[FIC] HEAT … 4

Standard

Title: HEAT … [4]
Author: Nina*
Paring: Taemin & Jongin
Rating: NC-17
Author’s note: วรั้ย…งวดนี้สามเดือนกว่าๆ 555 // ตอนนี้แต่งแบบไม่ค่อยต่อเนื่อง โดดแว้บไปแว้บมา สตอรี่เยอะหน่อย ไม่เน้นฉาก (?) อาจจะไม่ค่อยเหมือนสามตอนแรกเท่าไร ขออภัยด้วยนะคะถ้าหากทำให้งง orz

 

*

 

“เออๆ อย่าแกล้งมันมากล่ะ สำนึกใส่กบาลนิดนึงว่ามันป่วย”

“…”

“สันดาน!”

จงอินสบถด่าใส่ปลายสายที่พูดบางอย่างที่ฟังแล้วระคายหูกลับมา โทรศัพท์มือถือถูกหย่อนลงกระเป๋ากางเกง ก่อนที่เจ้าของจะหันไปยิ้มให้กับคนที่มาไกลจากสวิสเซอร์แลนด์เพื่อกลับมาหาเขา

 

อีแทมิน คือ ชื่อของมนุษย์เพศชายสัญชาติเกาหลีที่ย้ายตามพ่อแม่ไปเรียนต่อที่สวิสเซอร์แลนด์ได้สองปีกว่าแล้ว แต่ก็ขยันบินกลับมาประเทศบ้านเกิดเป็นระยะ ทั้งช่วงปิดเทอม วันหยุดยาว หรืออะไรก็แล้วแต่ที่พอจะเอื้ออำนวยให้กลับมาได้เพื่อมาหาแฟนของตัวเองที่ยังเรียนอยู่ที่เกาหลี

 

คิมจงอิน

 

“โทษนะ นานๆ จะกลับมาที ไอ้จื่อเทาดันป่วย ไอ้ชานยอลกับแบคฮยอนก็กลับไปก่อน พี่อี้ชิงก็ไม่ว่างอีก” จงอินยกมือขอโทษขอโพยปะหลกๆ แต่แทมินก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ไหวไหล่เบาๆ แล้วส่งขนมชิ้นหนึ่งเข้าปากจงอิน

 

“ไม่เป็นไร”

 

จงอินนั่งคุยกับแทมินอยู่ในร้านขนมอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนที่เดินเล่นเป็นที่อื่น ย่านที่จงอินกำลังพาแทมินเดินร่อนก็ไม่พ้นย่านมหาวิทยาลัยของตัวเองนั่นล่ะ ถึงจะไม่ใช่แหล่งช้อปปิ้ง แต่ก็พอจะมีอะไรให้เดินเล่นแก้เบื่อได้พอสมควร เพราะประเด็นของอีแทมินไม่ใช่การมาช้อปปิ้งอยู่แล้ว ก็แค่กลับมาหาแฟน เพื่อนฝูงเป็นประเด็นรอง ส่วนพ่อแม่บุพการีที่เคารพไม่ต้องพูดถึง ก็ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่สวิสเซอร์แลนด์

 

ถึงจะบอกว่ากลับมาหาแฟน แต่เวลาอยู่ด้วยกัน จงอินกับแทมินก็ไม่ค่อยได้ทำตัวเหมือนเป็นแฟนกันสักเท่าไร อาจจะเพราะว่าเริ่มจากคำว่าเพื่อนสนิท จะให้มาหวานใส่กันก็เกรงจะทำใจไม่ค่อยจะลง ลืมเรื่องเดินจับมือควงแขนไปได้เลย

 

จงอินพาแทมินเดินเล่นเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเย็น แทมินก็พาเขาไปนอนที่บ้านของตัวเอง บ้านหลังเก่าที่แทมินเคยอยู่สมัยยังไม่ย้ายไปสวิสเซอร์แลนด์ บ้านที่จงอินคุ้นเคยกับมันดี ถึงจะได้มาน้อยลงเพราะไม่มีใครอยู่ประจำแล้ว แต่ทุกครั้งที่แทมินกลับมา เขาก็ได้มานั่งเล่นนอนเล่นที่นี่อยู่ทุกที

 

“โคล่าไหม”

 

แก้วน้ำอัดลมใส่น้ำแข็งเย็นเฉียบถูกยื่นให้จงอินที่รับไปซดอึกใหญ่ๆ ก่อนที่จะปล่อยตัวให้ไหลไปตามพื้น กึ่งนอนกึ่งนั่งพิงโซฟาผ้านวมตัวเดิมที่แสนจะคุ้นเคย แทมินกลับมาอยู่บ้านได้สองวันก่อนหน้าจะนัดเจอกัน แทมินก็เลยได้ฤกษ์ปัดกวาดเช็ดถูบ้านไปแล้วนิดๆ หน่อยๆ ถึงความจริงแล้วจะไม่ได้มีอะไรให้ทำมากนัก เพราะ่ก่อนหน้านั้นก็กริ๊งกร๊างมาบอกกับคนที่ให้ช่วยดูแลบ้านหาบริษัทเข้ามาจัดการทำความสะอาดไปแล้วรอบหนึ่ง

 

“แทมินนา…”

 

พอแทมินกำลังจะหย่อนตัวลงนั่งกับโซฟาบ้าง จงอินก็ทักขึ้นมาเสียก่อน เจ้าของชื่อเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม จงอินยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอีกครั้ง ก่อนจะที่คว้ามือแทมินที่ยืนอยู่ให้ฉุดตัวเองขึ้น แล้วกอดคอแทมิน พลางกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน

 

 

 

 

 

 

 

“อยากฟังแทมินเล่นเปียโน…ได้ไหม?”

