[SF] Boredom (Chanyeol x Jongin)

Standard

Title: Boredom
Author: Nina*
Paring: Changyeol & Jongin
Rating: NC-17
Author’s note: ตอนท้ายห้วนๆ หน่อยนะคะ ต่ออารมณ์ไม่ติด และคิดว่าจะไม่มีอารมณ์แต่ง HEAT ตอนสามไปอีกหลายเดือน 555555555555555555

 

*

[1]

 

ปาร์คชานยอล อายุยี่สิบต้นๆ กำลังนั่งอยู่ในร้านฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่งในย่านฮงแด สภาวะนั่งจ้องหน้ากับคิมจงอินที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โต๊ะด้านในสุดที่มีพุ่มไม้บังอยู่นิดหน่อย เป็นบริเวณลับสายตาจากผู้คนพอสมควร แต่เพราะว่ามันใกล้กับห้องน้ำ ก็เลยพอจะมีคนเดินผ่านเข้าออกอยู่บ้าง ติดตรงที่ว่าตอนนี้เป็นกลางดึกวันอังคาร ก็เลยไม่ค่อยมีลูกค้ามากนัก นานๆ ทีถึงจะมีพนักงานสักคนเดินมาดู หรือว่าลูกค้าที่นั่งแช่อยู่นานจนปวดท้องเบามาเข้าห้องน้ำ

 

แล้วนี่มานั่งจ้องหน้ากันดึกๆ ดื่นๆ เพื่ออะไร ทำไมไม่กลับบ้านกลับช่อง คงคิดกันอยู่สินะ

 

ปาร์คชานยอลก็อยากจะรู้เหมือนกันแหล่ะ มองหน้าไอ้คนที่ทำหน้าตาเฉยเมย แล้วก็จกของกินในถาดอาหารเรื่อยเปื่อย นิ้วก็เลื่อนผ่านหน้าจอสัมผัสไป นี่อยากจะถามเหลือเกินว่าลากกูออกมานั่งดูมึงกินมันทอดทำไมตอนห้าทุ่มวะ

 

“จงอิน”

 

ลองเรียกแม่งดู…

 

“หือ?”

 

นี่มึงช่วยเงยหน้าขึ้นมามองกูนิดนึง มึงรบกวนเวลากูออกมานะ สัด

 

“มึงลากกูออกมาทำไม…กูไม่ได้ว่างขนาดมานั่งดูมึงแดกมันทอดเล่นเป็นชั่วโมงได้นะ พรุ่งนี้กูมีเรียนเผื่อมึงจะลืม”

 

จงอินโยนมันทอดอีกชิ้นเข้าปาก ก่อนจะวางโทรศัพท์รุ่นใหม่เอี่ยมที่สภาพจอเขรอะและเกรอะกรังด้วยคราบน้ำมันและรอยนิ้วมือลงบนโต๊ะ ลูกตาง่วงๆ ของมันมองตรงมาที่ผม ก่อนจะเอามือสองข้างเท้าคางแล้วทำปากยื่นใส่แบบที่มันชอบทำอยู่ประจำ

 

“เบื่อ…”

 

—————————-*—————————–

 

อยากจะ Ctrl + C และ Ctrl + V สักแปดรีมแล้วม้วนแน่นๆ เอามาฟาดหน้าไอ้คนที่เพิ่งหลุดปากคำว่า ‘เบื่อ’ ออกมา นี่กูเสียเวลาเคลียร์งานราษฎ์ งานหลวงเป็นชั่วโมง เพื่อมานั่งมองมึงแดกอาหารขยะ เล่นโทรศัพท์ไม่สนใจกู แล้วยังมีหน้ามาให้เหตุผลกับกูว่า ‘เบื่อ’ เนี่ยนะ…

 

“ไอ้เหี้ยคิมจงอิน”

 

“โหย…อย่าหยาบคายดิ”

 

ทำเสียงงุงิมุมิมุ้งมิ้งบุ๊งบิ๊งบ๊องแบ๊งง้องแง้งใส่กูมาก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดนอกจากทำให้กูอยากถีบมึงเพิ่มขึ้นนะ คิมจงอิน

 

“ไม่ให้กูหยาบคาย? ให้กูถุยน้ำลายใส่หน้ามึงแทนป่ะล่ะ เสียเวลากู!”

 

“นอกจากหยาบคายแล้วยังเล่นสกปรกอีกนะมึง น้ำเยอะนักรึไง จะเอามาพ่นใส่หน้าคนอื่นเนี่ย”

 

รอยยิ้นยวนที่ลอยอยู่ตรงหน้าทำให้ต้องกวาดเท้าออกไปเตะหน้าแข้งคนกวนตีนแรงๆ เสียหนึ่งที แล้วก็คงแรงสมใจเสียด้วย เพราะจงอินถึงกับสะดุ้งโหยง แล้วยืดแขนลงไปลูบอวัยวะใต้โต๊ะด้วยความเจ็บ สีหน้าเหยเกทำให้ชานยอลยกยิ้มสะใจ

 

“เล่นแรงนะมึง”

 

“ค่าเสียหายกูไง กูกลับล่ะ”

 

ชานยอลหยิบกระเป๋าสตางค์่ที่นอนอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แต่กลับโดนคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามยื่นมือมาตะครุบเอาไว้ก่อน ลำพังแค่จงอินคว้าข้อมือหลวมๆ เอาไว้แบบนี้ ชานยอลก็ไม่คิดจะสนใจใยดีอะไรนักหรอก แต่ประเด็นสำคัญของมันอยู่ที่ใต้โต๊ะต่างหาก เพราะคิมจงอินไม่ได้ส่งมือมาตะครุบปาร์คชานยอลเอาไว้อย่างเดียว

