[SF] Our Relationship (CHAN x KAI)

Standard

Title: Our Relationship
Author: Nina*
Paring: Chanyeol x Jongin
Rating: NC-17
Author’s note: ของเก่าเล่าใหม่ คิดชื่อเรื่องให้ละ 555

 

*

 

[1]

 

สองสามชั่วโมงก่อนหน้านี้ ปาร์คชานยอลก็แค่กำลังนั่งทอดอารมณ์อยู่ตรงระเบียงห้อง ในมือก็มีมวนกระดาษสีดำรสเผ็ดร้อนแทรกอยู่ที่ระหว่างนิ้ว ควันสีเทาลอยวนอยู่รอบตัว พร้อมกับกลิ่นฉุนรุนแรง แต่ชานยอลก็รู้สึกดีกับบุหรี่ร้อนแรงจนถึงขั้นแสบคอของ ฺBlack Devil ตัวนี้มากกว่ารสเมนทอลเย็นๆ ของบุหรี่จากยี่ห้อเดียวกัน

 

ตัวหนังสือสีทองบนมวนกระดาษสีดำสนิทถูกเผาไหม้จนเหลือเพียงแค่ก้นกรอง นอนกองรวมๆ กันอยู่ในที่เขี่ยแก้วนับสิบตัว ส่วนซองเปล่าสีเดียวกัน ถูกขยำและโยนทิ้งไปนานแล้ว เพราะมวนที่จรดอยู่บนริมฝีปาก เป็นตัวสุดท้ายของวันนี้แล้ว

 

ชานยอลไม่ได้หงุดหงิดอะไร จนต้องอัดนิโคตินเข้าไปทำลายสุขภาพปอดขนาดนี้ ก็แค่เบื่อๆ ไม่มีอะไรทำ พอเหงาปากมากๆ ก็เลยต้องหาอะไรทำ ครั้นจะออกไปหาอะไรมาเคี้ยวเล่นเพื่อนสุขภาพที่ดี ปาร์คชานยอลก็ไม่ได้ต้องการรักษาสุขภาพอะไรขนาดนั้นเสียหน่อย

 

ผลก็เลยได้มานั่งก่อมะเร็งปอดและมะเร็งเส้นเสียงอยู่แบบนี้ จนกระทั่งเสียงทุบประตูโครมครามดังขึ้น

 

ชานยอลกลืนรสเผ็ดร้อนเข้าไปเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะขยี้มวนบุหรี่ที่ยังเหลือเกินครึ่งทิ้งไปอย่างไม่ไยดีเท่าไรนัก ลุกขึ้นปัดๆ ขี้เถ้าสีหม่นที่เปรอะอยู่ตามเสื้อผ้า แล้วเดินออกไปเปิดประตูให้แขกยามวิกาล ที่ไม่ต้องเอ่ยปากถามสักนิดว่าเป็นใคร ก่อนจะต้องออกแรงรับน้ำหนักกว่าหกสิบกิโลของผู้ชายที่สูงร้อยแปดสิบเซนต์เอาไว้ ก่อนที่จะได้หน้าคะมำพื้น

 

“เมาเป็นหมาอีกแล้วนะมึง”

 

ถ้อยคำทักทายประจำวันที่ทำให้คนมาใหม่หัวเราะขำในคอ พลางพึมพำขอโทษขอโพย เอาจริงๆ ชานยอลโคตรจะขี้เกียจฟัง ธรรมดาเก็บศพเพื่อนก็เป็นกิจกรรมที่ไม่น่าพิสมัยพออยู่แล้ว แต่ต้องมานั่งดูแลหมาขี้เรื้อนที่เมาซ้ำซากทุกวัน เป็นเวลาอาทิตย์กว่าๆ นี่แม่งน่ารำคาญนะ

 

ก็เข้าใจว่าอกหักมันต้องเสียใจเป็นธรรมดา…แต่ผู้หญิงมันหายากขนาดนั้นเลยรึไง?

