[SF] Morning Call (CHAN x KAI)

Standard

Title: Morning Call
Author: Nina*
Paring: Chanyeol x Jongin
Rating: NC-17
Author’s note: งาน OC นะคะ … Off Character จงอินสาว…เบาๆ (ก็ไม่เบาเท่าไร) ถ้าคาดหวังจงอินแมนๆ อาจจะต้องรอเรื่องหน้านะคะ .____. จริงๆ คือนึกไม่ออกว่าจะไปลงคู่ไหน จงอินก็เลยซวยไปนะคะ #นีนี่นางเอกร้อยบท จริงๆ เรื่องนี้ไม่แน่ใจว่าขึ้นถึง NC-17 ไหม แต่ก็ล่อแหลมเยอะอ่ะ จะให้ R ก็กระไร 555

ปล. แนะนำการใช้บลอคของเรานิดนึงนะคะ เราเขียนรายละเอียดแบบง่ายๆ ของบลอคเราไว้ที่ https://ninakooh.wordpress.com/how-to-use-my-warehouse/ ใครสงสัยก็จิ้มเข้าไปอ่านได้นะคะ ถ้ามีอะไรก็คอมเมนท์ถามได้ค่ะ หรือจะเมนชั่นมาที่ @ninakooh ก็ได้ค่ะ ^^

อีกที…อ่านจบแล้วบอกหน่อยนะคะ ว่า A หรือ B อิอิ #มอร์นิ่งคอล

 

*

 

“Are you waking up, Honey?”

 

“Ummmm it’s too early”

 

“…”

 

“Good morning, Darling”

 

“Good morning, Honey”

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

“ตื่นแล้วเหรอคะ ที่รัก”

 

“อืม…ตื่นแล้ว”

 

หลังจากขยับตัวงงๆ อยู่บนเตียงได้พักนึง ก็ได้ยินเสียงทักขึ้นมาอีกครั้งจากลำโพงโทรศัพท์ที่ยังถือแนบหูเอาไว้ ใบหน้าสีน้ำผึ้งนวลก็ซบซุกอยู่กับหมอนใบฟูที่ถูกดึงเข้ามากอดกระชับให้ใกล้ตัวมากขึ้น ดวงตาหรี่ปรือมองสภาพรอบตัวด้วยความง่วงงุน

 

“วันนี้มีเรียนตอนบ่ายนะคะ ตื่นได้แล้ว”

 

นาฬิกาดิจิตัลที่โต๊ะหัวเตียงกระพริบบอกเวลา 10:08 AM ทำเอาคนเพิ่งตื่นขมวดคิ้ว

 

“เรียนตั้งบ่ายโมง มหา’ลัยก็แค่นี้ จะให้รีบตื่นไปไหนเนี่ย ผมจะนอนแล้ว…” เสียงง่วงๆ ปนเหวี่ยงกลับทำให้ปลายสายหัวเราะจนคนที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงเผลอยู่ปากด้วยความขัดใจ โดยลืมไปว่าคนปลายสายไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ให้ทำหน้างอใส่ได้

 

“เดี๋ยวพี่ไปรับมาทานกลางวันด้วยกันก่อน เราจะได้มีเวลาอาบน้ำแต่งตัวไงคะ”

 

“ฮื่อ…ง่วง”

 

“ตื่นได้แล้วค่ะ คนดี…อย่างอแง” คนงอแงเบะปากใส่คนปลายสาย ก่อนจะบ่นงุ้งงิ้งถึงเหตุที่ทำไมจะต้องงอแง ก็ไม่ใช่เพราะคนปลายสายหรือไง ที่รังแกกันเสียจนแทบไม่อยากลุกไปเรียนด้วยซ้ำ แถมกว่าจะยอมปล่อยให้เขานอนพักก็เกือบจะเช้า ทั้งที่ห้ามปรามตั้งแต่ยกแรกแล้ว จนปลายยกที่สามนั่นแหล่ะ ถึงได้ยอมปล่อยให้ได้นอนงีบเอาแรงบ้าง แต่นั่นก็ล่อเข้าไปตีสามกว่าแล้วนะ…แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรสักนิด

 

“ไม่ไปเรียนได้ไหม ผมเหนื่อย ง่วงด้วย ปวดขาไปหมดแล้ว” พยายามออดอ้อนด้วยน้ำเสียงที่อีกฝ่ายเคยบอกว่ามันน่าฟัง ถ้าทำได้ก็อยากจะกอดอ้อนอีกคนเอาไว้ให้ตามใจหรอก แต่มันดันทำได้แค่เสียงนี่สิ

 

แต่ถึงกระนั้นปลายสายก็ดูชอบใจอยู่นะ

 

“อ้อนเหรอ?”