 

ดันส่งอย่างอื่นมาด้วยนี่สิ

 

ชานยอลเลิกคิ้วขึ้น พร้อมกับสบตาวาวๆ ของจงอิน เรียวนิ้วที่กำอยู่รอบข้อมือค่อยๆ คลายออก พร้อมๆ กับที่ชานยอลทิ้งตัวลงนั่งกับม้านั่งตามเดิม แผ่นหลังกว้างเอนไปกับพนักสบายๆ ดวงตาสองคู่ปะทะกันกลางอากาศ โดยที่มีคำถามกึ่งท้าทายของชานยอลส่งไปท้าให้คิมจงอิน ‘ขยับ’

 

“ไ่ถ่โทษ? แก้เบื่อ?”

 

“ก็…ทำนองนั้น”

 

หลังจากอ้อยอิ่งเขี่ยผิวเนื้อที่หลังมือและท่อนแขนไปมา ในที่สุดจงอินปล่อยมือจากชานยอล ก่อนจะเท้าคางอีกหน ทำทีเป็นเอ่ยปากคุยกับชานยอลด้วยท่าทีปกติ ในขณะที่พนักงานคนหนึ่งเดินมาทำความสะอาดโต๊ะที่อยู่ใกล้เคียง ต้องขอบคุณที่ร้านนี้มีผ้าปูโต๊ะนะ

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าจงอินสะบัดรองเท้าผ้าใบตราดาวทิ้งออกไปไปเมื่อไร แต่ที่แปลกใจมากกว่าคือมันไปถอดถุงเท้าออกตอนไหน เพราะสัมผัสที่กดลงมาบริเวณกางเกงของเขามันออกจะหนักๆ แถมยังนิ้วเท้ายังขยับเสียพริ้วไหว แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็เดาเอาทั้งนั้น แล้ว…จะให้ถลกผ้าปูโต๊ะขึ้นมาตอนนี้ก็ใช่เรื่องน่า

 

รอจนพนักงานคนที่ว่าเดินกลับไปพร้อมกับผ้าขี้ริ้วในมือ ชานยอลก็เลยได้ฤกษ์เปิดปากพูดเสียที

 

“จะถูอีกนานป่ะ กูเริ่มเบื่อละ”

 

“แล้วอยากให้ทำอะไรล่ะ” ถึงจะเป็นประโยคคำถาม แต่ชานยอลไม่รู้สึกว่าจงอินจะอยากได้คำตอบสักเท่าไร ดูได้จากน้ำหนักจากฝ่าเท้าที่หายไป ส่วนจงอินก็เอี้ยวตัวกลับไปมองทางด้านหลัง ก่อนจะก้มตัวลงมุดหายเข้าไปใต้ผ้าปูสีเข้ม

[2]

 

อากาศใต้โต๊ะที่มีผ้าคลุมอยู่นี่มันไม่น่าพิศมัยเอาซะเลย คุณว่าไหม?

 

อ้าว คุณไม่เคยมุดโต๊ะมาก่อนเหรอ ก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกันที่เข้าใจผิด แค่อยากจะบอกน่ะ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกของผมเหมือนกัน

 

เอ่อ…ความจริงมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกอะไรขนาดนั้น ว่ากันในทางเทคนิคแล้วมันไม่ใช่ครั้งแรกกับอะไรหลายๆ อย่างที่ผมจะไม่เอ่ยถึงแล้ว แต่ที่ผมกำลังหมายถึงก็คือ นี่เป็นการมุดโต๊ะเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่างที่ไม่ใช่การเก็บของที่ตก อาทิ ปากกา หรือว่า ตะเกียบ

 

เพราะไอ้ที่นูนเด่นอยู่ตรงหน้าผมนี่…ไม่ใกล้เคียงกับคำว่า ตะเกียบ หรือ ปากกา สักนิด

 

อันนี้ก็ไม่ได้แนะนำอะไรหรอกนะ แค่อยากจะบอกเฉยๆ อีกนั่นล่ะ อากาศอบๆ ใต้ผ้าปูโต๊ะนี่มันร้อนจนเหงื่อไหลเลยล่ะ ไม่รู้ว่าร้านเขาปิดแอร์ช่วงดึกหรือผ้าหนาไป หรือว่าจริงๆ ผมแค่ตื่นเต้นกันแน่? บ้าน่า…ใช่เรื่องตื่นเต้นอะไรกัน ถึงมันจะน่าสนุกดีพิลึกก็เหอะ

 

ผมขยับตัวอย่างระมัดระวังไปด้านหน้า เพื่อไม่ให้ศีรษะกระแทกกับโต๊ะ ก็ความสูงของผมนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่มาขดตัวอยู่ข้างล่างแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าผีบ้าตัวไหนมันยุยงผมเหมือนกันล่ะน่า

 

ผ้ายีนส์เนื้อหนาให้ความรู้สึกสากๆ มืออยู่บ้างตอนที่ขยับฝ่ามือผ่านมันไปมาเบาๆ ก่อนจะต้องเดาะลิ้นด้วยความขัดใจกับสัมผัสปลายเส้นประสาทที่ขรุขระเป็นจุด ใช่แล้ว…ปาร์คชานยอลแม่งกระแดะใส่กางเกงยีนส์แบบใช้กระดุมแทนซิปมา

 