 

ถึงจะนึกเหนื่อยหน่ายและบ่นอะไรมากมายอยู่ในใจ แต่สุดท้ายปาร์คชานยอลก็ต้องยอมลงให้คิมจงอินเสมอ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันนั่นล่ะ ถ้ารู้ก็อาจจะเลิกไปนานแล้ว

 

ร่างของจงอินถูกชานยอลจับโยนลงบนฟูกที่ถูกกางทิ้งเอาไว้มาอาทิตย์กว่า เนื่องด้วยพักนี้ชานยอลมีแขกไม่ได้รับเชิญมานอนด้วยบ่อยๆ และเขาเองก็ไม่ได้ใจดีขนาดยอมนอนร่วมเตียงกับคนเมาหรอกนะ

 

เสื้อผ้าที่คลุ้งกลิ่นแอลกอฮอลล์ถูกปลดออกจากตัวจงอินด้วยความชำนาญ ขอบคุณสวรรค์ที่คิมจงอินไม่ใช่พวกแต่งตัวเยอะอะไรมากมาย แค่เสื้อ กางเกงยีนส์ แจ็กเกต แถมไม่มีเครื่องประดับอะไรให้รกหูรกตานอกจากสร้อยหนึ่งเส้น และแหวนสองสามวง พักเดียวร่างทั้งร่างของจงอินก็นอนเปลือยเปล่า เหลือแค่บอกเซอร์สีสดตัวเดียวที่ชานยอลไม่คิดจะปลดมันออก

 

ผ้าชุบน้ำถูกลากไปมาอย่างลวกๆ บนผิวของจงอิน น้ำหนักจากความง่วงและหงุดหงิดของชานยอล ทำเอาเนื้อตัวจงอินออกสีแดงเข้มหนักกว่าเก่า จากที่แดงอยู่แล้วเพราะฤทธิ์เมรัย เสียงครางอืออาในคอบ่งบอกให้รู้ว่าจงอินกำลังรำคาญ แต่ปาร์คชานยอลก็รำคาญกว่านั่นล่ะ ที่จะต้องมาทำตัวเป็นแม่ เป็นเมียไอ้ขี้เมานี่

 

ขอยื่นคำขาดว่าอาทิตย์หน้าจะไม่มีการเปิดประตูห้องรับคิมจงอินอีกแล้ว…

 

“ชาน..ยอล….อา”

 

ก็เหมือนจะพูดประโยคแบบนี้มาสักสิบหนได้แล้วมั้ง

 

“ว่าไง” ผ้าขนหนูแตะลงที่ซอกคอสีเข้มอย่างเบามือลงเล็กน้อย อ่อนโยนพอๆ กับเสียงที่เอ่ยตอบรับคำเรียกขอจงอินนั่นล่ะ

 

คนเมาปรือตามองคนที่กำลังค่อยๆ เช็ดตัวให้ ก่อนจะยกยิ้มเป็นเชิงขอโทษ พร้อมกับสายตาห้อยระโหยมาให้ นั่นมันทำให้ชานยอลใจอ่อนทุกที โดยเฉพาะกับประโยคที่ตามมา

 

“ขอโทษนะ…รำคาญมากรึเปล่า”

 

ชานยอลพ่นลมหายใจออกมาพรูใหญ่ สีหน้าสีตาคงไม่ปิดบังความจริงในใจเลยสักนิด จงอินถึงได้แค่ทำหน้าแหยๆ ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเอง อะไรทำนองว่าจะไม่ทำแล้ว ฉันจะไม่มารบกวนอีก ซึ่ง…มันทำให้ชานยอลหงุดหงิดใจอย่างประหลาด เลยจัดการเขวี้ยงผ้าขนหนูใส่หน้าคนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เสียทีหนึ่ง ก่อนจะลุกไปกดน้ำอุ่นมาให้

 

“ไม่รบกวนกู แล้วมีหมาตัวไหนให้รบกวนอีกล่ะ เอ้า แดกซะ…”

 

จงอินขอบคุณเสียงเบา ตอนที่ชานยอลช่วยประคองให้ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับดื่มน้ำอุ่นๆ เข้าไปจนหมดแก้ว ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่กับฟูกอีกหน ผ้าห่มผืนไม่หนามาก ถูกยกขึ้นคลุมจนถึงอก ก่อนที่เจ้าของห้องจะลุกขึ้นเอากะละมังกับผ้าขนหนูไปตากที่ระเบียง

 

“ไปอาบน้ำนะ มีอะไรก็เรียกแล้วกัน”