 

เพลง Kiss The Rain ฟังแล้วหวานเศร้าสร้อยจนจงอินอดไม่ได้ที่จะเอียงหัวลงซบบนบ่าของคนที่กำลังพรมนิ้วลงบนแกรนด์เปียโนสีดำหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องหนังสือ ตอนแรกที่โน้ตดนตรีตัวแรกดังขึ้นมาจงอินก็นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าทำไมแทมินถึงไม่เล่นเพลงประจำอย่าง River Flows In You แต่จงอินก็แค่อยากจะฟังแทมินเล่นเปียโนเท่านั้น ไม่ว่าจะเล่นเพลงอะไรมันก็ไม่สำคัญ เพียงแต่จงอินไม่ค่อยเข้าใจเท่านั้นเองว่าทำไมเพลงของแทมินมันถึงได้ฟังดูเศร้าขนาดนี้

 

ทั้งที่ปกติเสียงเปียโนของแทมินก็จะระโหยหาความรักจากคนฟังอยู่แล้ว

 

โน้ตดนตรีพริ้วไหวสะดุดสองสามจังหวะขัดหู ก่อนที่เสียงตึงจากการกระแทกนิ้วลงบนแป้นจะทำให้จงอินสะดุ้งโหยง กระเด้งตัวจากไหล่ของแทมิน  แต่ก่อนจะทันได้พูดอะไร จงอินก็เจ็บร้าวขึ้นมาทั้งหลัง เพราะถูกเหวี่ยงไปกระแทกเข้ากับเปียโน เสียงโน้ตดังลั่นขึ้นจนปวดหู แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับที่ถูกแทมินมอบจูบรุนแรงที่ยัดเยียดมาให้ ทั้งกัด ทั้งเค้น แก้มถูกบีบจนปวดไปหมด ในความมึนงงจงอินก็ได้แต่พยายามผลักให้แทมินถอยออกห่าง จนสบโอกาสยกเท้าขึ้นถีบตรงท้องอีกฝ่ายจนแทมินเสียหลักเซออกไป จงอินยกแขนขึ้นเช็ดริมฝีปากที่เจ่อช้ำด้วยความโมโห

 

“เป็นบ้าอะไรวะ!?”

 

ใบหน้าของแทมินเรียบเฉย แต่แววตากับทำให้จงอินรู้สึกขนลุก เพราะเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ทำไมจงอินจะไม่รู้นิสัย ‘ทุกอย่าง’ ของแทมิน ยิ่งกับเรื่องร้ายๆ ที่แฝงอยู่ใต้ใบหน้าเทวดาของอีกคนก็ยิ่งแล้วใหญ่ จงอินรู้และเคยเห็นแววตาแบบนี้ไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่เห็น สาเหตุก็จะเป็นเพราะตัวเขาเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่จงอินรู้ตัวว่ามีชนักติดหลังแบบนี้…

 

“จงอินน่ะ…ทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันหวง แต่จงอินก็เป็นแบบนี้ตลอด” ไอมืออุ่นแตะลงบนแก้มข้างหนึ่ง แต่อีกข้างจับเข้าที่ข้อมือทำเอารู้สึกเย็นเฉียบราวกับถูกโยนลงไปในถังน้ำแข็ง

 

ปลายนิ้วไล้ไปตามเนินเนื้อโหนกแก้มอย่างอ่อน แต่มันยิ่งทำให้รู้สึกใจคอไม่ดี ยิ่งริมฝีปากแดงนั่นขยับเข้าใกล้มาอีกครั้งมากเท่าไร จงอินก็ยิ่งถอยหนี แต่เสียงติ๊งเบาๆ เมื่อยามอุ้งมือกระทบเข้ากับแป้นเปียโนสีขาว รอยยิ้มหวานหยดของแทมินก็ทำให้ใจของจงอินร่วงลงไปกองแทบพื้น

“นิสัยไม่ดี”

 

“อ๊า….! แทมิน…” ผิวเนื้อสีเข้มพลันกระตุกเยือก ปลายเท้าจิกงอเกร็งแน่นขึ้นกลางอากาศ ร่างทั้งร่างโยกไหวและหอบสั่น แต่จงอินก็ทำได้แค่เปล่งเสียงครวญครางราวจะขาดใจ ข้อมือบิดไปมาอยู่ภายใต้อาณัติของเศษผ้าที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาภรณ์ปกปิดร่างกาย แต่ตอนนี้กลับกลายมาเป็นเครื่องพันธนาการจงอินเอาไว้กับขาเปียโน ส่วนแทมินก็กำลังตั้งอกตั้งใจดึงของเล่นหน้าตาประหลาดให้ขยับเข้าออกในช่องทางที่ถูกรุกรานของจงอิน

