[SF] Take A Break (TAO x LAY)

Standard

Title: Take a break
Author: Nina*
Paring: TAO x LAY
Rate: PG
Author’s note: สุขสันต์วันเกิดชิงชิงย้อนหลัง และอิงเหตุการณ์ตอนกีฬาสีไอดอล (แบบมโน) เอนจอยรีดดิ้ง ♥

 

*

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันเปื่อยๆ ของหวงจื่อเทาที่ตอนนี้กำลังอยู่ในสภาวะกึ่งพิการ ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ อันเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บที่บริเวณหลังการลงแข่งกีฬาสีไอดอล จากที่สรุปตามคำวินิจฉัยของแพทย์นั้น ทำให้ทุกคนลงความเห็นว่าจื่อเทาควรจะนอนพักเฉยๆ อยู่ที่บ้าน ห้ามขยับตัวไปไหน ถ้าไม่จำเป็น รวมถึงงดทำอะไรพิเรนทร์ๆ หรือแม้แต่การเต้นท่าเต้นที่ส่งผลโดยตรงกับกล้ามเนื้อที่หลังด้วย

 

อย่างกับว่าเขาอยากจะทำงั้นแหล่ะ

 

ขนาดนอนเฉยๆ มาสองสามวันนะ นึกว่ามันจะดีขึ้นบ้างแล้ว แต่พอขยับผิดท่าเท่านั้นแหล่ะ อาการจี๊ดเหมือนตอนที่เอาหลังลงผิดจังหวะไม่มีผิดก็หวนกลับมาเล่นงานทันทีทันใด

 

แต่มันเบื่ออ่ะ…ปกติเด็กบ้าพลังอย่างจื่อเทาแค่นั่งให้สัมภาษณ์แล้วไม่ได้พูดอะไรยังเบื่อแทบแย่ นี่วันๆ ได้แต่จ้องเพดานและฝาผนัง

 

 

 

 

เบื่อโว้ย!

 

 

 

 

“เทาเทา”

 

โอ๊ะ…นี่เสียงนางฟ้ามาโปรดหรือเปล่าเนี่ย จื่อเทาหมุนคอมาตามเสียงเรียก ก็เห็นยิ้มอ่อนโยนของตัวเล็ก เจ้าของผิวขาวจั๊วะกับถาดอาหารในมือ แพนด้าชิงเต่าทำจมูกฟุดฟิดใส่กลิ่นอาหารหอมๆ ก็ลงความเห็นว่ามันต้องเป็นข้าวต้มหมูสับใส่เห็ดหอมสูตรอาม๊าตระกูลจางแน่นอน!

 

อา…ความสุขไม่กี่อย่างของหวงจื่อเทาในยามที่ต้องนอนเป็นผักเหี่ยวๆ ก็คือการได้ทำมารยาสารไถ ออเซาะใส่พี่ชายตัวเล็กของเขานี่ล่ะนะ

 

“ชิงเก่อ…”

 

ปรับเสียงให้ดูหงอยๆ หน่อย แล้วเกาะขอบผ้าห่มให้ดูน่าสงสารอีกนิด แค่นั้นกระต่ายน้อยจางอี้ชิงก็ทำหน้าเหรอหราด้วยความตกอกตกใจ กุลีกุจอวางถาดข้าวต้มลงบนโต๊ะว่างๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าถามไถ่ เพราะนึกว่าเขาปวดหลัง

 

“เจ็บหลังเหรอ เจ็บมากไหม ให้พี่ตามพี่เมเนไหม หรือว่าจะเอายาพ่น”

 

และอีกสารพัดความเป็นห่วงจนถึงขั้นวิตกจริตของจางอี้ชิงที่ทำให้จื่อเทาต้องกลั้นยิ้มจนปวดกราม ปากก็ทำเป็นรีบห้ามปรามว่าอาการ (ตอแหล) ปวดหลังของเขามันไม่ได้นักหนาอะไร แค่อยากอ้อนใครสักคนเฉยๆ

 

“ผมเบื่ออ่ะ อี้ชิง” จื่อเทาทำหน้าตางอแงใส่หนุ่มฉางชาที่พอได้ยินก็เอามือวางบนผมของจื่อเทา แล้วขยี้ไปมาเบาๆ คล้ายว่าลูบหัวลูบหางที่เข้ามาอ้อนเจ้าของอย่างไรอย่างนั้น

