มปลิวไสวไปตามแรงกระแทก ศีรษะกลมสั่นคลอนทุกครั้งที่อีกฝ่ายกดกายแทรกเข้ามา

 

“อย่าเกร็ง…”

 

“อะ…อือ”

 

“ปล่อยตัวตามสบาย…ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจตามฉันสิ”

 

“ฮะ…วอน”

 

“ช้าๆ…”

 

“ดีมาก…แบบนั้นแหล่ะ เด็กดี” โฮวอนกดจูบลงบนใบหูแดงเรื่อ กระซิบคำหวานอีกครั้ง ก่อนจะจะเริ่มขยับสะโพกกระตุ้นเร้าร่างกายขาวให้กระตุกไหวด้วยอารมณ์หวาม อีกทั้งมือข้างหนึ่งที่ผละจากสะโพกมนไปปลุกอารมณ์จนอูฮยอนสั่นสะท้าน ใบหน้าหวานเริดขึ้นเหนือหมอนใบใหญ่ เสียงครางกระซิบเว้าวอนให้กระทำเรื่องน่าอายกับตัวเองให้มากขึ้นอีก ยิ่งทำให้โฮวอนได้ใจ โถมแรงทั้งตัวจนเสียงครางหวานๆ ขาดห้วงเพราะจุกเสียจนพูดไม่ออก แต่เพราะลีลาพลิ้วไหวที่ตามต่อมาก็ทำให้อูฮยอนกลับมาร้องเรียกชื่อของโฮวอนได้แสนน่าฟัง

 

รอบจูบที่ถูกประทับซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนแผ่นหลังเนียนละเอียดอย่างเสน่หานับร้อยร่องรอยที่ถูกสร้างขึ้นภายในช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่อูฮยอนถูกตระกองกอดอยู่ใต้ร่างของโฮวอน เสียงสั่นเครือตอนที่ถูกโฮวอนพรมจูบลงทั่วแผ่นหลังนั้นฟังแล้วเร้าใจยิ่งกว่าผู้หญิงหรือผู้ชายคนไหนๆ ที่โฮวอนเคยผ่านมาเสียอีก ทั้งที่บริสุทธิ์สดใสจนอยากได้มาครอบครอง แต่กลับร้อนแรงเสียจนคาดไม่ถึง ทั้งหมดยิ่งไม่อยากจะทำให้หลุดมือไปตามที่ตกลงไว้กับคิมซองกยูสักนิด

 

ไม่อยากจะให้เสียงสั่นไหวแบบนี้ไปเรียกชื่อใครอีก

 

“โฮวอน”

 

“อ๊ะ!” แรงกระแทกหนักหน่วงกระทั้นเข้ามาเป็นครั้งสุดท้ายหลังจังหวะรักที่เร่งเร้าจนถึงขีดสุดท้าย หยาดหยดของความสุขและความใคร่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างสุขสมกับทุกอย่างที่โฮวอนและอูฮยอนปรนเปรอให้แก่กันและกัน ร่างผอมบางของอูฮยอนทรุดฮวบลงกับพื้นพร้อมกับเสียงหอบถี่จากการออกกำลังอย่างหนัก ในขณะโฮวอนค่อยๆ ถอนกายออกมานอนเคียงข้างคนที่เอาแต่ซุกหน้าอยู่กับหมอนตั้งแต่ต้นจนจบ

 

“อูฮยอน”

 

“อือ…” แพขนตาหนากระพริบอย่างอ่อนล้า แต่เป็นสัญญาณว่าเจ้าตัวยังมีสติอยู่ โฮวอนเกลี่ยปอยผมที่ปรกใบหน้าสวยหวานเอาไว้ ริมฝีปากแดงเผยอออกรับเอาอากาศเข้าไปให้พอกับความต้องการของร่างกายที่ทำงานหนักมาอย่างยาวนาน ร่างหนาแนบจูบลงบนเปลือกตาทั้งสองข้างแผ่วเบาผิดกับรสรักที่มอบให้อูฮยอนอย่างหนักหน่วง รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เหนื่อยอ่อน หากแต่ยังฝืนลืมตาขึ้นมองคนที่นอนอยู่เคียงกัน

 

“หลับเถอะ”

 

.

 

.

 

.

 

มวนบุหรี่สีขาวถูกจุดขึ้นท่ามกลางความมืดหลังจากที่เสียงภายในห้องเงียบลงไป ควันสีเทาลอยอยู่รอบตัวของชายหนุ่มผมสีอ่อนที่กำลังยืนพิงกำแพงห้องอยู่ หลังอัดนิโคตินเข้าปอดไปได้ยังไม่ถึงครึ่งตัวดี ประตูห้องที่ปิดสนิทก็เปิดออก พร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มที่ก้าวออกมาจากห้อง ชายหนุ่มที่อายุมากกว่ามองสบตาคนที่เดินออกมาด้วยสีหน้าและแววตาเรียบเฉย แต่หากริมฝีปากที่คาบมวนยาสีขาวกลับยกยิ้ม และยื่นซองบุหรี่ให้อีกฝ่าย

 

“สักหน่อยไหม?…”

 

โฮวอนไม่ตอบรับหรือปฏิเสธด้วยคำพูด หากแต่ยื่นมือไปหยิบเอามวนบุหรี่ออกมาหนึ่งมวน ยื่นใบหน้าคมครามเข้าไปใกล้ชายหนุ่มรุ่นพี่เพื่อต่อบุหรี่ ก่อนจะเป็นฝ่ายพ่นควันออกมาบ้าง รสเย็นของคริปมินต์แผ่กระจายทั่วปอด สมองปลอดโปร่งขึ้นมาในชั่วขณะหนึ่ง

 

“เป็นไง…” คำถามที่ไม่ต้องการการอารัมภบทอะไรทั้งสิ้น แต่โฮวอนก็เข้าใจความหมายของมันได้ทันที หนุ่มรุ่นน้องทำเพียงแค่ยิ้มนิ่งๆ แต่ก็เรียกแววตาวาววับได้จากซองกยูทันที ถ้าหากว่าเด็กน้อยที่ไม่พยายามปกปิดสักนิดว่าชอบพอในตัวเขามากแค่ไหนยังสามารถทำให้อีโฮวอน เสือยิ้มยากของคณะศิลปกรรมยิ้มแบบนี้ออกมาได้ล่ะก็…กับคิมซองกยูล่ะ?

 

นัมอูฮยอนจะทำให้พอใจได้มากขนาดไหนกันนะ

 

*

 

FIN

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s