“อยากเสร็จคากางเกงไหม”

 

ผมพูดออกไปด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ไม่คิดจะให้ชานยอลมันกลับบ้านด้วยสภาพกางเกงชื้นน้ำเป็นจ้ำๆ หรอกนะ ส่วนคำตอบก็เดาไม่ยาก แรงทึ้งที่เส้นผมมันกำลังบอกผมอยู่นี่ไงล่ะ

 

สะบัดหลังมือไปโดนคนที่จิกหัวผมเล่นให้ปล่อย ก่อนที่ใช้มือสองข้างช่วยกันปลดกระดุมทองเหลืองเม็ดแรกออก ใช้แรงพอสมควรในการปลดเสื้อผ้าชาวบ้านเขา แต่ก็ไม่นานนัก กระดุมอีกสามเม็ดที่เหลือก็ถูกดึงแยกออกจากรังดุมเรียบร้อย เด็กชายชานยอลนอนตัวแข็งอยู่ภายใต้ร่มผ้าสีน้ำเงินสดยี่ห้อ Calvin Clein

 

ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้บอกเซอร์รัดรูปที่นูนตึงขึ้นมาจนเป็นท่อน พร้อมกับผ่อนลมหายใจร้อนที่พยายามควบคุมให้สงบนิ่งไร้การสะดุดลงไปบนอวัยวะที่ร้อนกว่า ผมรู้สึกว่าของชานยอลกระตุกเกร็งนิดหน่อย

 

เสียดายชะมัดที่ไม่ได้เห็น

 

รสชาติกางเกงในชานยอลเป็นยังไง? ผมคงบอกได้แค่ว่าให้คุณไปลองหาเนื้อผ้าที่ใกล้เคียงกับกางเกงในฝ้ายร้อยเปอร์เซนต์มาลองชิมดู คุณอาจจะเอาไปซักสักสี่ห้ารอบ ตากแดดบ้าง ผึ่งลมบ้าง แล้วก็ลองดูอาจจะได้สัมผัสจากปลายลิ้นที่ใกล้เคียง ส่วนเรื่องกลิ่น…อืม อันนี่ก็จนปัญญาจะให้ลองหามาท้าพิสูจน์

 

เอาเป็นว่ามันไม่ค่อยอร่อยนักหรอก ก็ผมไม่ใช่สัตว์เคี้ยวเอื้องนี่ จะได้นิยมพวกพืชแปรรูป แต่ถ้าว่าเพลินดีไหม ก็คล้ายๆ ว่าคุณติดหมากฝรั่งนั่นล่ะ พอเข้าปากแล้ว อะไรจะหยุดคุณได้ล่ะ?

 

ผมยึดหน้าขาของชานยอลเอาไว้หลวมๆ แค่พอเป็นหลักเท่านั้น อาจจะแถมการบีบนวดต้นขาเร้าอารมณ์บ้าง แต่ส่วนใหญ่ผมจะจดจ่ออยู่กับการโอบรัดน้องชายคนโตของชานยอลอย่างอบอุ่นด้วยลิ้นซะมากกว่า

 

ไม่ปน่ใจนักว่าความชื้นที่ฝ้ายเนื้อดีของกางเกงในยอดนิยมดูดซับเอาไว้ เป็นน้ำลายของผม น้ำกามของชานยอล หรือว่าทั้งสองอย่างกันแน่ แต่สรุปแล้ว ตอนนี้เป้าของชานยอลแฉะสมใจผมแล้ว ผมก็ผละออกมา แล้วก็เกี่ยวขอบบอกเซอร์ที่แนบติดกับท่อนเนื้อสีเข้มให้รั้งลงต่ำ ก่อนจะเหน็บๆ มันไว้แถวๆ ด้านล่างของอวัยวะส่วนนั้น

 

ร้อน…ประมาณว่าลวกปาก

 

พอผมครอบปากลงไปบนตัวของไอ้หนูชานยอลที่ดีดใส่หน้าทันทีที่มันอิสระจากเนื้อผ้า อุณหภูมิของมันก็ทำให้ผมอยากจะคายมันทิ้งซะเดี๋ยวนั้น ติดตรงที่พ่อมันดันกดหัวผมเอาไว้นี่สิ ก็เลยต้องเลยตามเลย

 

อยากพ่นน้ำใส่หน้านักใช่ไหม? ได้…

 

[3]

 

“…!”

 

ผมเกือบจะต้องร้องอู้ออกมา ตอนที่อุ้งปากของจงอินงับเอาส่วนหัวของผมเข้าไป คือ ฟันมันครูดตรงส่วร่องนิดๆ แต่จังหวะที่มันกลืนส่วนที่เหลือเข้าไปในปากนี่สิ แม่งเสียวสุดยอด

 

มันก็ดีกว่าคนอื่นที่เคยใช้ปากกับผมนิดหน่อย แต่บวกคะแนนความเสียวให้หลายแต้ม เพราะว่าบรรยากาศเลยล่ะ ก็จงอินมันมุดลงไปตั้งหน้าตั้งตารูดให้ผมแล้วไง เพราะงั้นมันไม่รู้หรอกว่าเหนือโต๊ะและผ้าปูที่บังมันอยู่เนี่ยเป็นยังไงบ้าง

 

อย่างแรก…นี่มันที่สาธารณะ กลางร้านอาหาร ถึงมุมจะลับตานิดๆ แต่ก็ไม่ใช่ในซอกตึกหรือห้องน้ำสาธารณะร้างผู้คนสักหน่อย

 