 

เสียงปิดประตูห้องน้ำดังไล่หลังคำพูดของชานยอลทันที เสียงกุกกักในห้องน้ำดังอยู่ไม่นาน ก็ตามมาด้วยเสียงน้ำกระทบพื้นกระเบื้อง อากาศในห้องไม่ได้ร้อนมาก เพราะชานยอลแง้มหน้าต่างเอาไว้นิดๆ ให้มีอากาศเข้ามา แต่อุณภูมิในร่างกายของจงอินก็ดันสูงเสียเหลือเกิน เพราะเลือดลมสูบฉีดดีเกินไป และถึงแม้จะง่วงมากแค่ไหน จงอินก็ยังฝืนตัวเองเอาไว้ไม่ให้หลับ เพราะมีเรื่องอยากพูดกับชานยอล

 

รอไม่ถึงสิบนาที ชานยอลก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาด้วยสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ถึงหุ่นจะไม่ได้เร้าใจอะไรมากมาย แต่ก็ทำเอาจงอินหน้าร้อนๆ ขึ้นมาได้เหมือนกัน

 

ไม่มีเหตุจำเป็นให้ต้องดูใครแก้ผ้าบ่อยๆ จนชินตานี่หว่า..

 

“อ้าว ไม่หลับอีกล่ะมึง”

 

ชานยอลก้มลงมองคนที่กระตุกชายผ้าขนหนูเอาไว้ ตอนที่กำลังจะเดินผ่านกองปุ๋ยไปที่ตู้เสื้อผ้า ชานยอลดึงผ้าขนหนูออกจากมือจงอิน พลางด่าว่ากระตุกแรงขนาดนี้เดี๋ยวพ่อมึงก็ออกมาทักทายรอบดึกหรอก จงอินหัวเราะเบาๆ แล้วรั้งตัวชานยอลไม่ให้เดินหนีไปไหน

 

คนถูกดึงตัวเอาไว้เลิกคิ้วสูง ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เมื่อพอจะอ่านแววตาปรอยของอีกฝ่ายอออก

 

“เมาใกล้ตายแล้วยังไม่เจียม”

 

จงอินหัวเราะเบาๆ อีกหน ก่อนดึงแขนให้คนที่ยอมปีนขึ้นมาอยู่บนฟูกให้เข้ามาชิดอีกนิด กระซิบเย้าหยอกคนตรงหน้า พร้อมกับลากฝ่ามือร้อนไปตามผิวขาวซีดของชานยอล ก่อนจะไปหยุดที่เหนือปมผ้าที่มัดเอาไว้หลวมๆ

 

“ไถ่โทษที่รบกวนไง”

 

ชานยอลตะครุบมือซนที่กำลังจะปลดผ้าขนหนูของเขาออกเอาไว้ได้ทัน ปลายลิ้นแลบเลียริมฝีปาก จากนั้นก็ค่อยๆ ไล่สายตาโลมเลียร่างเปลือยเปล่า เ่อ่ยประโยคหยอกล้อคนเสนอตัว

 

“ถามหรือยังว่าอยากได้หรือเปล่า?”

 

จงอินขมวดคิ้ว ก่อนจะบิดยิ้มยั่ว ยกตัวขึ้นจากฟูกไปหาคนที่ขึ้นคร่อมตัวเองเอาไว้ทั้งตัว กดริมฝีปากร้อนฉ่าให้เบียดเข้าหากันหนักๆ แล้วตวัดปลายลิ้นชิมรสหวานจากริมฝีปากของชานยอล

 

“ไม่อยาก…จริงๆ เหรอ?”

 

หลังจากนั้นก็ไม่ต้องบอกต่อใช่ไหมว่าไปถึงไหนแล้ว? มันไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเรา…

 

[2]

 

“อึก…ชานยอล อ่ะ…อา..อ อ่า ชานยอล…ชานยอล”

 

“ว่าไง หืม? จงอิน”

 