 

“อือ” ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอยิ้มด้วยหรือเปล่าระหว่างที่ทำเสียงตอบรับอีกฝ่ายไป ขนาดตัวเองยังรู้สึกว่ามันอ้อนมากจริงๆ จนอาจจะเกินไปด้วยซ้ำ

 

“อืม…เอาไงดีล่ะ?”

 

“พี่ชานยอล…”

 

“ทำอะไรอยู่คะ?” เสียงโทนต่ำปลายสายเปลี่ยนเรื่องกะทันหันเสียจนชะงัก แต่ก็ยอมตอบไปตามความจริง

 

“ยังนอนอยู่เลย ไม่ได้ขยับไปไหน”

 

“ท่าเดิม?”

 

“ก็…เปลี่ยนมานอนคว่ำแล้ว” พูดไปก็เขินไปไม่ใช่น้อย ‘ท่าเดิม’ ที่ปาร์คชานยอลว่า ก็คงหมายถึงท่าสุดท้ายก่อนที่จะหลับไปนั่นแหล่ะ ท่าที่ปาร์คชานยอลจับตัวอ่อนปวกเปียกของคิมจงอินขึ้นมาเกยบนตัว นอนฟังเสียงก้อนเนื้อที่เต้นรัวเพื่อสูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกาย จงอินนอนฟังมันเต้นช้าลงจนกลายเป็นจังหวะสม่ำเสมอต่างเสียงเพลงกล่อมนอน พอตื่นมาเมื่อครู่ กายเนื้ออุ่นๆ ก็ถูกเปลี่ยนเป็นหมอนข้างฟูนุ่มให้จงอินได้ซุกซบต่างร่างกายของคนที่ลุกหายไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว

 

พอบอกไป ชานยอลก็หัวเราะพร้อมกับกรอกประโยคข้อแม้ที่จะยอมให้จงอินโดดเรียนก็ได้มาตามกระบอกเสียง เป็นข้อแม้ที่ถ้าชานยอลอยู่ใกล้ไม้ใกล้มือล่ะก็ จงอินจะเขวี้ยงสมาร์ทโฟนในมือใส่หน้าคนอายุมากกว่าเสียเลย

 

“ลามกแต่เช้าเลยนะ…”

 

“สายแล้วต่างหาก…ว่าไงคะ? จะทำตามที่บอกหรือจะออกมาทานข้าวกับพี่ดีคะ? จงอิน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[Press A] Come on, Honey

 

“ก็ได้…แล้วต้องทำตามสัญญานะครับ”

 

จงอินอ้อมแอ้มตอบอีกฝ่ายเบาๆ ไม่รู้ว่าความขี้เกียจมันดลใจ หรือจริงๆ ก็แค่เรื่องปกติระหว่างตัวเองกับชานยอล แถมตอนนี้ก็เพิ่งจะสิบโมงเท่านั้น จงอินน่ะยังนอนอยู่บนเตียงในห้องคอนโดของตัวเอง แต่ปาร์คชานยอลนี่สิ ยังอยู่ที่ออฟฟิศแน่ๆ เผลอๆ อาจจะอยู่กับพนักงานครึ่งแผนกด้วยซ้ำไป หลบออกมาคุยโทรศัพท์ได้แบบนี้ ถ้าไม่แอบไปสูบบุหรี่ก็คงล็อกคอลูกน้องสักคนในแผนกไปเดินเล่นกดน้ำกระป๋องอู้งานแน่ๆ

 

ก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเป็นแบบนั้นแล้วชานยอลจะทำยังไง แต่ถึงไม่เป็นอย่างนั้นจงอินก็ไม่ได้คิดมากอะไรสักหน่อย

 

เสียงหัวเราะของอีกฝ่ายดังขึ้นมาพร้อมกับคำสั่งที่บอกให้ขยับท่าทาง คนที่แนบหูโทรศัพท์เอาไว้กับแก้มเงี่ยหูฟังว่าสภาพแวดล้อมปลายสายเป็นอย่างไร เสียงจอแจที่เคยได้ยินในทีแรกฟังดูเงียบไป เหลือแต่เสียงทุ้มต่ำที่บอกให้จงอินลากมือของตัวเองไปตามรอยจ้ำแดงที่ตนเองเป็นคนฝากฝังเอาไว้

 

จงอินเคยช่วยตัวเองบ่อยๆ แต่แบบที่ต้องมานั่งลูบไล้ตัวเองไปด้วย ฟังประโยคบอกเล่าว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรกับร่างกายของตัวเองบ้าง ลูบตรงนั้น จับตรงนี้ จนร่างกายมันร้อนขึ้นมาจริงๆ ในขณะที่ปลายสายกลับเสียงนิ่งสงบเสียจนน่าหมั่นไส้

 