อย่างที่สอง…ตอนที่จงอินเริ่มลงลิ้น ก็มีลูกค้าคนอื่นเดินผ่านมา เพื่อเข้าห้องน้ำพอดี โอเค เธอสวย เธอชายตามองผมด้วย แต่ อืม คุณเข้าใจใช่ไหมว่าตอนนี้ผมคงไม่มีอารมณ์จะสนใจเจ้าหล่อนสักเท่าไรน่ะ

 

มือซนๆ ของจงอินที่เกาะหน้าขาของผมเอาไว้ทั้งสองข้าง เริ่มเลื้อยลามขึ้นมาเหนือขอบกางเกงยีนส์ จนผมต้องหดเกร็งหน้าท้องที่เจ้าตัวขยับนิ้วลูบไล้ไปมาอยู่แถวใต้สะดือ สีข้าง และส่วนอื่นๆ ยอมรับเลยว่านี่แก้เบื่อได้ดี ดีเกินไปด้วยซ้ำแล้วล่ะ

 

ภายในปากของจงอินทั้งอุ่นและเปียกจนแฉะไปหมด ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจงใจปล่อยให้น้ำลายมันไหลย้อยออกมามากกว่าปกติ หรือความจริงนี่คือปกติของมันกันแน่ แต่ช่างมันเถอะ อะไรมันจะไปสำคัญเท่ากับลีลาการใช้ปากทำออรัลเซกส์ของคิมจงอินอีกล่ะ

 

ริมฝีปากของหมอนั่นค่อยๆ ลากผ่านผิวเนื้อไปตามความยาวจากโคนจนถึงปลายยอด เม้มปากแน่นๆ จนผมเหงื่อแตกพลั่ก ก่อนที่จะคลายออกอย่างเชื่องช้่า แต่ก็ัยังไม่ละออกไปเสียทีเดียว ยังคงอุตส่าห์ขบเบาๆ ด้วยฟันเสียสะดุ้ง แล้วปลอบประโลมด้วยการละเลงปลายลิ้นลงไปในร่อง

 

จังหวะของจงอินมันกวนตีนกันชัดๆ

 

ไอ้การห่อลิ้นแล้วขยับปากเข้าออกเร็วๆ นี่มันทำรู้สึกจี๊ดขึ้นไปถึงสมอง เสียวสันหลังเป็นวูบๆ เหงื่อกาฬยิ่งพากันผุดออกมาจากขมับไม่หยุด จนไหลหยดลงมาที่ปลายคางแล้วเนี่ย

 

ถึงจะพยายามผลัก พยายามดันไหล่จงอินให้เบาแรง ผ่อนจังหวะลงสักนิด เพราะเกือบจะหลุดทำเสียงประหลาดๆ ออกมาอยู่แล้ว ตอนที่แม่สาวคนเดิมเดินกลับมาออกมาจากห้องน้ำ ก็ได้แต่ส่งยิ้มแหยๆ ไปให้ พร้อมกับบีบบ่าของจงอินอย่าแรงเป็นการปราม จนเจ้าตัวร้องประท้วงอืืออาดังมาจากใต้โต๊ะ

 

ใ้ห้ตายเถอะ

 

นอกจากแม่งจะไม่เบาแรงแล้ว มันยังกัดด้วย

 

ผมตวัดผ้าปูโต๊ะขึ้นเล็กน้อย ทำให้เห็นได้ชัดถนัดตามากขึ้นว่าคนที่ซุกหน้าอยู่ตรงหว่างขากำลังสนุกสนานอยู่กับการอมแล้วดูดตามคอนเซปท์ไอศกรีมสักยี่ห้อแค่ไหน พอแสงสว่างมันสาดลงไปถึงข้างล่าง จงอินก็ช้อนตาขึ้นมองผมทันที ทั้งที่ส่วนนั้นยังคงคาอยู่ในปาก ผมไม่ได้รู้สึกไปเองแน่ๆ ว่าจงอินมันแอบยิ้มยั่ว

 

ไม่ใช่ยิ้มยั่วสวาทอะไรแบบนั้น แต่เป็นยิ้มยั่วประสาทซะมากกว่า

 

ผมยังไม่ทันจะได้คิดทำอะไรต่อ จู่ๆ จงอินก็หยุดเร่งจังหวะ คายเอาน้องรักของผมที่ตอนนี้ตัวเปียกไปหมดออกมา แล้วค่อยๆ ก้มลงกลับไปบรรจงเอาริมฝีปากแตะลงผิวร้อนเหมือนจะเป็นไข้ทีละจุดๆ เว้นช่วงห่างกันแค่ทีละนิดๆ จนถึงส่วนโคนบางที่ก็เผยอปากออกงับ บางที่ก็ขบแรงๆ ให้ผมตัวกระตุกเล่น และทิ้งท้ายด้วยการเอียงคอลากลิ้นรวดเดียวจนถึงส่วนหัว โดยทั้งหมดนี้ ผมกับมันสบตากันอยู่

 

ผมสะบัดผ้าปูโต๊ะกลับที่เดิมทันทีที่ได้ยินเสียงคนกลุ่มใหญ่กำลังจะเดินผ่านมา เสียงหัวเราะในลำคอดังมาจากข้างล่าง ทำให้ผมต้องเก็บกลั้นอารมณ์หลายอย่างเอาไว้ภายในใต้ใบหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรผิดปกติ มือก็หยิบเอาโทรศัพท์ที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะมาเลื่อนผ่านไปมา ทั้งที่ไม่มีแม้แต่สมาธิจะมองอะไร