ดวงตาของชานยอลจับจ้องไปที่ใบหน้าของคนที่กำลังยกสะโพกขึ้นลงเป็นจังหวะถี่ระรัวอยู่บนตัวเขา ริมฝีปากหนาของจงอินเม้มเข้าหากัน เมื่อถูกแรงกระแทกสวนขึ้นมาในจังหวะเดียวกับที่กดน้ำหนักลงไป ก่อนที่จะเผยอปากออก เปล่งเสียงครางต่ำราวกับจะขาดใจ เปลือกตาทั้งสองข้างปิดแน่นราวกับจะช่วยระบายความรู้สึกที่พลุ่งพล่านไปทั่วทั้งตัว

 

ภายในร่างกายของจงอินอุ่นเสียจนร้อน ซ้ำยังบีบเค้นแกนกายของเขาแน่นตึงไปหมด ขยับเข้าออกแต่ละครั้งก็อดไม่ได้ที่จะต้องห่อปากครางออกมาเป็นเสียงซี๊ดซ๊าดฟังไม่เข้าหู แต่ก็ใช่ว่ากิจกรรมเข้าจังหวะที่ทำอยู่ตอนนี้มันจะเป็นกิจกรรมใสๆ ออกแนวเข้าวัด ฟังเทศน์เสียเมื่อไหร่ ไม่ต้องบรรยายมากว่าเรือนร่างของจงอินสร้างความพึงพอใจให้กับเขาได้มากแค่ไหน เพราะแค่มองสีหน้าลามกของจงอินที่กำลังเดิ้นเร่าอยู่บนตัวเขา ก็เร้าอารมณ์จนแทบไปสุดทาง

 

ผิวน้ำผึ้งที่ลอยล่อตาล่อใจในขณะที่จงอินขยับโยกขึ้นลง ใบหน้าแหงนเงยเริ่ดขึ้นตามจังหวะ จนหยดเหงื่อตามไรผมซ่านกระเซ็นลงมาทุกครั้งที่สะบัดหน้าด้วยอารมณ์หวาม แรงกดกระแทกที่สวนขึ้นมาของชานยอล พร้อมกับมือใหญ่ที่ยึดเอวสอบเอาไว้ ทำให้จงอินต้องเอนตัวตามไปด้านหลัง จนแทบจะนอนหงายไปตามแนวระนาบ

 

“อือ..อะ…..ซี๊ด อะ..อะ…ยอ..ล ยอล”

 

“ไม่ไหวแล้วเหรอ…หืม”

 

“ฮั่ก…จะ..จุก อย่า..ยะ กระแทก..ระ แรง” ชานยอลยึดข้อมือสองข้างของจงอินที่เกือบหงายหลังไปแล้วเอาไว้ แขนสองข้างตึงแน่นเพราะถูกรั้งเอาไว้ แต่ชานยอลก็ยังไม่หยุดส่งแรงเข้าไปยังคนที่แหงนหน้า หอบหายใจถี่รัว ครางครวญไม่เป็นคำ ทั้งสองตาก็หรี่ปรือจนแทบปิด ความง่วงงุนจากฤทธิ์แอลกอฮอลล์คอยเล่นงานอยู่เรื่อยๆ แต่ทุกครั้งที่เหมือนสติจะหลุดลอย แรงกระทุ้งจากด้านล่างก็แล่นปราดขึ้นมาจนแทบถึงคอหอย จงอินเกร็งหน้าท้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเจ็บไปหมด

 

“ไม่ชอบแรงๆ เหรอ..ว่าไง จงอิน อา…”

 

“งะ…ง่วง” คำสารภาพสั่นพร่าของจงอินทำเอาชานยอลหัวเราะพรืด ดวงตากลมเป็นประกายวิบวับล้อเลียนคนที่หัวสั่นคลอน แขนขาวออกแรงดึงนิดเดียว จงอินก็ไหลมาตามแรงกระชาก เอนศีรษะลงซบบนบ่ากว้าง ชานยอลขยับยึดสะโพกของอีกคนให้แน่นอีก ก่อนจะแทรกสะโพกสวนขึ้นไปแทนจงอินที่หมดแรงจะขยับตัว ได้แต่เกาะบ่าชานยอลเอาไว้ เสียงครางในคอฟังแล้วไม่หวานหูสักนิด แต่กลับรื่นหูอย่างบอกไม่ถูก

 