จงอินเผลอครางแผ่วเมื่อชานยอลสั่งให้ลากปลายเล็บผ่านตั้งแต่ยอดอกไปจนถึงหน้าท้อง น้ำหนักมือกดลงไปกระตุ้นบริเวณท้องน้อยให้ส่วนที่ต่ำกว่าค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบ้าง พอแตะโดนแก่นกายที่ไร้เครื่องขวางกั้น จงอินก็หลับตาลง ใช้หูแต่เสียงทุ้มต่ำของชานยอล แล้วซึมซับภาพของร่างสูงที่อยู่ในจินตนาการว่ากำลังทำอะไรกับตัวเองบ้าง

 

ภาพเมื่อคืนที่เพิ่งไปสดๆ ร้อนๆ ถูกใช้คู่ไปกับเสียงของปลายสาย จงอินชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งเมื่อนึกถึงภาพตอนที่ชานยอลก้มลงปรนเปรอให้ด้วยปากและเรียวลิ้นที่กระหวัดเกี่ยวอย่างชำนิชำนาญจนกลั้นเสียงไม่ไหว

 

เสียงครางอืออาของตัวเองกับเสียงของอีกคนที่ยังคอยชี้นำทางให้จงอินเล่นกับตัวเองไปเรื่อยๆ ปนกันจนจงอินเกือบจะแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายทำเสียงสูดปากและลมหายใจหอบกระเส่าหนักๆ นั้น แกนกายที่เคยนอนสงบนิ่งกลับแข็งขืนเต็มที่จนต้องรีบขยับฝ่ามือให้หนักขึ้นเพื่อตามอารมณ์และจินตนาการในหัวที่กำลังเตลิดเปิดเปิง

 

จงอินที่เคยกึ่งนอนเอนตัวพิงกับหัวเตียงเริ่มลื่นไถลไปตามแนวหมอน แต่ขาทั้งสองข้างยังแหวกออกเพื่อให้จงอินขยับร่างกายได้ถนัด เม็ดเหงื่อไร้สีไหลมาตามแนวแก้ม โดยไม่สนสักนิดว่าเครื่องปรับอากาศในห้องจะทำงานได้ดีสักแค่ไหน ดวงตาปรือปิดลง พร้อมกับลิ้นสีสดถูกแลบออกมาเลียให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปากที่แห้งผาก เพราะเผยอออกแทบเพื่อรับเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปในปอด

 

เสียงครางที่ทั้งจงใจและเผลอเรอยิ่งทำให้ชานยอลที่อยู่ปลายสายเพิ่มระดับคำพูดให้หยาบโลนมากขึ้นไปอีก จังหวะที่เคยคงที่สม่ำเสมอก็กลายสั่นกระตุกไปตามจังหวะการหายใจที่หอบพร่า บางครั้งก็กลายเป็นเสียงอึกอักราวกับจะขาดใจไปเสียเฉยๆ

 

จงอินบิดตัวน้อยๆ เส้นประสาททั้งร่างกายกำลังกระตุกไหวไปหมด ทั้งจินตนาการที่โลดแล่น มือที่กำลังประคองส่วนอ่อนไหว เสียงของชานยอลที่เร่งเร้า และอารมณ์ที่ถูกโหมกระพือจนผ้าปูที่นอนส่วนที่รองฝ่าเท้าของจงอินเอาไว้ถูกขยำจนยับเยินยิ่งกว่าเก่า

 

“พี่จะเข้าไปแล้วนะ”

 

ช่องทางที่ยังคงมีคราบสารคัดหลั่งคั่งค้างอยู่ภายในถูกแหวกออกด้วยปลายนิ้วของจงอินเอง ในหัวจงอินมีแต่ภาพของชานยอลที่กำลังโถมกายขยับเข้ามาในร่างกายของตนแบบไม่ฟังเสียงห้ามปราม ยิ่งขัดขืน ชานยอลก็ยิ่งรุกล้ำเข้ามารุนแรง จินตนาการที่ทำเอาขนอ่อนทั้งตัวพากันลุกเกรียว ปากอิ่มอ้าออกกว้างพยายามเอาอากาศเข้าไปแลกเปลี่ยนในตัวให้มากที่สุด

 

ยิ่งใกล้จะแตะเส้นชัยของอารมณ์มากเท่าไร สะโพกชานยอลยิ่งขยับถี่ยิบ กกกอดจงอินเอาไว้แน่นแทบไม่เหลือช่องว่าง จนจงอินนึกว่าตัวเองจะถูกอัดเข้ากับหัวเตียงจนบี้แบนอยู่หลายครั้ง และทุกครั้งที่กำลังคิดแบบนั้นชานยอลก็จะกระชากแกนกายออกจนเกือบสุดแล้วกระแทกเข้าไปแรงๆ ซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้อยู่ครั้ง ก่อนจะโหมกายกระแทกกระทั้นถี่ๆ ตามเดิมก่อนที่ทุกอารมณ์จะหลั่งไหลออกมาพร้อมกับจงอินที่กระตุกตัวแรงๆ อย่างห้ามไม่ได้ เพราะถึงจุดที่อารมณ์ถูกปล่อยออกมาจนหมดเช่นเดียวกัน