 

แรงกดหนักๆ ตรงปลายดังขึ้นก่อนหน้าการกลัดกระดุมเม็ดกลางที่กางเกงอย่างไม่ทันตั้งตัว เล่นเอาทั้งจุกและเจ็บ จนต้องฟุบหน้าลงกับโต๊ะ งอตัวให้อาการปวดหนึบๆ มันทุเลา ก่อนที่จงอินมันจะโผล่พรวดขึ้นมาจากใต้โต๊ะพร้อมกับสีหน้าร่าเริงแจ่มใส

 

“หาไม่เจออ่ะ ไม่รู้ตกอยู่ตรงไหน ช่างมันเถอะเนอะ ไว้ค่อยซื้อใหม่”

 

คือ…

 

มึงทำอะไรตก มึงจะซื้ออะไรใหม่ บางทีก็นัดแนะ แอบเตี๊ยมกับกูบ้าง ไม่รู้ว่าหน้าตาสะเหล่อปนอึดอัดของผมมันจะตลกมากแค่ไหนสำหรับคิมจงอิน แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เจ้าตัวหันหน้าหนีไปดูดน้ำอัดลมก้นแก้วขึ้นมาดื่มจนหมด จนเกิดเป็นเสียงดูดลมเปล่าๆ ดังครืดคราด

 

“กลับบ้าน…มั้ย?”

 

ยังจะต้องถาม?

 

[4]

 

กลับไม่ถึงบ้าน

 

บังเอิญว่าพอพยายามเดินออกมาจากร้านพร้อมอาการหน่วงๆ โดยมีไอ้ตัวต้นเรื่องคอยแตะ คอยจับเนื้อต้องตัวไปตลอดทางได้ถึงแค่ประตูรถของตัวเอง ชานยอลก็คว้าไหล่เอาคนที่กำลังจะเดินอ้อมไปนั่งอีกฟากเอาไว้ จัดการเปิดประตูรถด้านหลัง แล้วโยนของดำส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรเข้าไปนอนอยู่บนเบาะหนัง ก่อนจะพาตัวเองขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวมันนั่นล่ะ

 

“เดี๋ยวๆ ใจเย็น…โว้ ชานยอลๆ” จงอินตะเกียกตะกายยันศอกขึ้นมาจากเบาะด้่านหลัง ในขณะที่ชานยอลหน้ามืดจนเกือบจะไม่สนอะไรอยู่แล้ว กระดุมทองเหลือเม็ดกลางที่รั้งผ้ายีนส์เอาไว้ไม่ให้อะไรๆ ที่ไม่สมควรดีดออกมาสู่โลกภายนอกถูกกระชากจนหลุดออกจากรังดุม พร้อมกับที่ชั้นในสีเข้มกับกางเกงถูกรั้งลงไปครึ่งสะโพก นัยว่างานนี้จงอินเจ็บตัวแบบไม่ทันเตรียมตัวแน่แล้ว

 

จงอินที่ดันตัวขึ้นมาได้ ก็คว้าคอของชานยอลลงมากดจูบกับริมฝีปากหนักๆ พร้อมกับนวดคลึงที่ต้นคอให้อีกฝ่ายสงบ ส่วนมืออีกข้างที่ว่างก็บีบเคล้นส่วนที่ร้อนรนที่สุดในร่างกายของชานยอลเป็นการเอาใจ

 

“ปิดประตูก่อน…โอเคนะ? คงไม่อยากโดนข้อหากระทำอนาจารในที่สาธารณะใช่ป่ะ”

 

จงอินกระซิบบอกเหตุผล ก่อนจะปล่อยให้ชานยอลเอี้ยวตัวไปปิดประตูรถ พร้อมกับกดล็อคทั้งคัน ในขณะที่ตัวเองก็เกี่ยวชายเสื้อขึ้นแล้วถอดออกทางเหนือหัว เหวี่ยงมันข้ามเบาะผู้โดยสารไป แล้วเอนตัวลงนอนรอชานยอลที่หันกลับมา

 

BMW 730 DL ของชานยอลคันนี้่ นอกจากสีดำมันวาวทั้งคันแล้ว ฟิล์มก็ปิดทึบสุดๆ ถ้ากิจกรรมตอนไปนี้ไม่รุนแรงจนโช๊คทำงานหนัก หรือมีรปภ.สักคนเดินผ่านมาเดินเล่นแถวนี้ตอนตีหนึ่ง จงอินกับชานยอลก็ไม่น่าจะโดนข้อหาอะไร…มั้ง

 

ชานยอลยันเข่าข้างหนึ่งลงไปกับพื้นรถ เพื่อไม่ให้หัวกระแทกกับหลังคา แล้วโน้มตัวลงไปกัดปากของจงอินที่เผยออ้ารอรับอยู่แล้ว ลิ้นร้อนกวาดเอารสเค็มเกลือของมันฝรั่งทอดผสมกับรสหวานที่น้ำอัดลมยังคงค้างอยู่ภายในช่องปาก เสียงดูดปากและลิ้นก้องอยู่ในรถดังจ๊วบจ๊าบ ผสานไปกับเหงื่อที่ไหลลงมาแนวเนื้อกล้ามเนื้อ เพราะอากาศอับภายในรถ

 