 

เสียงมอนิเตอร์สั่นหวือรุนแรงพร้อมกับการดึงดันเข้าออกอย่างเพลิดเพลินของแทมินก็ยิ่งทำให้จงอินแทบคลั่ง เพราะมันไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่ถึงสองที่แทมินกำลังใช้ทรมานเขาอยู่ในตอนนี้

 

ตอนที่ถูกจับเหวี่ยงลงกับพื้น จงอินยังไม่ทันได้ตั้งตัวเสียด้วยซ้ำไป เสียงเส้นใยผ้าที่ถักทอถูกฉีกขาดออกจากกันก็ทำให้จงอินร้องปรามแทบไม่ทัน ถึงจงอินจะคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ แต่จงอินก็ไม่กล้าดิ้นรนอะไรมากนัก เพราะความผิด และไม่อยากให้มันกลายสภาพเป็นอย่างอื่นไปมากกว่าเซ็กส์ที่รุนแรงไปสักนิดสำหรับคนรักกัน

 

“แทมิน แทมิน…เดี๋ยว อือ” จงอินร้องห้ามลั่น แต่แทมินก็ดันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าไปลึกเสียจนเกือบสุดปลาย จนลูกกลมๆ อีกอันที่อยู่ด้านในขยับลึกเข้าไปอีก จงอินกระชากเศษผ้าที่พันคอมืออย่างแรงจนแกรนด์เปียโนเขยื้อน เสียงหอบหายใจสั่นไม่เป็นจังหวะไปพร้อมกับร่างกายที่สั่นระริกทำให้แทมินยิ้มด้วยความชอบใจ

 

“จงอินชอบไม่ใช่เหรอ…ร้องไห้ทำไมล่ะ”

 

จงอินสะบัดหน้าหนีปลายนิ้วที่ถูข้างแก้มเปียกชื้น ดวงตาคมขุ่นเคืองอยากจะเอ่ยปากต่อว่าอย่างที่ใจคิด แต่แรงสั่นสะเทือนถี่ในร่างกายมันทำให้ได้แค่จงอินหอบสำลักอากาศเท่านั้น แทมินหัวเราะ มือขาวซีดยื่นออกไปจับพลิกตัวจงอินให้นอนคว่ำลง จงอินร้องประท้วงเสียงสั่นเพราะเศษผ้ายาวบิดข้อมือจนเจ็บแสบ แต่ก็ต้องจำยอมปล่อยให้อีกคนจัดท่าทางตามใจชอบ กว่าจะรู้ตัวก็คุกเข่าคว่ำหน้าอยู่กับพื้นห้อง โดยมีอีกคนซ้อนหลังอยู่ไม่ห่าง

 

“คราวก่อน…ชื่ออะไรนะ? มุนคยูใช่ไหม?” แท่งพลาสติกอันแรกถูกดึงพรวดออกจนเกือบหมด

 

“แล้วก็พี่ชายจงอินที่ชื่อคริสอีก”

 

“อ๊า….!”

 

“จงอินใจร้ายกับฉันจริงๆ เลยน้า”

 

“แท…แทมิน”

 

“ชู่ว…”

 

ไออุ่นแนบชิดเข้ากับแผ่นหลัง พร้อมลมหายใจที่ระเลียดอยู่ตรงใบหู ปลายนิ้วลูบไล้ไปมาราวกับจะปลอบโยน เช่นเดียวกับส่วนร้อนผ่าวที่เสียดสีไปมาจน จงอินตัวสั่นระริก ก่อนที่แทมินจะสอดนิ้วเข้าไปเปิดทางจนจงอินกระตุกเยือก ช่องทางเกร็งแกนนิ้วแน่น เพราะแทมินสอดลึกเข้าไปจนเจอกับเม็ดพลาสติกกลมที่ฝังลึกอยู่ด้านใน ปลายเล็บสะกิดเบาๆ จงอินก็ร้องลั่นแทบขาดใจ เสียงหอบสั่น ลมหายใจกระตุกปั่นป่วนทำให้แทมินหัวเราะ ก่อนที่จะหมุนควานเขี่ยให้เม็ดพลาสติกขยับครูดไปมา

 

“อือ”

 

จงอินซบหน้าลงส่ายไปมาเพื่อระบายความอึดอัดที่กำลังทรมาณร่างกายไม่หยุดหย่อนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แกนกายแข็งขึงที่บวมเป่งกระตุกเป็นพักๆ เพราะเจ้าของไม่สามารถปลดปล่อยได้ ความจริงคือการกระตุ้นจากทางด้านหลังของแทมินทำให้จงอินเกือบจะถึงฝั่งฝันอยู่หลายครั้ง แต่ก็เป็นแทมินอีกนั่นแหล่ะที่คอยรั้งเขาเอาไว้ให้จมจ่อมอยู่กับทะเลกามแห่งความอึดอัดที่โอบล้อมจงอินเอาไว้ทั้งตัวด้วยเส้นหนังที่รัดส่วนปลายเอาไว้