 

ปลายสายเงียบไป เหลือแต่จงอินที่นอนหอบอ่อนแรงจากการเล่นเซ็กซ์โฟนเป็นครั้งแรกกับชานยอล พอระบบการหายใจเริ่มกลับมาสงบ จงอินก็ขยับปลายนิ้วที่ยังคงค้างอยู่ในร่างกายออกมา มืออีกข้างที่เปรอะน้ำใสๆ ปริมาณน้อยนิดที่เลอะบนฝ่ามือทำเอาจงอินหัวเราะกับความบ้าบอของตัวเอง นั่นทำให้ชานยอลเอ่ยขึ้นมาเป็นครั้งแรกหลังจากเงียบเสียงไป

 

“เป็นไงบ้างคะ…”

 

“อือ…ก็ดี ก็ดีครับ”

 

“ชอบหรือเปล่าล่ะ?”

 

“ก็ชอบ…แต่มันยังแปลกๆ เหมือนมันไม่ค่อยสุด…” ชานยอลหัวเราะให้กับเสียงอ่อนระโหยโรยแรง แต่มิวายยังจะยั่วเย้าเขา เพราะคงคิดว่าเขายังคงอยู่ที่ออฟฟิศล่ะสิ

 

“งั้นเดี๋ยวพี่จะเข้าไปช่วยทำให้ถึงที่สุดเอง…พี่อยู่หน้าห้องแล้ว รอก่อนนะคะที่รัก”


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[Press B] No way, Darling

 

“ฝันไปเถอะ อีกครึ่งชั่วโมงออกมารับผมด้วย”

 

จงอินย่นจมูกใส่คนอารมณ์ดีที่หัวเราะมาตามสาย พร้อมกับรับคำว่าเดี๋ยวเจอกัน โทรศัพท์สีดำถูกปล่อยลงกระเด้งบนเตียง เรียวแขนและขาถูกยืดไถไปตามผืนผ้าปูสีขาวตัดกับสีผิวเนียนน้ำผึ้งก่อนที่จงอินจะผุดลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียงท่ามกลางกองหมอนและผ้าห่มที่กองระเกะระกะจากการกรำศึกหนักเมื่อคืนระหว่างเขาและชานยอล

 

จงอินหย่อนขาลงข้างเตียงที่ค่อนข้างจะสะอาดและเป็นระเบียบกว่าบนเตียงมาก เดาเอาว่าชานยอลคงจัดการเก็บกวาดเสื้อผ้าของเมื่อวานลงตะกร้าและส่งซักแห้งไปเรียบร้อยแล้ว และในเมื่อตอนนี้จงอินอยู่คนเดียว ก็คงไม่จำเป็นต้องหาอะไรมาพันเอวกันอุจาดตา หรือต่อให้มี…จงอินก็คิดว่าเพื่อนร่วมห้องคนนั้นก็คงไม่เดือดร้อนอะไรมากมายนัก

 

จงอินเปิดฝักบัวชำระคราบไคลที่เกาะอยู่ตามผิวหนังและภายในร่างกายออกไปจนเกลี้ยง ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมด้วยหยดน้ำเกาะพราวทั้งตัวและกลิ่นหอมฟุ้งของยาสระผมราคาแพง ผ้าขนหนูสีขาวผืนแรกถูกพันหมิ่นเหม่อยู่รอบเอว ส่วนอีกผืนถูกพาดอยู่บนเส้นผมสีเข้มเปียกชื้น ในขณะที่เจ้าตัวกำลังจับผ้านุ่มขยี้เช็ดผมไปเรื่อย อีกมือก็ควานหาเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเรียนวันนี้ในตู้เสื้อผ้า พอหยิบได้แล้วหันกลับมาก็เกือบจะได้เอาไม้แขวนเสื้อเสยหน้าคนที่มายืนเงียบๆ ไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียงอยู่ด้านหลัง แถมยังคว้าหมับเข้าที่เอว พร้อมกับฉวยโอกาสจูบเข้าไปเต็มๆ ตรงขมับ

 

“Morning kiss, Honey”

 

คำทักทายที่หวานพอๆ กับจูบนิ่มๆ ที่คลอเคลียไม่ได้ช่วยคลายความบูดบึ้งบนใบหน้าของจงอินสักเท่าไร เพราะมัวพยายามแกะมือที่มารุ่มร่ามอยู่แถวปมผ้าขนหนู

 

“อือ…ไม่เอา”

 

“นิดนึงไม่ได้เหรอคะ? ยังมีเวลาตั้งเยอะ เพิ่งสิบโมงครึ่งเอง”

 