รสชาติประหลาดทำให้ความหิวกระหายพุ่งทะยานขึ้นสูง จงอินถูกรุกไล่ด้วยจูบรุนแรงจนต้องกระถดตัีวถอยหลังไปจนหลังและศีรษะกระแทกกับกระจกรถ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชานยอลหยุด หนำซ้ำนิ้วยาวยังบดขยี้ลงบนยอดติ่งไต่สองข้างของจงอินด้วยน้ำหนักที่แรงพอๆ กันจนคนข้างใต้สะดุ้งด้วยความเจ็บ เผลอยกเข่าขึ้นข้างหนึ่งกระแทกกับหน้าท้องของชานยอล

 

คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความไม่ชอบใจ เป็นผลให้จงอินถูกกัดเข้าที่ปลายลิ้นอย่างแรง ถึงจะไม่ได้รสเลือด แต่ก็คงช้ำบวมไปอีกหลายวัน

 

ฝ่ามือของชานยอลบีบเคล้นทั่วบริเวณหน้าอกของจงอิน ก่อนจะลากลงผ่านลิ้นปี กล้ามท้องเหนือสะดือ ตามด้วยริมฝีปากและแนวฟันที่ทำรอยจ้ำช้ำสีเข้มทั่วทั้งคอ มาจนถึงร่องที่บุ๋มลงไป ปุ่มลิ้นชิ้มรสจนพอใจ ชานยอลก็จัดการปลดกระดุมและซิปกางเกงของจงอินออก ก่อนจะกระชากรวดเดียวลงมากองอยู่ที่หัวเข่า แล้วก็ดึงอีกที จนมันหลุดพรวดไปกองที่ข้อเท้า และเป็นจงอินเองที่เขี่ยมันออกไปให้พ้นทาง นอนเปลือยเปล่าทั้งตัว เหลือแค่ชั้นในบางๆ ตัวเดียวที่ตอนนี้ก็ถูกถอดตามออกไปแล้ว

 

ลูกชายคนเดียวของจงอินที่ค่อยๆ ตื่นขึ้นมากลางดึกผงกหัวทักทายเพื่อนของพ่อช้าๆ ก่อนจะกลับไปนอนนิ่งๆ อยู่บนตัวคุณพ่อ โดยมีคุณน้าชานยอลพยายามเขย่าปลุกด้วยความเร่งรีบ เพราะใจจริงชานยอลไม่ค่อยสนใจนักว่าตอนนี้คิมคนพ่อกับคิมคนลูกจะพร้อมหรือไม่พร้อม

 

จงอินร้องเหวอ เมื่อจู่ๆ ก็โดนกระชากอีกรอบ คราวนี้ไม่เหลือเสื้อผ้าอะไรให้กระชากแล้ว ก็เลยเป็นการกระชากให้จงอินขึ้นมานั่งทับอยู่บนตัวชานยอลแทน ส่วนชานยอลก็เร่งรีบเอนตัวลงนอนไปกับพื้นแล้วดึงให้จงอินขยับไปนั่งให้ตรงจุด ปล่อยให้ฝ่ามือทำหน้าที่เขย่าคอจงอินน้อยให้สำลักน้ำออกมาเป็นพักๆ

 

ตอนที่แลกเอนไซม์กันอยู่ในปาก ชานยอลก็จับก้นของจงอินยกขึ้นสูงเล็กน้อย แล้วสอดพรวดเอานิ้วแรกให้ผลุบหายเข้าไป ความเจ็บและฝืดเคืองทำเอาจงอินสะดุ้งจนต้องโหย่งตัวจะเอาออก แต่ชานยอลกลับยึดสะโพกเอาไว้แน่น พร้อมๆ กับหมุนควงนิ้วเดียวที่อยู่ด้านในให้ขยับ

 

“อือ…” จงอินครางประท้วง แต่ชานยอลไม่สน ขยับสะโพกให้น้องชายถูแก้มก้นจงอินจนน้ำเหนียวๆ เลอะเปรอะไปหมด

 

น้ำที่ปริ่มเอ่อออกมาถูกใช้แทนสารล่อลื่นที่ใช้การได้ดีกว่าไปชั่วคราว ช่องทางด้านหลังถูกขยายออกอีกครั้งด้วยนิ้วที่สอง เล็บที่ยาวเกินออกมาจากปลายนิ้วครูดถูกผนังด้านในจนจงอินร้องเสียงหลง เจ็บก็เจ็บอยู่แล้ว ยังจะเอาแสบเพิ่มอีกอย่างด้วย?

 

ขยับชักเข้าออกจนเริ่มจะคลายอึดอัด ชานยอลก็ยัดนิ้วสุดท้ายเข้าไปจนจงอินเกร็งต่อไม่ไหว ต้องทิ้งน้ำหนักทั้งตัวลงบนตัวชานยอล ทำเอาคนโดนทับหัวเราะออกมาเบาๆ จงอินงับปากล่างแล้วดึงแรงๆ เป็นการแก้เผ็ด แต่นั่นเทียบไม่ได้กับตอนที่ชานยอลรูดเอานิ้วทั้งสามออกมา แล้วเปิดฝาเก็บของออก หยิบเอาซองฟรอยด์สีเงินออกมาสวมให้ตัวเอง ก่อนถ่มน้ำลายใส่ฝ่ามือตัวเอง ทั้งลูบและรูดอยู่แถวปากทางอยู่พักใหญ่ ยกสะโพกจงอินขึ้นอีกครั้ง

 

แล้วดันพรวดเข้าไปเดียว

 

“อึก…จ เจ็บ…เจ็บ”

 

ความเสียวที่ด้านหน้าไม่ช่วยอะไร เพราะขนาดกับความยาวที่ทะลวงเข้าไปมันหนักหนากว่ามาก แถมชานยอลยังสนใจกับการทำประตูมากกว่าช่วยลูกชายของชานยอลที่นอนพับไปแล้วด้วยอาการบาดเจ็บของกองหลัง