 

“อือ พี่เข้าใจ แต่ทนหน่อยนะ มาๆ ทานข้าวดีกว่า พี่เพิ่งทำเสร็จ กำลังร้อนๆ เลย”

 

ยิ้มละมุนละไมของอี้ชิงทำเอาจื่อเทาอยากจะตีปีกพั่บๆ ลุกขึ้นมาเต้นแร้งเต้นกาประกาศให้โลกรู้ว่ายิ้มของจางอี้ชิงมาทำให้หวงจื่อเทาใจเต้นแรงขนาดไหน

 

แต่ในความเป็นจริง จื่อเทาก็ได้แต่แสร้งทำหน้าบูดๆ ที่อี้ชิงไม่ตามใจ แล้วก็มารยาว่าลุกขึ้นนั่งไม่ค่อยไหว จนอี้ชิงต้องรีบเข้ามาประคอง

 

ฮ้า…ตัวอี้ชิงเก่อหอมอย่าบอกใคร นี่เพิ่งออกมาจากครัวจริงๆ เหรอ ว่ากันตรงๆ ถ้าไม่เกรงใจ แพนด้าก็อยากจะกินกระต่ายมากกว่าข้าวต้มหมูสับนะ ;  ^  ;

 

“พี่ป้อนผมได้ไหม” จื่อเทากระพริบตาปริบๆ ส่วนอี้ชิงก็ดูจะอึ้งๆ ไปนิดนึง ก่อนที่จะหัวเราะออกมา

 

“ไม่ได้เจ็บมือสักหน่อยน้า…”

 

“ชิงอ่า…”

 

“อ่ะๆ เห็นแก่ว่าป่วยหรอกนะ” จื่อเทาหูตั้งหางกระิดขึ้นมาทันทีที่อี้ชิงยอมรับคำ เสียง ‘อ้าาาา’ ดังออกมาจากปากเด็กหนุ่มอายุ 20 ที่ทำเอาอี้ชิงขำพรืด แต่ก็ยอมรับมุขเล่นตามด้วยการทำเสียง ‘อ้าม’ และ ‘อ้ำๆ’ เหมือนเล่นเลี้ยงเด็กยังไงก็ไม่รู้ ผิดตรงที่ดันเป็นเด็กโข่งโตแต่ตัว แถมหน้าตาก็ไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูตรงไหนเลยสักนิด แต่ก็อดตามใจไม่ได้ทุกทีเวลาจื่อเทาพยายามทำท่าน่ารักๆ ให้ยอมตามใจ

 

จื่อเทาไม่ได้ป่วย ไม่ได้เป็นหวัด ไม่ได้มีไข้ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีการเบื่ออาหารให้เห็น แค่ครู่เดียว ข้าวต้มชามโตก็ถูกจัดการอย่างรวดเร็ว อี้ชิงลูบหัวจื่อเทาเบาๆ แล้วสัพยอกทิ้งท้ายว่าเป็นเด็กดี แต่พอทำท่าว่าจะลุกออกไป จื่อเทาก็รีบดึงมือขาวๆ เอาไว้ก่อน

 

“ชิงเก่อ…” อี้ชิงทำตาแป๋วใส่คนอายุน้อยกว่าที่ถือโอกาสกุมมือเขาไว้แน่น

 

“อย่าเพิ่งออกไปเลยนะ ผมเบื่ออ่ะ อยู่แต่ในห้อง อ่านการ์ตูนจนหมดแล้วด้วย” จื่อเทางอแง

 

“ให้พี่เอาจานไปเก็บก่อน”

 

“ม่ายอาว~”

 

“เทาเทา อย่างอแง” อี้ชิงปรามเสียงดุ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าหนูแพนด้าจะไม่ได้รู้สึกเกรงอะไรสักนิด

 

“ชิงอ่า…” ปลายเสียงเริ่มบู้บี้เหมือนหน้าตา ทำเอาอี้ชิงต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมวางถาดข้าวลงตามเดิม ก่อนจะนั่งหมิ่นๆ อยู่ตรงขอบเตียง คอยลูบหัวเด็กน้อยที่กลับมามีท่าทางร่าเริงเมื่อเขายอมตามใจ

 

“ทำไมงอแงนักน้า…” อี้ชิงบ่น แต่ก็ไม่จริงจังนัก เพราะมีรอยยิ้มบางๆ กับลักยิ้มเสน่ห์ที่ทำให้จื่อเทาใจเต้นตึกตัก คว้าเอามือของอี้ชิงให้เลื่อนลงมาลูบแก้มตัวเองไปมา

 

“เก่อ…”

 

“หือ?”