“ไหนบอกจะพาไปทานข้าว” จงอินเบี่ยงหน้าหลบปลายจมูกของอีกคนที่พยายามรุกล้ำรุ่มร่ามอยู่แถวซอกคอ ก่อนจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ปล่อยทั้งเสื้อและกางเกงที่หยิบเอาไว้ให้หล่นลงพื้น แล้วเปลี่ยนเอาแขนมาคล้องคอรับจูบคนที่เอาแต่ใจมาตั้งแต่เมื่อคืน

 

จูบหวานรับอรุณค่อนไปทางเที่ยงๆ ที่รับขวัญจงอินยามเช้าช่วยพาให้ทั้งสองร่างไถลเลื้อยมาจนถึงขอบเตียงหลังเดิมที่ยังคงร่องรอยของสงครามเอาไว้ แต่พอหลังแตะเตียง แล้วมือหนาเลื่อนไหลเข้ามาใต้ร่มผ้าผืนน้อย จงอินก็รีบคว้ามือข้างนั้นเอาไว้ได้ทันควันจนชานยอลหยุดชะงัก ยอมผละออกมาจากการเติมร่องรอยให้ทั่วทั้งหน้าท้องของจงอิน

 

“ถอดสูทก่อน…เดี๋ยวยับนะครับ”

 

ชานยอลยิ้มหวานกับคำพูดของจงอิน มือก็ถอดสูทเนื้อดีออกไป แต่พอจงอินขยับมือมาจะช่วยดึงเนคไทสีเข้มออก ชานยอลก็เป็นฝ่ายคว้ามือจงอินเอาไว้บ้าง ริมฝีปากแตะลงบนหลังมือที่ถูกดึงห้ามเอาไว้ ก่อนที่รอยยิ้มร้ายๆ บนใบหน้าจะทำให้จงอินนึกอยากเปลี่ยนใจจากกิจกรรมยามเช้านี้เหลือเกิน

 

“เดี๋ยวไม่ทันนะคะ แค่ข้างนอกก็พอ”

 

พูดจบมือก็ช่วยปลดผ้าชิ้นเดียวที่ปกปิดร่างกายท่อนล่างของจงอินออกทันที จงอินยันตัวขึ้นเล็กน้อย เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ชานยอลขึ้นมาอยู่บนเตียงเดียวกัน ก่อนที่ช่วยเอื้อมมือลงไปปลดพันธนาการด้านล่างของชานยอลออก ในขณะที่ร่างสูงกลับไปง่วนอยู่กับการเพิ่มรอยที่แสดงความเป็นเจ้าของ

 

จงอินไม่ได้สังเกตว่าชานยอลมีอารมณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอปลดซิปลงได้ ชานยอลน้อยที่ไม่น้อยตามชื่อก็ดีดใส่มือจนจงอินเกือบสะดุ้งทีเดียว คนตัวเล็กกว่าแตะมือลงไปลูบไล้เบาๆ แค่ให้พอมันขยับรับมือ ก่อนที่เจ้าของตัวจริงจะเป็นฝ่ายเข้ามาจัดการเรื่องทั้งหมด

 

จงอินน้อยที่ยังคงปวกเปียกแต่ก็ไม่ถึงกับสงบนิ่ง เพราะถูกกระตุ้นเร้ามาก่อนหน้านี้แล้ว พอถูกจับรวบให้เข้ากับอีกคนที่ร้อนรนนำไปไกล จงอินก็เผลอสะดุ้งวาบแล้วเกาะบ่าชานยอลแน่น

 

คนที่เปลือยเปล่าไปทั้งตัวส่งครางสั่นๆ พร้อมกับลมหายใจที่หอบสั่นจนไหวระริกไปหมด ความร้อนจากแก่นกายของชานยอลและมือหยาบกร้านที่กำลังช่วยชักนำให้สุขสม ไหนจะจูบที่กำลังชอนไชไปทั่วทุกซอกทุกมุมของร่างกาย ไฟในร่างกายก็ยิ่งโหมกระพือจนจงอินแทบจะเป็นบ้า ได้แต่สะบัดหน้าไปมา เรียกชื่อชานยอลไม่ขาดปาก

 

ฝ่ายชานยอลยิ่งได้ยินจงอินเรียกชื่อตัวเองก็ยิ่งย่ามใจ พาลให้ช่วยรูดรั้งนำพาให้จงอินแทบจะสำลักความสุขตายคาอก ก่อนที่ความเสียวกระสันจะแล่นปลาบไปทั่วร่างกายตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า หน้าท้องแบนเรียบหดเกร็ง พร้อมกับเสียงหอบฮั่กถี่ๆ ปลายนิ้วเท้าหยัดเกร็ง พร้อมปลายนิ้วมือที่ขยำเสื้อเชิ้ตสีขาวของชานยอลเสียแน่น ก่อนที่เสียงครางหวานหูที่สุดสำหรับชานยอลจะถูกเปล่งออกมาพร้อมกับความอิ่มเอมถูกปล่อยออกมาทุกหยาดหยด แม้จะน้อยนิด แต่ก็ยังถือว่ามากพอสมควร ทั้งที่แทบไม่น่าจะเหลือจากเมื่อคืนแล้วด้วยซ้ำไป