 

“แทมิน…พ…พอแล้ว”

 

ฝ่ามืออุ่นร้อนลูบไล้ไปตามลำตัวเปียกชื้น หยอกเย้าทุกเนินเนื้อด้วยความสนุกสนาน ผิวกายสีเข้มเป็นประกายล้อกับแสงไฟเพราะหยดเหงื่อที่ก็พราวอยู่ทั่วทั้งตัว แทมินล้อเล่นอยู่กับร่างกายจงอินอยู่อีกครู่ใหญ่จนจงอินเกือบจะหมดแรงยอมแพ้ที่จะฝืนสติรับรู้ แต่ก่อนที่จะเป็นอย่างนั้น แทมินก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้จงอินบิดลำตัวไปมาด้วยความเสียวซ่านที่แล่นวนอยู่ทั่วสรรพางค์กาย แล้วเดินกลับเข้ามาพร้อมกับกรรไกรอันใหญ่ที่ใบมีดเย็นเฉียบ ความเย็นถูกลากไปตามท่อนแขนร้อน  ก่อนจะอ้าคมตัดพันธนาการที่ยึดไว้กับขาเปียโนออก พร้อมกับฝังปลายคมลึกลงไปในเนื้อพื้นไม้ใต้ผืนพรม

 

“ไปที่เตียงกันเถอะ”

 

แทมินดึงจงอินให้ลุกพรวดขึ้นจากพื้นทั้งที่ขาสั่นจนยืนแทบไม่ไหว แล้วไหนจะสิ่งแปลกปลอมที่กลิ้งกระทบกันไปมาอยู่ด้านในอีกล่ะ แต่แทมินก็ไม่เปิดโอกาสใดๆ ให้ตั้งตัว มีเพียงมือและแขนแข็งแรงผิดกับลักษณะภายนอกที่จับจงอินยกขาทั้งสองขึ้นสูง จนจงอินต้องรีบตวัดแขนขึ้นโอบรอบคอ และเกี่ยวท่อนขาไว้กับเอวสอบก่อนที่จะหงายหลังหัวฟาดพื้นไปตามแรงเหวี่ยง

 

จูบตะกรุมตะกรามที่กวาดเอาทุกลมหายใจของจงอินไปถูกป้อนมาตลอดทางเดินไปยังห้องนอนเล็กประจำบ้าน พร้อมแรงขยำเคล้นเนื้อสะโพกจนแทบหลุดติดมือ ก่อนที่หลังของจงอินจะกระแทกลงกับพื้นเตียงนุ่มอย่างแรงเสียจนเสียงสปริงลั่นประท้วง

 

จงอินตะกายขึ้นลุกนั่งตั้งหลักกับหัวเตียง แต่ยังไม่ทันจะดึงเส้นหนังที่ปลายท่อนเนื้อออกได้ แทมินที่จัดการอาภรณ์ท่อนบนของตัวเองได้อย่างรวดเร็วก็ตะครุบมือเอาไว้เสียก่อน

 

เสียงจุ๊ปากราวกับดุเด็กๆ ดังขึ้น พร้อมกับสีหน้าล้อเลียนเหมือนว่าจงอินเป็นเด็กห้าขวบที่แอบขโมยขนมหวานก่อนมื้อเย็นก็ไม่ปาน

 

“เด็กไม่ดี”

 

“แทมิน…ได้โปรด ฉันจะตายอยู่แล้ว” อ้อนวอนเสียงสั่นเพราะความอึดอัดคับแน่น

 

แทมินไม่ตอบอะไร เพียงแต่ดึงตัวให้จงอินนอนราบลงกับเตียง  จับขาแยกออกก่อนจะแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลาง รอยแดงช้ำเป็นจ้ำที่เนินขาด้านในปรากฏให้เห็น แทมินยกยิ้ม ก่อนจะก้มลงดูดดุนทับรอยเก่าให้เด่นชัดยิ่งกว่าเก่า ซ้ำยังเพิ่มรอยใหม่ทั่วไปหมด จงอินได้ครางอึกอัก เพราะอารมณ์เก่าก็ยังคั่งค้าง ทั้งแทมินที่พยายามปั่นให้มันสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ

 

“ฉันจะยกโทษครั้งนี้และครั้งก่อนๆ ให้จงอินก็ได้”

 

จงอินลืมตาขึ้นมองใบหน้าที่โปรยยิ้มราวกับเทวดา

 

“แต่ว่า…”

 

“แต่อะไร” แทมินหัวเราะที่จงอินรีบถาม ทั้งๆ ที่เขายังพูดไม่ถึงไหน คงจะถึงขีดสุดแล้วสิ

 

“ฉันต้องได้หลักประกันว่าจงอินจะไม่นอกใจ…นอกกายฉันอีก”