เสียงเนื้อกระทบกันดังคับห้องไปหมด คนกระทำอย่างชานยอลคงไม่อายเท่าไหร่ แต่่คนโดนกระทำอย่างจงอินก็หน้าเห่อร้อนจนแทบระเบิด ถึงแม้ว่าจะสุขสมกับสิ่งที่ถ่ายทอดผ่านร่างกายที่เชื่อมต่อกันก็ตาม

 

กอดเกี่ยวกันอยู่ในท่านั้นอยู่ได้พักใหญ่จนเกือบจะเสร็จสม ชานยอลก็หยุดจังหวะทั้งหมด จับตัวจงอินยกขึ้นจนแก่นกายหลุดออกมา เสียงครางหวือด้วยความเสียว เพราะไม่ทันตั้งตัวของจงอินดังลั่น ก่อนที่จงอินจะต้องกัดปากเอาไว้แน่น เพราะแกนร้อนที่สอดใส่กลับเข้ามาอย่างฉับพลัน

 

จงอินที่นอนราบไปกับพื้นฟูก จำต้องแยกขาออกตามที่ชานยอลต้องการ ปล่อยให้อีกฝ่ายเก็บเกี่ยวความสุขจากช่องทางด้านหลังของตัวเองอย่างเต็มใจ ต่างฝ่ายต่างกระแทกกระทั้นขยับตัวเข้าหากัน บดเบียดร่างกายให้สอดประสาน เข้ากันดีเสียยิ่งกว่าบทเพลงใดๆ ในโลกใบนี้

 

“อา..ชานยอล…อา…”

 

“เรียกดังๆ ..จงอิน อา…ชอบใช่ไหม..”

 

“อือ…อือ ชะ..ชอบ”

 

“ถ้าชอบก็เลิกเสียใจกับผู้หญิงพรรค์นั้นได้แล้ว เอาเขาแล้วไม่สะใจ ก็มานอนให้กูเอานี่แหล่ะ ยังไงกูก็ดูแลมึงอยู่ทุกวันอยู่แล้วนี่ หือ”

 

“มึงจะบ้า…อ๊ะ อ๊ะ!”

 

ไม่ได้ตอบโต้อะไร ชานยอลก็เร่งจังหวะเสียถี่ยิบจนพูดไม่เป็นคำ ก่อนที่น้ำขาวข้นคลั่กจะถูกปลดปล่อยออกมาจนไหลเยิ้มออกนอกช่องทาง เปรอะเปื้อนผ้าปู และหน้าขาของชานยอลไปหมด

 

ชานยอลที่หมดแรง ก็ทรุดฮวบลงทับอยู่บนตัวจงอินที่หอบหายใจแรงอย่างเหนื่อยอ่อนไม่ต่างกัน จงอินที่แทบจะไม่มีสติเพราะแอลกอฮอลล์อยู่แล้ว ก็หลับตานิ่งๆ พยายามหายใจเอาอากาศเข้าปอดไปได้ให้มากที่สุด ส่วนชานยอลก็นอนกอดจงอินเอาไว้นิ่งไม่ต่างกันนัก ก่อนจะยันตัวขึ้นกดจูบเบาๆ ลงบนเส้นผมสีเข้ม

 

จงอินเผยอปากตั้งท่าจะพูดออกไปบางอย่าง แต่ก็ถูกชานยอลปิดปากด้วยปาก เอ่ยประโยคกล่อมให้นอนเสีย

 

“ชู่ว…ไว้เราคุยกันพรุ่งนี้นะ นอนเถอะ”

 

คนโดนห้ามได้แต่ทำเสียงฮึดฮัดในคอ แต่ก็ยอมให้ชานยอลนอนกอดเอาไว้อย่างนั้นจนหลับไป ในหัวก็ได้แต่คิดถึงเรื่องที่ชานยอลพูดก่อนหน้า พยายามเค้นคำตอบเอาไว้ในใจ แต่ก็ไม่อาจฝืนความง่วงที่มาจนสุดปลาย ก่อนจะผล็อยหลับไปในที่สุด

 

[3]

 

“ถ้าชอบก็เลิกเสียใจกับผู้หญิงพรรค์นั้นได้แล้ว เอาเขาแล้วไม่สะใจ ก็มานอนให้กูเอานี่แหล่ะ ยังไงกูก็ดูแลมึงอยู่ทุกวันอยู่แล้วนี่ หือ”

 