 

ในขณะที่จงอินถึงฝั่งฝันไปเรียบร้อย แต่ชานยอลยังคงต้องการอยู่ แต่ชานยอลก็ไม่ได้รั้งรอให้เสียจังหวะ แม้อีกคนจะรีบนำไปก่อนหน้า แต่มือของอีกคนก็ยังคงถูกกอบกุมอยู่ในมือใหญ่

 

เสียงครางต่ำในลำคอจนเกือบจะกลายเป็นคำรามเบาๆ เมื่อจงอินช่วยขยับมือปรนเปรอให้กับชานยอล แม้จะไม่ถึงใจเหมือนกับได้ฝังตัวเข้าไปในร่างกายคนที่เกาะบ่าหน้าแดงๆ เพราะเลือดลมเดินได้ดีตั้งแต่หัววัน แต่ความนุ่มจากมือของจงอินที่แม้จะไม่บอบบางนุ่มนิ่มเหมือนมือของหญิงสาว แต่ความหนักแน่นของจังหวะการลงน้ำหนักมือ กับความรู้ใจของจงอินก็ทำให้ชานยอลสุขสมได้ไม่ต่าง

 

จงอินลอบมองเสี้ยวหน้าของชานยอลที่แนบชิดจนแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สีหน้าที่ควรจะคุ้นชิน แต่ไม่ว่าจะแอบมองหรือได้สบตาตรงๆ จงอินก็อดไม่ได้ที่จะเขินอายขึ้นมาดื้อๆ เป็นเหตุให้ต้องรีบซบลงกับบ่ากว้างตามเดิม พร้อมกับขบเม้มเป็นการแก้เขิน แม้ว่าผลที่ได้คือเสียงแหบพร่าที่เรียกชื่อจงอินให้ได้วาบหวามมากกว่าเก่า ก่อนที่จงอินจะได้คิดอะไรมากมายไปมากกว่านั้น มือใหญ่ที่ปล่อยให้จงอินช่วยมอบความสุขให้อยู่ครู่ใหญ่ก็กลับกุมเข้าเอาไว้ทั้งหมดทุกสิ่ง ก่อนจะพาให้ตัวเองสู่ฝั่งฝันตามจงอินไป

 

“ไปทานข้าวไหวไหมเรา…”

 

“ไหว…แต่ไม่ไปเรียนได้ไหม?”

 

“………………………………………..ก็ได้ค่ะ แต่เดี๋ยวไปนั่งเล่นที่ออฟฟิศพี่นะคะ เด็กดี”


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Good Morning, Dear

 

*

 

FIN

Advertisements

7 thoughts on “[SF] Morning Call (CHAN x KAI)

  1. ลลต.

    เดี๋ยวนะ 55555555555555555555555555
    ไอ้ตอนแรกที่คุยกันอิ๊งเราแบบเออโอเค พอเลื่อนมาเจอ ตื่นแล้วหรอคะที่รัก
    มีเรียนตอนบ่ายนะคะ นี่นึกหน้าชานยอลแล้วก็ง้างเท้าขึ้นมา #นั่นสุดหล่อปาร์คของฉันนะ
    การพูดจาคะขานี่มันไม่เข้ากันเลยกับหน้าชานยอล 55555555555555
    นีน่าทำอะไรลงไป TAT มันควรจะฟีลลิ่งหวานแหววมีดอกไม้โปรยรอยฉาก
    ทำไมพี่นั่งขำง่ะ พี่ขอโทษค่ะ T_T

    ฉันยังคงคิดว่ามันเป็นฟิคหวาน แต่ไม่ควรเพราะนีน่าไม่เคยหวาน
    นีน่าเป็นคนอื้ออ้า TAT เหมือนฟิคฮีทอ้า #โดนฟาด TAT
    แล้วกดเอนี่แบบ…อัลไลเนี่ยยยยยยยยยยยยยย พี่ชานยอลคนกามที่สุดของโลก T[]T
    แต่แบบชอบอ่ะ เล่นเสียวผ่านโทรศัพท์เงี้ย ฮือออออออออออ
    บ้าเราะะะะะะะะะ ชอบจังข่ะ 55555555555555555 #ทำไมเป็นคนแบบนี้
    อัลไลคือน้องจงอินจินตนาการได้ล้ำาก TAT โฮวววววววว แล้วอะไรพี่อยู่หน้าห้องแล้ว
    ปาร์คชานยอลคนบ้าแกล้งน้องงงงงงงง นี่ให้น้องเล่นกะตัวเองจนเสร็จได้ยังไง
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด~~~~~~