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ปรากฏอยู่บนจอและเห็นอยู่กับตาทำให้แทมินวาดยิ้มด้วยความพึงพอใจ ยิ่งได้สัมผัสด้วยมือตัวเองก็ยิ่งพอใจมากขึ้นเท่านั้น ทั้งเนื้อทั้งตัวของจงอิน แทมินไม่ปฏิเสธสักนิดว่ามันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แต่แทมินก็ไม่คิดว่าจะมีใครรู้ดีเท่าตัวเองว่าผิวสีเข้มของจงอินมันจะลื่นมือขนาดไหน จะจับ จะแตะ ลงน้ำหนักไปที่ตรงไหน แทมินก็รู้สึกว่ามันเพลินไปเสียหมด

 

เหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นมาตามรูขุมขนจากการออกแรงบิดเร้า พยายามเบี่ยงหลบสัมผัส ยิ่งทำให้แทมินรู้สึกพอใจ และมีความสุขกับสภาพหมดเรี่ยวหมดแรงจะขัดขืนของคิมจงอินชะมัด

 

พอเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของจงอิน ก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูระคนน่าแกล้ง อดไม่ได้ที่จะจรดริมฝีปากลงไปซับเอารสเค็มจางๆ ที่เปรอะเลอะไปทั่วใบหน้าให้ ฝ่ามือที่พยายามจะปัดป้อง ไม่ได้ทำให้แทมินรู้สึกอารมณ์เสีย แต่กลับฉีกยิ้มกว้าง พร้อมทั้งหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เพราะที่จงอินทำ ก็ไม่ได้เรียกว่าขัดขืนอะไรเขาสักเท่าไหร่ หมอนั่นก็แค่อยากจะตะปบเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในมือของแทมินให้กระเด็นไปไกลๆ มากกว่า

 

“แทมิน…อย่า

 

เจ้าของชื่อหัวเราะขันกับเสียงสั่นๆ พร้อมกับยกโทรศัพท์ในมือขึ้นสูง เพื่อหลบคนที่พยายามยื่นมือมาคว้ามัน

 

หากเป็นยามปกติ มีหรือจงอินจะสู้แรงหรือเอาโทรศัพท์มาจากมืออีแทมินไม่ไหว? แต่ในเวลาที่ไม่ค่อยจะปกติสักเท่าไหร่แบบนี้ แถมยังสะอื้นจนแทบหมดแรงไปเป็นชั่วโมง อีกสิบคิมจงอินก็ไม่มีปัญญาต่อกรกับแทมินได้

 

“มองกล้องสิ จงอิน…อย่าหันหน้าหนี”

 

ปลายคางสีแทนถูกเบี่ยงให้กลับมาเผชิญหน้ากับกล้อง จงอินพยายามบ่ายหน้าขืนแรง แต่พอก็ฝืนแรงที่ต้านไว้ไม่ไหว ได้แต่บิดปากคว่ำ แล้วส่งสายตาต่อว่าใส่คนที่กำลังเพลิดเพลินสนุกสนานอยู่ฝ่ายเดียว แทมินออกแรงเย้าหยอกจงอินไม่แรง ไม่เบานัก เอาแค่พอให้สั่นสะท้านวาบไปทั่วทั้งแผ่นหลัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทำให้จงอินต้องสะบัดหน้าและปิดเปลือกตาหนีความหวามไหว

 

กำปั้นยกขึ้นค้างกลางอากาศได้เพียงครึ่งทาง ก่อนจะตกลงบนพื้นล่างระนาบไปกับลำตัวที่เอนอิงอยู่กับผืนผ้าสีขาว เรียวนิ้วขยำขยุ้มจนแผ่นผ้าเรียบตึงยับยู่ไปตามแรงดึง ปลายเล็บจิกทึ้งเสียจนใยผ้าแทบขาด เสียงอึกอักในลำคอกับใบหน้าชื้นเหงื่อและน้ำตาที่สะบัดไหว ยิ่งมอง ยิ่งฟัง ก็ยิ่งมีความสุข

 

แล้วจะให้พลาดไม่เก็บภาพเอาไว้ดูเล่นแก้เหงาได้ยังไง?

 

“อึ…อือ ..อ ฮ…ฮั่ก”

 

แล้วแค่รูปภาพน่ะ มันไม่พอหรอกรู้ไหม? เสน่ห์ของคิมจงอินต่อให้มันเป็นภาพนิ่งก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่เอ่อล้นออกมาจากกรอบภาพสี่เหลี่ยม แต่ถ้ามีโอกาสจะเก็บภาพเคลื่อนไหวที่จงอินถ่ายทอดอิริยาบถต่างๆ เอาไว้แล้วล่ะก็…มันไม่ควรพลาดเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

 

น้ำเสียง…สีหน้า…ทุกการเคลื่อนไหว และอารมณ์ความรู้สึกของจงอินในทุกๆ แบบ แทมินจะต้องมีส่วนร่วมในการรับรู้และเก็บเอาไว้เป็นคอลเลคชั่นส่วนตัว

 

“แทมิน..พ พอแล้ว…”

 

“ไม่อยากให้ฉันถ่ายแล้วเหรอ…ทำไมล่ะ?”