 

จงอินก้มตัวลงไปจูบปากกับชานยอล เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ในขณะที่ชานยอลกำลังพยายามขยับสะโพกเข้าไปด้านในช้าๆ ให้จงอินรู้สึกคลายอาการปวด แต่อาการแข็งขันไม่หยุดของชานยอลก็ทำเอาเจ็บจุกจนชินมากกว่าที่จะรู้สึกดีขึ้น ซ้ำอีกฝ่ายยังไม่สนใจจะจูบตอบจงอินสักเท่าไร กลายเป็นว่าจงอินกำลังตั้งหน้าตั้งตารุกจูบชานยอล ส่วนชานยอลก็ตั้งหน้าตั้งตาซอยจังหวะที่ช่วงล่างแทน

 

มือใหญ่สองข้างล็อกสะโพกของจงอินเอาไว้แน่น แล้วจับยกให้ขย่มขึ้นลงอย่างแรงเสียจนรถกระเทือน

 

“ซี๊ด…อา อา..อะ…”

 

เสียงครางเครือหลุึดออกมาจากลำคอ โดยที่ส่วนล่างก็ยังทำงานประสานกับมือที่กดสะโพกของจงอินลงมาได้ดี น้ำหนักที่กระแทกลงสอดรับกันดีกับแรงที่สวนขึ้นมา สร้างความสุขสมให้ชานยอลจนเริ่มจะคลายจากอาการหน้ามืดก่อนหน้านี้ลงไปมาก ฝ่ามือกร้านผละออกมากอบรอบส่วนหน้าที่อ่อนปวกเปียกของจงอินเอาไว้ ขยับเขย่าอยู่สักพักก็กลับมาแข็งสู้มืออีกครั้ง

 

ชานยอลจับสะโพกของจงอินยกขึ้นสูงจนท่อนแข็งที่บวมเปล่งเกือบหลุดออกมา แต่ชานยอลก็ปล่อยให้ตัวจงอินไหลกลับมาตามแรงโน้มถ่วง ไม่ได้รวดเร็วถึงขั้นเสี่ยงหักใน แต่ก็แรงพอจะทำให้จงอินสะดุ้งสั่น เสียงร้องสลับกับเสียงซูดปากฟังดูสับสน แต่สีหน้าเหยเกก็ดูมีความสุขและอารมณ์ร่วมไม่น้อย ชานยอลจึงยิ่งเร่งจังหวะถี่หนัก จนคนบนตัวครางหวือ ใบหน้าผงกขึ้นลง เส้นผมสีเข้มสั่นคลอนอยู่ไหวๆ เปลือกตาปิดแน่นไหวระริกตามปากที่อ้าออกหายใจ

 

“ฮ่ะ…อึก โอ๊ย…”

 

หลังจากปล่อยให้น้ำอุ่นเข้าไปในถุงใสๆ เรียบร้อย ชานยอลก็ค่อยเร่งมือช่วยให้จงอินไปถึงฝั่งฝันตาม ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที จงอินก็โดนรีดน้ำออกมาจากตัวจนหมด แต่ก็ยังคงเท้าแขนเอาไว้กับเบาะหนัง มองดูชานยอลค่อยๆ เก็บกวาดน้ำขาวขุ่นจำนวนมากที่ไหลเปรอะเสื้อยืดที่ชานยอลไม่ได้กำจัดออกไปก่อนหน้า

 

“โยกทำไม อยากโดนอีกรอบรึไง เสียใจนะ พรุ่งนี้กูมีเรียน”

 

จงอินหัวเราะแผ่ว ก่อนจะออกแรงยันหน้าท้องของชานยอลเอาไว้เบาๆ ปล่อยให้แท่งเนื้ออ่อนหลุดออกมา จากถุึงสีใสๆ กลายเป็นสีข้นๆ เพราะคราบน้ำที่อยู่ภายใน พอจงอินลุกออกจากตัวชานยอลแล้วปีนไปนั่งอยู่ที่เบาะหน้าเพื่อจัดการใส่เสื้อผ้าให้ตัวเอง ชานยอลก็รูดเอาเครื่องป้องกันออกแล้วควานหาเอาถุงพลาสติกที่ซุกเก็บเอาไว้ในลิ้นชักด้านหน้าออกมา จัดการโยนคอนดอมใช้แล้วลงไป ก่อนจะจัดการเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย ส่วนเสื้อที่เลอะ ก็อาศัยเอาว่ามันมืดมาก คงไม่มีใครสนใจจะสังเกต แล้วเปิดประตูรถออกไปพร้อมกับถุงขยะในมือ

 

ครู่หนึ่งชานยอลก็เดินกลับมาทิ้งตัวหลังพวงมาลัย หันไปมองจงอินที่แต่งตัวเสร็จแล้ว และกลับไปก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ตามเดิม

 

“มึงนี่นะ…” ชานยอลจิ๊ปาก ก่อนจะบิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง

 

“สันดานจริงๆ ตกลงเรียกกูออกมาทำไม”

 

จงอินหันมาทำตาแป๋วใส่คนที่ถามอย่างไร้เดียงสา ไร้เดียงสามากจนชานยอลก็เกือบจะเชื่อแล้วล่ะนะ ถ้าไม่ได้เป็นเพื่อนกันมานาน และเหตุการณ์วันนี้มันทำให้เกินจะเชื่อได้ลงเหลือเกิน