 

“ขอผมนอนตักได้ไหม?”

 

คำขอที่ทำเอาชะงัก ตั้งท่าว่าจะปฏิเสธ แต่พอมองหน้าและแววตาเอาแต่ใจของจื่อเทาแล้ว ก็ต้องคิดดูใหม่ เพราะอี้ชิงก็คืออี้ชิง จางอี้ชิงที่แสนใจอ่อนกับทุกคน โดยเฉพาะกับเด็กดื้อไม่รู้ฟังอย่างหวงจื่อเทา อีกอย่าง…มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องปฏิเสธนี่

 

 

 

 

“อืม”

 

 

 

 

ตักของอี้ชิงถูกจื่อเทาใช้หนุนลงต่างหมอน ทั้งที่อี้ชิงก็ถามย้ำแล้วย้ำอีกว่าจะนอนตักเขาจริงๆ น่ะหรือ เพราะอีกฝ่ายก็น่าจะรู้ดีว่าตักผู้ชายมันไม่ได้นุ่มนิ่มน่าหนุนหนอนเหมือนตักของผู้หญิง ยิ่งเป็นตักของคนที่เต้นมากว่าครึ่งชีวิตอย่างเขานี่ยิ่งแล้วใหญ่ เอาคอพาดลงมามันจะเจอกับอะไรได้อีกนอกเสียจากกล้ามเนื้อต้นขาแข็งๆ ไม่สบายคอ แต่อี้ชิงก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ในเมื่อพอจื่อเทาเอนลงบนตักเขาได้ ก็พลิกตัวนอนหงาย แล้วลืมตาใสแจ๋วขึ้นสบ

 

ใครๆ ก็บอกว่าจื่อเทาเหมือนแมว…แต่เขารู้สึกเหมือนเลี้ยงหมาตัวโตๆ ที่นิสัยเหมือนแมวเสียมากกว่า

 

“ผมรักอี้ชิงจัง”

 

คำสารภาพรักกะทันหันทำเอาอี้ชิงชะงัก ไม่ใช่เพราะว่าอยู่ดีๆ จื่อเทาก็คว้าเอามือข้างที่กำลังเขี่ยเส้นผมสีสว่างของอีกฝ่ายเล่นขึ้นมาจูบหรอกนะ แต่เพราะไอ้ประโยคบอกรักที่อยู่ๆ ก็หลุดออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนั่นต่างหากที่ทำให้อี้ชิงตกใจ พอตกใจ อี้ชิงก็ประมวลผลไม่ทัน กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าควรมีประโยคอะไรตอบกลับไปสักหน่อย จื่อเทาก็ปิดเปลือกตาลงเสียแล้ว

 

แต่อี้ชิงก็ไม่ได้คิดว่าจื่อเทาจะงอนอะไรหรอกนะ ในเมื่อเหตุการณ์แบบนี้มันก็ออกจะเกิดขึ้นบ่อยจนจื่อเทาอาจจะเริ่มชิน ซ้ำยังกุมมือเขาเอาไว้หลวมๆ ในขณะที่กำลังพักผ่อน

 

มือของจื่อเทาเป็นสีเข้มประกอบกับนิ้วเรียวยาว มองแล้วเพลิน ถึงจะไม่สวยโดดเด้งอะไรมากนัก แต่มันก็เป็นมือของผู้ชายที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ถ้าว่ากันจริงๆ อี้ชิงก็ไม่ได้นิยมชมชอบการจับมือถือแขนอะไรนักหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชาย ถึงจะมีความสัมพันธ์ที่ออกจะเกินเลยพี่น้องมา…นิดๆ แต่อี้ชิงก็ไม่เคยชินกับการสัมผัสเนื้อต้องตัวจริงๆ นั่นแหล่ะ

 

แต่เขาก็ยอมให้อีกฝ่ายจับมือไว้แบบนั้น พร้อมกับออกแรงกระชับกลับไปเบาๆ ก่อนที่จะเอนหัวลงพิงไปกับหัวเตียงบ้าง