 

“อ…อึก”

 

“ขอฉันฟังเหตุผลดีๆ ของจงอินที่อยากให้ฉันหยุดถ่ายหน่อยสิ”

 

“…อือออ”

 

“ว่าไง?…”

 

“ทะ…แทมิน”

 

“…”


“มะ…ไม่แกล้งนะ ม ไม่ …ไม่ไหว ช่วย…ช่วยหน่อย”

 

ก็เท่านี้

 

 

 

 

 

 

“อา แทมิน แทมิน แทมิน”

 

ทันทีที่อุปกรณ์สำหรับเก็บ ‘หลักประกันที่จะไม่นอกใจนอกกาย’ ถูกโยนไปบนพื้น แทมินก็พุ่งเข้าตะครุบตัวจงอินราวกับเป็นเหยื่อแสนโอชะ เช่นเดียวกับจงอินที่โผเข้าใส่แทมินราวกับปลาได้น้ำ เสียงครวญครางพร่ำเรียกชื่อคนรักซ้ำไปซ้ำมาตามจังหวะที่กระแทกกระทั้นให้สมกับที่ห่างหายกันไปนาน

 

ท่อนขาสีเข้มอ้าออกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้อีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาได้อย่างเต็มที่  จงอินเกี่ยวทึ้งเส้นผมบนศีรษะของแทมินที่กำลังง่วนอยู่กับส่วนบนของตัวจงอินด้วยความรัญจวน เสียงดูดยอดอกและเนินเนื้อโดยรอบดังสลับกับเสียงกรีดร้องดังลั่นทุกครั้งที่แทมินขบกัด หรือกระชากติ่งไตอย่างแรง

 

ฝ่ามือขาวจับยกสะโพกให้ยกสูงขึ้นอีกราวกับที่จงอินแยกขาออกให้มันยังให้สัมผัสแนบชิดไม่เพียงพอ แทมินสาวสะโพกขยับเข้าหาตัวจงอินที่ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่หยุดหย่อน เสียงครางดังอื้ออึงเมื่อแทมินกระแทกย้ำเข้าที่จุดกระสันถี่ๆ

 

จงอินข่วนแผ่นหลังขาวสว่างจนขึ้นรอยแดงเป็นริ้วๆ หอบครวญใกล้จะขาดใจเมื่อยิ่งใกล้ถึงฝั่งฝันจากแรงกระตุ้นทางด้านหลังที่แทมินกระแทกเข้ามาไม่ยั้ง และแทมินไม่ลืมที่จะช่วยรูดรึงด้านหน้าให้จงอินเสียวเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

 

“อ๊า…แทมิน อ๊ะ เร…เร็ว เร็วอีก ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหว…”

 

หอบกระเส่าไม่เป็นภาษาเร่งให้แทมินโหมแรงให้ร่างกายแทบลุกเป็นไฟ ไม่นานนักจงอินก็ปลดปล่อยออกมาหลังจากได้รับการปรนเปรอจนสุดปลายทาง นอนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงให้แทมินเสือกไสเข้าไปในร่างกายอีกไม่กี่ที ก่อนจะถึงฝั่งตามกันมา

 

แทมินทิ้งตัวลงนอนทับบนหน้าอกสีน้ำผึ้ง โดยมีเจ้าของร่างกอดก่ายเอาไว้ โดยที่ยังมีแกนกายค้างอยู่ในร่างกายด้วยท่าทางล่อแหลมอยู่พักใหญ่ จงอินซึบซับเอากลิ่นกายเฉพาะตัวในซอกคอขาวของอีกคนเข้าไป พร้อมกับบรรจงแตะริมฝีปากที่บวมช้ำจากการรับศึกหนักไปมาเบาๆ แทมินหัวเราะออกเบาๆ พร้อมกับกดจูบกลับไปที่ใบหู ทำเอาจงอินต้องย่นคอหลบ

 

ทั้งสองกอดก่ายกันอยู่ในท่านั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนที่แทมินจะค่อยๆ ขยับตัวออกมา น้ำรักที่ปล่อยทิ้งเอาไว้ไหลย้อยลงมาตามผิวเนื้อ หยดเลอะลงบนผ้าปูเตียงพร้อมกับเสียงครางหวิว จงอินช้อนตาขึ้นมองคนข้างบนยิ้มๆ ก่อนจะยกตัวขึ้นกัดปลายคางกลมเกลี้ยงแผ่วเบา

 

“คิดถึง…”

 

“เจอหน้ากันมาตั้งนาน เพิ่งนึกได้หรือไงว่าต้องพูด” แทมินแหย่ เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นมาจากลำคอของคนที่ใช้นิ้วม้วนเส้นผมของแทมินเล่น

 

“ก็…คิดถึงแทมิน…คิดถึง…………………เรื่องแบบนี้

 

จงอินไม่ว่าเปล่า ซ้ำยังลากปลายนิ้วตามต้นคอ ผ่านกระดูกสันหลัง ไปจนถึงเหนือสะโพก พร้อมกับเกี่ยวขาแทมินเอาไว้ ใช้ฝ่าเท้าลูบไล้ไปมาแผ่วเบา

 

“จงอินก็ใจร้ายกับฉัน ยังจะคิดถึงฉันเหรอ”

 