ตอนที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จงอินก็ยังอยู่ในอ้อมกอดของชานยอลที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนฟูกไม่ต่างจากเมื่อคืน ไม่มีการอุ้มไปล้างเนื้อล้างตัว ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วพาไปนอนบนเตียงดีๆ ไม่มีซะละ ปาร์คชานยอลเป็นผู้ชายอ่อนโยนขนาดนั้นก็โลกแตกกันพอดี

 

เพราะแบบนั้น พอจัดการคราบไคลเมื่อคืนเรียบร้อยแล้ว จงอินก็จัดการหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่ได้รับการซักรีดไว้ในตู้ของชานยอล (จากการรบกวนคราวก่อนๆ) มาแต่งตัว เขียนโน้ตทิ้งเอาไว้ แล้วก็ออกจากห้องมาเลย โดยไม่ได้ลา

 

ก็ไม่ได้จะหนีไปไหน นี่ไม่ใช่การเสียตัวแบบนางเอกจนต้องหนีความจริงจากพระเอกอะไรอย่างนั้นสักหน่อย

 

คิมจงอินแค่อกหัก มีอะไรกับเพื่อนตัวเองเพราะเมา (แม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แถมเต็มใจเสียด้วย) แล้วโดนเพื่อนจู่โจมสารภาพรัก ขอคบให้ตกลงปลงใจกับมันตอนที่เข้าด้ายเข้าเข็มก็แค่นั้นเอง…ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไรเลยใช่ไหมล่ะ?

 

แค่ขอหลบมาสงบสติอารมณ์แป้บนึงแล้วกัน…

 

มวนบุหรี่รสอ่อนเย็นจนจี๊ดขึ้นสมองของ Davidoff ทำให้สมองของจงอินค่อยสงบลงบ้าง ความปลอดโปร่งที่แล่นผ่านลำคอ เข้าไปสู่ปอด จนพ่นออกมา อาจจะไม่ได้ช่วยให้คิดอะไรออก แต่อย่างน้อยก็ไม่ฟุ้งซ่านเสียสติอะไรไปไกล

 

ก็เพราะว่าเมื่อคืนนี้คนเมามันคือตัวเขา ไม่ใช่ปาร์คชานยอล…

 

หมอนั่นมีสติเต็มร้อยที่จะพูดเรื่องแบบนั้นออกมา แถมการมีอะไรกันเวลาที่เขาเมาแบบนี้ ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียเมื่อไหร่ แถมไอ้ที่ชานยอลพูดมันก็จริง อกหักจากผู้หญิงทีไร ได้เมาเป็นหมา เป็นภาระให้มันอยู่เรื่อย (ถึงการมีเซ็กซ์ร่วมกันจะไม่ได้ดูเป็นภาระสำหรับมันเท่าไหร่ก็ตาม)

 

ปวดกบาล…

 

พื้นซีเมนต์ถูกใช้แทนที่เขี่ยบุหรี่ในการขยี้ปลายมะเร็งสอดไส้จนดับสนิท จงอินลุกขึ้นปัดๆ ฝุ่นที่เลอะกางเกง ก่อนจะดีดก้นกรองที่เหลือลงไปในถังขยะ หมายใจว่าจะไปหาอะไรอร่อยๆ ทานให้สมองแล่นอีกนิด เพราะเมื่อคืนนอกจากเหล้าสองกลม ก็แทบจะไม่มีอะไรตกถึงท้อง แถมยังใช้พลังงานแบบบ้าคลั่งไปอีกหนึ่งยกเต็มๆ

 

แต่ทั้งหมดก็เป็นอันต้องโยนทิ้งไป เมื่อจงอินหันกลับมาเจอคนที่ยังไม่พร้อมจะตอบคำถาม

 

ตายยากจริง…

 

“มึง…”

 

“กูแค่ออกมาสูบบุหรี่” จงอินแก้ตัว แต่ชานยอลขมวดคิ้วทันที เหงื่อที่ยังผุดขึ้นตามขมับบ่งบอกว่าเจ้าตัวคงวิ่งออกมาตามหาจงอินทันทีที่ตื่น

 

“ทุกทีมึงก็สูบที่ห้องกู”

 

“ที่เขี่ยบุหรี่ห้องมึงเต็ม”