 

“ก็…เบื่อไง”

 

อ้อ…ตกลงกูเป็นของแก้เบื่อของมึงสินะ

 

*

 

FIN

Advertisements

6 thoughts on “[SF] Boredom (Chanyeol x Jongin)

  1. petit_suho

    พี่แตงงงงง ฟหกดเ้่าสวงวสา่เดกหฟหกดเ้่าสวงวสา่เดกหฟหกดเ้่าสวง สิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือ…ตั้งแต่จงอินกลายมาเป็นนายเอกฟิคของขุ่นพี่ ก็แทบไม่มีเรื่องไหนที่จะใสอีกเลย(?) ถถถถถ เป็นคนที่เห็นแล้วต้องคิดมิดีมิร้ายด้วยตลอด โฮๆๆๆๆๆ กาม___กาม

    เบื่อมากมั้ยลูก โอ๊ยยยยย ออกมาหาอะไรทำได้สนุกละเกิลลลลล มุดโต๊ะเลยเหรอ ฟหกดเ้่าสวงวสา่เดกหฟหกดเ้่าสวงวสาเดกหฟหกดเ้่าสวง แม่อยากจะบ้า ถถถถถ คือเร้าใจเกิ๊นนนนน คือชานยอลต้องใจเย็นไง คือพอถึงรถแล้วไม่มีอินโทรอะไรเลยสินะแถมยังจะเปิดประตูรถเอาไว้อีก ถถถถถ จงอินออนท็อปคือที่สุด ก๊ากกกกก น้องไม่รู้จะพูดยังไง กี๊ดดดดด แต่มันสมจริงมากเลยง่ะขุ่นพี่ตอนบรรยาย จริงๆก็ไม่รู้หรอกสมจริงมั้ย แต่เจ้บรรยายได้แบบเหมือนมี…..ค่ะ ถถถถถ #โดนต่อย

    นี่ขนาดมีเรียนนะชานยอล แต่ก็ไม่รอดคำขอของจงอินไง คือตามใจ คือแพ้ ถถถถถ โอ๊ยยยยย ว่าแต่แก้เบื่อได้มั้ยละคะจงอินขาาาาา จริงๆตั้งใจเรียกชานยอลออกมาก็เพราะเรื่องแบบนี้ใช่มั้ยล่ะ กี๊ดๆๆๆๆๆ ว้อยๆๆๆๆๆ ฟหกดเ้่าสวงวสดกหฟหกดเ้่าสวง

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ติ่ง___ติ่ง

  2. ฮือออออ ชานไคของหนู หาอ่านยากมากค่ะ
    ขอบคุณมากๆนะคะที่ไรเตอร์แต่งมาให้อ่าน
    เราอ่านเรื่องแรกตั้งแต่ HEAT แล้วชอบมาก
    จะมีใครเล่าแต่งน้องไครับได้ถึงใจขนาดนี้
    ขอบคุรอีกครั้งค่ะ ติดตามนะคะ ^^

  3. aly

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แบบบบบบบบบบบบบว่าาาาาาาาา
    ฮือออออออออออออ ไรเตอร์จ๋าาาา แต่งมันส์มาก
    เรททะลุคือถึงใจ เสียวแทนนางจงงินนี่เล่นอะไรไม่รู้เรื่องแล้วววว
    แบบฉากใต้โต๊ะนี่ฟินไปเถอะค่ะ เราแบบ พฮือออออออออแซ่บบบบบบบบบ
    มันช่ายยยยยยยยยยยยยยยยยเลย เราชอบมากกกกกกกกกกก
    พี่จงงินคือนางอยากผ่อนคลายให้พิชานว่างั้นเหอะ มาแกล้งบอกว่าเบื่อไร
    ฉันคนหนึ่งที่ไม่เชื่อล่ะย่ะะะะะะ
    แง สู้ๆนะค่าไร แต่งฟิคดีๆต่อไปเราเป้นกำลังใจให้ >_<

  4. โถ่ววววววววว ยอลไม่เข้าใจคำว่าเบื่อของจงอินอ่าา
    คือแบบเบื่อเตียงไง ในรถบ้างก็ได้ กรี้ดดดดดด กามมม 55555555555
    ถ้าฉันเป็นพี่ชาน ฉันตายแน่ๆ ฮือออ จงอินอ่าาา กูเขินนนน -//-

  5. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เสียเลือดจ้าาาาาา
    อ่านเรื่องนี้แล้วกำเดาจิไหลลล โอ้ยยย จงอินน่ามันเขี้ยวววว
    ส่วนพี่ชานแลดูเอ็กซ์แตกกกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ชอบบบบบบบบบบบบบ ไม่ไหวแล้วค่าาาาาาาาาาาาา *เป็นลมรัวๆๆๆ

    ปล. ดีใจที่พี่ชานใช้ถุงยางเพื่อสุขอนามัยที่ดี 555555555555

  6. Faiiyer

    เซกซี่มากกกก ฉากที่ทำใต้โต๊ะนี่แบบ ฟหกสด่ยยว่;///;
    อธิบายไม่ถูกเลย ทำไมหนูจงอินมันแซ่บขนาดนี้คะะะะะ
    ทำอะไรกันไม่แคร์สื่อจริงๆอิพวกนี้ อ่านไปแล้วเลือดแทบหมดตัว ถ้าจงอินเบื่อๆบ่อยงี้พี่ชานคงเหนื่อยแย่ ไม่ต้องรงไม่ต้องเรียนมันแล้วค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s