จงอินยู่หน้าใส่คำประชดประชันที่เป็นที่มาของรอยแดงช้ำจากเชือกที่รัดข้อมือแน่น ส่วนรอยขบกัดที่อาจจะดูรุนแรงมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสักเท่าไร จงอินยกยิ้มหวาน พร้อมกับจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากสีสดอย่างเอาอกเอาใจ หมายจะไ่ถ่โทษให้เต็มที่ เขี่ยปลายนิ้ววนอยู่แถวร่องกระดูกไหปลาร้า

 

“พวกนั้นไม่เหมือนแทมินสักหน่อย…”

 

ใช่ ไม่เหมือน…ลีลามันคนละแบบกัน

 

“คราวนี้กำหนดกลับเมื่อไหร่”

 

“สองอาทิตย์”

 

“งั้น…ยกสองได้ป่ะ” หยุดนิ้วมือเอาไว้แล้วยิ้มหวานยั่ว ก่อนที่จะต้องหัวเราะลั่นเมื่ออีกฝ่ายกระซิบตอบกลับมาที่ข้างหู

 

“หลายๆ ยกก็ได้”

 

 

 

 

 

 

คิมจงอิน

 

คิมจงอินเป็นใคร? ทุกครั้งที่ได้ยินคำถามนี้จากปากของใครก็ตาม เขาก็จะทำได้แค่ยิ้ม แล้วก็ยิ้ม

 

ความสัมพันธ์ของเขากับจงอิน เรียกง่ายๆ ตามสมัยนิยมมันก็ ‘แฟน’ นั่นล่ะ มองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อนหน้าที่จะพัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นแฟน อย่างเรื่องเพื่อนข้างบ้านที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก จนโตเป็นหนุ่มแล้วก็ยังตัวติดกันตลอด เรียกได้ว่าสนิทสนมกันดี

 

จงอินเป็นผู้ชายที่ชอบทำหน้ามึนๆ ง่วงๆ ตลอดเวลา สีหน้าติดจะไร้อารมณ์ไปบ้าง ไม่ใช่ว่าเย็นชาหรืออะไรแบบนั้น ก็แค่ง่วงมึนจนไม่แสดงออกมาทางใบหน้าเท่าไร มุมกวนประสาทก็มีบ้างตามประสาผู้ชาย โวยวายนิดหน่อย มีมุมออดอ้อนเอาอกเอาใจอยู่บ้าง ยิ่งเวลาที่กลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่ไหวจนน้ำตาไหล ร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดจาไม่เป็นคำ น้ำหูน้ำตาไหลจนตาบวมช้ำ จมูกก็แดงเรื่อเพราะสะอื้นอย่างหนัก แถมมือไม้ก็อ่อนแรง ไม่สามารถจะปัดป้องอะไรให้ตัวเองได้สักอย่าง

 

น่ารัก น่ารังแกจะตายไป มันจะแปลกตรงไหนถ้าเขาจะหวงคิมจงอินน่ะ

 

จะเพื่อน รูมเมท หรือว่าลูกพี่ลูกน้อง จงอินจะโดนหลอก หรือสมยอมเขาก็ไม่สนไม่ว่าเหตุผลและตัวบุคคลจะเป็นยังไง อีแทมินก็ยังมีความสุขกับการได้ครอบครองคิมจงอิน แล้วก็แกล้งคิมจงอินอยู่ตลอดนั่นแหล่ะ ยิ่งต้องห่างกัน เพราะระยะทางจงอินก็ยิ่งออกนอกลู่นอกทางไปไกล แต่ไม่เป็นไร แทมินไม่ถือหรอก เพราะยังไงสุดท้ายคิมจงอินก็เป็นของอีแทมินเท่านั้น

 

*

 

To be con

Advertisements

3 thoughts on “[FIC] HEAT … 4

  1. ลลต.

    มันฮาร์ดคอร์ดีเนาะ ;___; คืออะไรตอนเล่นเปียโนอ่านไปกำลังเคลิ้มเลย
    แทมินเหวี่ยงจงอินคือไรรรรรร หยั่มทำรุนแรงกับนีนี่นะ! ลลต.ไม่ยอมนะอีแทมิน
    แล้วอะไรคือการถีบหน้าท้องเขากลับ โฮวๆๆๆ TwT นี่ชอบมากอ่ะ มันเถื่อนดี
    ตอนแทมินบอกว่านิสัยไม่ดี นี่อยากให้จงอินตะโกนกลับมากว่าแล้วแกล่ะ

    เออ…อ่านตอนแทมินรุนแรงใส่แล้วก็ไม่รู้จะสงสารใครดี =____=;;
    เพราะจงอินก็มีชนักติดหลังจริงๆนั่นแหละ ชนักอันเบ้อเริ่มด้วย
    แล้วแทมิน โอ้ยยยยยยยยยยยยยย อีเด็กเวร อีเด็กพิเรนท์
    อีเด็กนรก โอ้ยยย TwT ไม่รู้จะเม้นต์ยังไงนอกจากคำว่าโอ้ย
    การจะแจกแจงคอมเม้นต์ตีแผ่ความรู้สึกตอนอ่านฉากที่แทมินทำร้ายจงอิน
    อาจจะทำให้ความเสื่อมของคอมเม้นต์นี้เพิ่มขึ้น T_T

    ใช่ ไม่เหมือน…ลีลามันคนละแบบกัน

    .
    .