 

“เลยต้องเดินมาหกป้ายรถเมล์เพื่อสูบบุหรี่เนี่ยนะ? ถังขยะใต้หอกูไม่ว่างรึไง”

 

“…”

 

“ถ้ามึงไม่โอเค กูก็ไม่บังคับมึงหรอกนะ ก็แค่…เสนอดู ไหนๆ มึงก็โผล่หน้ามาให้กูเอาอยู่เรื่อย”

 

“มึงชวนกูคบด้วย เพราะแค่เรื่องจะเอากูเหรอ? นี่มึงอยากเอาใครมึงก็เป็นแฟนเขาทุกคนรึเปล่าเนี่ย” จงอินประชด หน้ามุ่ยด้วยความไม่ถูกใจ ถึงจะไม่ได้จริงจังอะไรนัก แต่ก็ดูตลกและน่าเอ็นดูสำหรับชานยอลมากทีเดียว เลยอดไม่ได้ที่จะยืนมือไปขยี้หัวจงอินจนยุ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะโวยลั่น

 

“ทำเหี้ย…”

 

“กูชอบมึง”

 

“…”

 

จงอินอ้าปากค้างกับคำสารภาพที่ไม่ได้ตั้งตัว ริมฝีปากขยับพะงาบๆ ด้วยความตกใจ ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ รู้ตัวอีกรอบ ก็โดนดึงเข้าไปกอดเอาไว้ทั้งตัว ถึงจะไม่ได้แนบแน่น โรแมนติกเหมือนพระเอกกอดนางเอก ก็แค่กอดธรรมดาๆ แบบที่เคยกอดกันฉันท์เพื่อน แต่จงอินก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงขึ้นมา

 

“ชอบ…ชอบเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่หงุดหงิดทุกครั้งที่มึงเมาหยำเปกลับมา”

 

“…”

 

“ทั้งหวง ทั้งโมโห แต่ก็ไม่รู้จะเอาฐานะอะไรไปหวงว่ะ…เมื่อคืนก็เลยลองเอ่ยปากดู”

 

“…”

 

“มึง…นอนกับกู ชอบกูบ้างป่ะล่ะ หรือว่ายอมให้กูเอาแก้เงี่ยนไปงั้นเอง”

 

“ไอ้สัด…ปากใช่ไหมน่ะ”

 

ชานยอลหัวเราะ

 

“เออ ปากเดียวกับที่พามึงไปสวรรค์นั่นล่ะ”

 

“เหี้ย…”

 

“แล้วว่าไง…”

 

“อะไรของมึง”

 

“…………………………………คบกันป่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“แม่ง…ไหนๆ ก็ถึงขั้นนี้แล้ว ลองดูก็ไม่เสียหายใช่ไหมล่ะ”

 

*

 

FIN

 

Advertisements

2 thoughts on “[SF] Our Relationship (CHAN x KAI)

  1. Hcanopik

    โงย เลือดจะหมดตัวกับ Nc
    ชอบคำพูดพี่ชาน >.,<
    น้องจงอินยอมให้พี่ชาน…มาตั้งหลายครั้งแล้ว
    ก็ต้องมีใจให้กันบ้างแหละ ที่เลิกกับผญก็คงไม่มีใครดูแลดีเท่าพี่ชาน เมาทีไรก็กลับมาที่เดิมมม
    ขอบคุณมากนะคะที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่าน =.,=

  2. ฮือออออ เพิ่งมาเจอเลย คือชอบมาก ฮือออออ คือไม่รู้ว่าจะพูดว่ายังไง แต่คือชอบมากชอบจริงๆ รู้สึกอ่านแล้วอิ่ม มันพอดิบพอดีกลมกล่อม เป็นความสัมพันธ์ที่ โอ๊ยยยยยย โง๊ยยยยย หกหกป้าทานนมสื้ดวท เขิลลลลล มากกกกก การเขียน สำนวนใน OS เรื่องนี้เรายอมเลย ใจละลาย ยัยนีนี่ก็จะไปจีบผู้หญิงคนไหนอีกนะ พิชานให้เธอขนาดนี้ ไม่ต้องแล้ว เชื่อเราคนนี้เด็ดสุด //งือออ เขิน เราพูดอะไรออกไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s