    แล้วบีนี่แบบอัลไล ชานยอลก็เป็นคนกามอยู่ดี นี่ทำบุญด้วยไรง่ะปาร์คชานยอล
    ทำไมฟิคเรื่องไหนๆ ก็ได้กำไรตลอดเลยยยย TAT ในชีวิตจริงคือน้องด่ามัน 555555
    นี่จะบ้าล่ะ การเข้าจู่โจมด้านหลังเป็นอัลไลที่แบบแอบแช่งให้จงอินเอาไม้แขวนเสื้อจิ้มตามัน 555
    ก็นึกว่าน้องจะห้าม แหม…ถอดสูทเดี๋ยวยับนะครัช 55555555555555555 ค่าาาาา
    กามพอกันมันทั้งพี่ทั้งน้องนั่นล่ะ 55555555555555555555555
    ฮืออออออออ เขิน หน้าร้อน หน้าไม้ พังพินาศมาก

    ให้เลือกว่าจะกดอะไรหรอคะ ขอกด C ได้ไหมคะ
    เป็นภาคต่อว่าน้องจงอินไปหาพี่ชานยอลที่ทำงาน ห้องทำงานเงี๊ยบเงียบ TAT
    พี่ก็ไมได้หวังอะไรนอกจากให้น้องจงอินไปนั่งตักให้กำลังพี่ชานยอลตอนทำงานอ่ะคะ
    ก็ไม่รู้ว่าพี่ชานยอลจะมีสมาธิรึเปล่า อาจจะมีอย่างอื่นแทนพี่ก็ไม่ได้ว่านะคะ TAT
    5555555555555555 ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ ฮือออ กู๊ดมอร์นิ่งกันตอนเก้าโมงครึ่ง

  2. Hcanopik

    เลือดหมดตัว แอ่กกก
    พี่ชานคนหื่นนน ฮือออ ทำนีนี่ตั้งสามรอบ
    ไม่ยอมให้น้องนอนเร็วๆ เห็นไหมมม น้องเลยไม่อยากไปเรียนเลย บู่ววว บอกตามตรงนะคะ เลือกไม่ได้ระหว่างA กับB ฟินทั้งคู่ แต่ถ้าต้องเลือกจริงๆ ขอAแล้วกันค่ะ พี่ชานได้เห็นนุ้งจงอินในมุมใหม่ๆ เหนืออื่นใดพี่ชานคือได้กำไร อยากจะฟัดนีนี่ได้แบบพี่ชานนน แงงงงงงงงงงง้ ฟินที่สวดด ❤

  3. ญุ๋งญิ๋งสิงพี่ชาน

    พบ้าาาาาาาาา พี่ชานคนบ้าาาาาาาาาา พูดจาคะขาตะไมมมมมมมมมม นี่แพ้นะะะะะะะะะะ กรี๊ดดดดดดดดดดด ขอโดนชานยอลสักสามทีจะไม่ลืมพระคุณ #หื้ม คือว่านะ มันก็ละมุนละไม(?) ในความคิดพี่ แต่มันก็เซ็กซี่เร้าใจมากด้วยเช่นกัน บั่บบบบ แฟนโทรมาปลุกอ่ะค่ะคุ๊ณณณณณณ พูดจาไพเราะเสนาะหู อิน้องก็อ๊อนอ้อนอ่ะ เสียงขึ้นจมูกนิดๆ พูดจางุ้งงิ้งใส่พี่ชาน อ๋อยยยยยยยยยยยย ไม่ไหวร้าวววววววววววววววววว ทำไมชานยอลมันแบบอ่อนโยนและรุนแรง(?) แบบนี้ละคะ พี่ไม่ทนนะพี่ไม่ทน กรี๊ดดดดดด
    แล้วเซ็กโฟนคือไรคะ ตอนอ่านนี่ใจเต้นแรงมากอ่ะ คือแบบชอบอ่ะ มันดูเร้าใจดีมาก มันดีกว่าการกระแทกกันโบ้มๆละจบอ่ะ ไม่รู้สิ มันนึกถึงตอนจงอินกำลังปลุกเร้าตัวเอง หลับตาพริ้ม ฟังเสียงนุ่มๆของชานยอล บอกให้ทำอะไรต่อมิอะไร จนระเบิดโบ้มเป็นโกโก้ครันช์ จงอิ๊นนนนนนนนนนนน เซะซี่ค่อดดดดดดดดด ละยิ่งความคิดจงอินที่นึกถึงเวลาที่พี่ชานทำอะไรๆ นี่ก็แบบ ฮือออออออออออออ หน้าไหม้
    นี่นึกว่าพี่ชานจะเข้าไปปลุกในห้องน้ำนะ แต่แบบนี้มันก๊ะโอเคค่ะ มันดีมากมายเลย ทำยังไงดี ชอบอ่ะ ชอบมาก T^T ต้องกลับมาอ่านอีกหลายๆรอบ น้องจงอินจะได้แทงตัวเองผ่านโทรศัพท์อีกหลายๆที มีความฉุกจังเบย TTATT