    เออ นี่อ่านแล้วก็คิด่ามันคนละแบบค่ะ กับอีแทมินทำไมเขินได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้
    *ทึ้งหัวตัวเองกัดผ้าเช็ดหน้าแล้วดิ่งตัวลงฟูกนอนข้างๆ*

    TT_______TT

    เราจะรอแบคยอล แม้จะอีกนานก็ตาม และเลาจะรอตอนต่อไป
    เพราะนีน่าบอกแต่งไปครึ่งหนึ่งแล้วงี้ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
    ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ ฮือฮือ

    #เดินหน้าไหม้ลงไปซื้อชาสมุนไพรกับฟามกาม

    ปล. เลาจารออีกเวอร์ด้วยค่า กร๊ากกก

  2. พตว.สวยมาก

    ฉันจะหาภาษาไทยคำไหนมาบรรยายความรู้สึกตอนนี้ดี แกกกกกกกกกกกกกกกกกกก๊ ไม่ไหวล๊าววววววว ฮือออออออออออออออออ ่าหกฟ่ดวาฟ่กหด่ฟหกด่ฟหกาด่วาหก่ดาฟส่หกาสดหกา่ฟดหกาส่ดวาหกส่ด อ่านไปก็เอามือปิดหน้าไป แบบ ว้อยยย ไม่จบซักที มันเขินดิ้นมาก คือดี คือพลังงง ฮือออออออออออออออออออออออออออออ แทมินแบบโคตรตัวจริงเสียงจริงอ่ะ พี่แน่นอนมาก พี่เอาอยู่ แบ่บบบ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ เด็กอย่างจงอินมันต้องเจอแฟนตัวจริงแบบนี้แหละ ม่าง เอาเซ๊ พี่แทมินคือโคตรคิง ฮอลลลลลลลลลลลล //หมอบแทบเท้า โอ๊ย อ่านไปละก็วนอยู่กับการอวยแทมินนี่แหละ ฮือออออ ทำไมนีน่าทำกะเก๊าแบบเน้ *ทุบ*

    โอ่ย มุนคยู พี่คริสไรนี่คือร่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ คือสต๊อกนางไม่ได้มีแค่ชานยอลกะจื่อเทาช้ะะะะะะะ บอกก่อนเลยว่าศึกนี้ยังไม่จบแน่นอล ถึงจะถ่ายรูปไว้แต่พอแทมินกลับไปนังนีนี่ก็ออกรอบเหมือนเดิมป้ะ โง่ย เสน่ห์แรงกว่านางแบบเอฟเอชเอ็ม จิร้องงง ; ; โง่ย ยกโทษกันไปก็ได้กลับมาลงโทษกันใหม่อยู่ดีป้ะ เออดีๆ 55555555555555

    ชั้นคิดว่าชั้นผิดปกตินะเนี่ยชอบเห็นน้องโดนทำโทษ ฮือออออออออออออออออออออ

    ฮือ จงงินก็ยังเป็นจงงิน เหนื่อยแทบดื่มฟรุคโตสแทนน้ำ(?)ก็ยังมีแก่ใจจะขอสองยก
    โอย จะเป็นลมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม *ซดยาทัมใจสองแผง*
    ละชอบตอนน้องอ้อนแทมินด้วย คือแบบบบบบบ ฟร๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค #ใส่เอ๊ฟเฟ็ควิญญาณบินออกจากร่าง

    ฮือออออออออออออออออออออออออออ

    เอาตอนห้ามาเดี๋ยวนี้นะะะะะะะะะะะะะะ โอ๊ยยยยยยย แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

  3. เราว่าจงอินก็มีส่วนผิดนั้นแหละ แต่ก็นะ จงอินไม่ผิดนะ #ตกลงเอายังไงแน่กู ? ถถถ
    ก็นานๆกลับมาหากันครั้ง มันก็ต้องมีเหงาบ้างล่ะน่าา #เข้าข้างนีนี่ฝุดๆ
    แต่คือแบบ แทมินนนน ซาดิสไปมั้ยยยยย เซ็กส์ทอยมากหมดเลยนะ โฮกกกกกก
    แล้วยังจะมีหน้ามาถ่ายรูปน้องเก็บไว้อีก โอ้ววววว เอามาดูบ้างจิ 55555555
    คืออยากสารภาพกับไรท์จังเลยว่า เราอยากเป็นจื่อ ยอล แทมิน ฮืออออออออออ
    เราอยากจิได้จงอินบ้างงงงงงงง 55555555555 ทำไมน้องมันยั่วแบบเน้ !!
    ดูเหตุผลที่ไม่อยากให้ถ่ายคลิปสิ โฮกกกกกกกกกกกก บอกเลย ระทวย -//-
    อยากได้จงอิน อยากได้จงอิน อยากได้จงอิน 55555555555555555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s