 

“เก่อง่วงเหรอ” ดวงตาที่คิดว่าปิดไปแล้วกลับมาลืมขึ้นมากระพริบปริบๆ ใส่เขา

 

“ก็…นิดนึง”

 

“งั้นผมไม่หนุนตักอี้ชิงแล้วก็ได้”

 

จื่อเทาลุกพรวดทันทีจนอี้ชิงหวาดเสียวแทนว่าอาการเจ็บที่หลังของจื่อเทาจะกำเริบ แต่ยังไม่ทันจะได้ตกใจเรื่องนั้น อี้ชิงก็มีอีกเรื่องให้ตกใจมากกว่า ก็จู่ๆ จื่อเทาก็ดึงแขนคนตัวเล็กกว่าให้ล้มลงมานอนด้วยกันบนเตียง ซึ่งมันไม่ใช่อะไรที่สบายตัวเอาเสียเลย

 

อี้ชิงยอมรับว่าเขาตัวไม่สูง แต่ก็ไม่ได้ตัวเล็กตัวน้อยบอบบางเหมือนผู้หญิง ซ้ำยังไหล่กว้าง แถมมีกล้ามเนื้อไปทั้งตัว ไม่ต้องพูดถึงอีกคนที่เป็นเจ้าของเตียง รายนั้นทั้งสูง ทั้งหนา ถึงจะดูผอมๆ แต่ก็เป็นนักกีฬา แล้วเรื่องอะไรถึงจะต้องมานอนเบียดกันบนเตียงเดี่ยวที่ปกติจื่อเทานอนคนเดียวก็เต็มแล้วแบบนี้ล่ะเนี่ย

 

“เทา…!”

 

“ผมง่วง อี้ชิงก็ง่วง เราก็มานอนด้วยกันไง แฟร์ดีออก”

 

“แต่พี่อึดอัด…พี่กลับไปนอนที่ห้องดีกว่า”

 

“แต่ผมอยากอ้อนอี้ชิง อยู่ให้ผมอ้อนก่อน……………….นะครับ” จื่อเทาพึมพำหงุงหงิงอยู่แถวกกหู ทั้งที่ถ้าเป็นปกติอี้ชิงคงหดคอเพราะปลายเส้นประสาทอ่อนไหวไปแล้ว แต่หนนี้อี้ชิงได้แต่นอนแข็งทื่อให้จื่อเทากอดเอาไว้ทั้งตัว

 

“เด็กบ้า…”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อี้ฝานที่เปิดประตูเข้ามาในห้องจื่อเทา และกำลังจะเตรียมตัวเอ่ยปากทักทายแพนด้าพิการที่โดยทิ้งให้นอนแบ่บเป็นผักเน่าอยู่ในห้อง แต่พอสายตาปรับสภาพกับความมืดได้ชัดขึ้นมาหน่อย ก็เป็นอันต้องหุบปากลงสนิททันที พร้อมกับทิ้งความคิดที่จะปลุกให้หวงจื่อเทาและจางอี้ชิงที่นอนกอดกันอยู่บนเตียงแคบๆ ให้ลุกไปกินข้าวกันได้แล้ว

 

อู๋อี้ฝานไม่ใช่คนดีประเภทไม่อยากขัดจังหวะความสุขของใครก็เลยไม่ปลุกหรอกนะ

 

โอเค ก็มีนิดหน่อยที่แบบไม่อยากให้อี้ชิงต้องเขินจนตัวแทบระเบิด ทำให้ไอ้เด็กแพนด้ามันเดือดร้อนที่ดันมีคนอื่นมาร่วมรับรู้โมเมนท์ส่วนตั๊ว ส่วนตัวของมันแบบจะๆ แต่ความเป็นจริงที่อยากให้ทุกคนรับรู้เอาไว้เกี่ยวกับการไม่คิดจะรบกวนเพื่อนร่วมสัญชาติสองคนนี้น่ะนะ…

 

 

 

แชะ

 

อู๋อี้ฝานก็แค่มีงานอดิเรกเล็กๆ น้อยๆ อย่างการเก็บสะสมรูปถ่ายน่ารักๆ ที่แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนร่วมวงยังไงล่ะ…แค่นั้นแหล่ะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลยนะ

 

จริง จริ๊ง~

 

*

 

FIN

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s