  4. พนบ

    แงงงงงงงงงงงงงงงงงง อ่านแล้วเขินอะแงงงงงง แงงงง พี่ชานพูดคะ พี่ชานพูดคะ พี่ชานพูดคะะะะะะะะะะ TTT_________TTT ไม่ไหวจริงๆแล้วค่ะ เขินเกินไปปป นีนี่น่ารักเกินไปป นางใช่อะนางใช่ นางนางนางนาง นางอะนางไม่ไหวละขอกรี๊ดซักแปดล้านรอบ น้องเลือกก็เอก็ดี เลือกบีก็โดน เลือกเอคืออ่านละเลือดพุ่ง น้องเค้าเด็ดจริงนะคะพี่ชาน Y_Y ผ่านโทรศัพท์เลยนะคะ ผ่านโทรศัพท์!!!!!! เลือกบีก็แหมนึกว่าจะนอกบ้าน… ที่เดิมก็ไม่เลวนะคะ ว่าไหมพี่ชาน .. เลือกไม่ถูกจริงๆ จะว่าไปขอ c ละตามด้วย d e f g เลยได้ไหมคะ….
    อยากเห็นในออฟฟิศจุงงง เราเตรียมพร้อมมโนไปกับพี่ชานและนีนี่ละค่ะ ❤ ชอบค่ะชอบ ขอกรี๊ดอีกทีๆๆ ฟหกดเ้่าสวฟหกดเ้่าส

    ปล. ชอบนีนี่เวอร์ชั่นนี้มากกกก พี่ชานพูดคะก็ดีไปอีก(หลาย)แบบเลยเนอะ ❤

  5. KKKJI

    เอละต่อด้วยบี คือดี ทดลองเมนพี่ชานค่ะ ถถถ
    นีนี่คืออ่อยมั้ยลูก ถอดสูทเดี๋ยวยับ -..- จ่ะ

    คือนีนี่ก็ไม่สาวมากนะคะ แต่แฮ่ดดแซ่บเว่อมากกกกกกก
    พี่ชานยังไงก็คือคนกามจริงจริง 55555

  6. izabella

    กด A ประทับไตมากคะ! โทรศัพท์กันแบบนี้ แลดูมีอะไรรรร(อะไรล่ะ?)

    แต่จะเอหรือบีความร้อนแรงไม่ต่างกันมั๊ย! ทำไมพี่ชยอลเป็นคนเจ้าชู้ ผู้ชายขี้หลี เจ้าชู้ชอบพูดคะ แบบนี้นะ(พีชยอลหลีน้องจงอินคนเดียวใช่มั๊ย!) แบบ ทำไมๆๆๆๆๆๆ ร้อนแรงมากค่ะพี่ชยอล เมื่อคืนไม่จบมารบกันต่อตอนเช้า อุเหม่! น้องจงอินจะไปเรียนไหวมะล่า

    เดี๋ยวนะ พี่ชยอลคะ เอาเวลางานมาทำการบ้านแบบนี้ควรแล้วหรือคะ! พี่เป็นประธานบริษัทชะม๊อยยยยยย มาเต๊าะนักศึกษาแบบนี้ เข้าข่าย มีปัญหาใส่ชุดนักศึกษามาหาพี่ ใช่มั๊ย!

    อะไรคือมาเฟิ่นเฟ้อเยอะแยะ! สวัสดีคะคุณนีน่า เราแอบอ่านมาหลายเพลาแระ ได้เวลาเผยตัว(บอกเพื่อ?) แบบเราวิ่งเวิ่นๆแล้วมาเจอ แต่ไม่ได้คอมเมนต์รู้สึกผิด(เก๊าขอโทษษษษ) เราอาจจะเวิ่นเยอะแยะ แต่อยากบอกให้รู้ว่าชอบมากนะคะ คุณนีน่าให้คาแรคเตอร์ชยอลแบบนี้เราชอบ ดูเจ้าชู้และดูมักมาก(หืออออ???)

    ฟิคเรื่องนี้มาเร็วมากนะคะ ยังไม่ได้อ่านเรื่องก่อนเลย! ตกใจ! เดี๋ยวเราจะไปตามาอ่านนนนน เราว่าเราไปดีกว่าค่ะ อยู่นานยิ่งวกวน!

  7. wsy

    ชอบb มากค่ะะะ แต่ถ้าจะให้ดีก็ขอ c d e ตามมาละกันนะคะ
    55555555555555555 จงอินนี่ก็ยอมดีจริงๆ ไม่ว่าจะ a หรือ b ก็ยอมหมด55555
    เวิ่นได้แค่นี้เพราะง่วงมากจริง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s