[SF] Furiously (CHAN x KAI)

Standard

Title: Furiously
Author:
Nina*
Paring:
CHANYEOL x KAI
Rating:
R
Author’s note:
ต่อจากเรื่อง Hypnotizing ใครกลัวงงว่าเกิดอะไรขึ้นก็ย้อนไปอ่านได้ แต่ไม่อ่านก็ไม่เป็นไรเช่นกันค่ะ 🙂 // งาน OC อีกละ // งานเผาขัดดอกระหว่างรอ HEAT นะคะ ถ้าชอบ/ไม่ชอบ ติดแทก #ฟิคฟิวเรียส ได้นะคะ 😀

 

*

 

[1]

 

เสียงกระเบื้องแตกกระจายเหนือหัว ทำให้ชานยอลได้แต่เพียงถอนหายใจกับความเกรี้ยวกราดของคนที่ยังคงตั้งหน้าตาปาข้าวของภายในห้องเสียจนไม่เหลือเค้าเดิม แต่เจ้าของผิวขาวก็ไม่คิดจะห้ามปรามคนที่กำลังอาละวาด เพราะรู้ดีว่าห้ามไปก็ไร้ประโยชน์ สู้ปล่อยให้คิมจงอินระบายอารมณ์ลงกับข้าวของให้หมดเสียยังง่ายกว่ามาก คิดดังนั้นจึงทำเพียงแค่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู เฝ้ามองข้าวของภายในห้องที่ยังเหลือรอดอยู่ถูกเหวี่ยงไปรอบๆ ห้อง จนกระทั่งเก้าอี้ตัวสุดท้ายที่อยู่ในรัศมีมือคว้าถูกเหวี่ยงใส่บานกระจกจนแตกเป็นชิ้นๆ โรยตัวลงสู่พื้นห้อง ซ้ำยังกระเด็นมาบาดตามเนื้อตัวของเจ้าของห้อง และนั่นทำให้ชานยอลสิ้นสุดการอดทน

 

“พอหรือยัง? ถ้าหายบ้าก็หยุดได้แล้ว…”

 

“ไม่!!!!!!!!!!”

 

เสียงหวีดร้องสวนกลับทันที หนำซ้ำยังดิ้นพล่านให้พ้นการพันธนาการของอีกคนที่เข้ามารวบตัวจนลอยเหนือพื้น ไม่ใช่เรื่องสนุกสักนิดที่จะต้องแบกคนเอาไว้บนบ่า แถมยังต้องคอยหลบเหลี่ยงเศษซากไร้ราคาที่เกลื่อนพื้น

 

“ปล่อยนะ! ปาร์คชานยอล ปล่อย!”

 

ชานยอลถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายใส่คนที่ไม่สามารถควบคุมสติของตัวเองได้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งสาเหตุก็ไม่ใช่อะไรอื่นไกล เป็นเรื่องที่ชานยอลเองก็ไม่แปลกใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าจะเหนือการคาดเดา กับการกระทำของอู๋อี้ฝาน

 

ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่กับการที่คนๆ นั้นมักจะเอาเหยื่อเข้ามาในพื้นที่ของเรา แต่ไม่เคยมีคำว่า ‘ลุ่มหลง’ หรืออาจจะมากกว่านั้นสำหรับอี้ฝาน แค่ ‘เล่นสนุก’ จนกว่าจะพอใจ…มันเป็นแบบนั้นมาเสมอ

 

เขาจึงไม่แปลกใจสักนิดที่คิมจงอินจะคลั่งขนาดนี้

 

คนที่สำคัญเสมอ กลับกลายเป็นที่สอง…ไม่ใช่เรื่องที่คนประเภทคิมจงอินจะยอมรับได้

 

“บอกให้ปล่อย…!”

 

เสียงตะโกนจากปากของจงอินมันไม่ดังกระแทกหูเท่ากับเสียงของแตกร้าวที่ดังอยู่แถวกกหู เหมือนอะไรสองสามอย่างในร่างกายมันขาดผึง พร้อมๆ กับความเจ็บปวดที่แล่นปลาบขึ้นมา

 

ชานยอลรู้สึกตัวอีกครั้งตอนที่จงอินพยายามตะกุยข้อมือที่กดลงทาบทับลำคอ เพราะกำลังจะขาดอากาศหายใจ มือหนาคลายออกจากลำคอที่ถูกกดทับไว้แน่นจนกลายเป็นรอยสีคล้ำเข้ม

 

“…!”

 

จงอินยกเท้าขึ้นถีบยันเข้าที่ท้องของชานยอลจนเจ้าตัวกระเด็นไปตามแรง เสียงกระแทกผนังดังสนั่นพร้อมกับจงอินที่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา ลำคอร้อนผ่าว ซ้ำยังเจ็บร้าวจนไอโขลกขณะที่วิ่งหนี อีกแค่นิดเดียวก็จะก้าวพ้นธรณีประตูแล้วแท้ๆ แต่วูบเดียวที่มีความหวัง ทุกอย่างกลับดับวูบลงทันควัน เพราะแรงกระชากที่คอ แขน ลำตัว ที่ไหนสักแห่ง ทำให้จงอินกลับลงมานอนบนพื้น พร้อมกับเศษแก้วและกระเบื้องที่บาดตามเนื้อตัว และฝังเข้าไปในผิวหนังจนต้องร้องครางด้วยความเจ็บปวด

 

“โมโหคนอื่นแล้วก็อย่ามาลงกับฉัน คิมจงอิน” น้ำเสียงเยียบเย็นที่ชานยอลใช้ ไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำมันทับลงไปบนเพลิงอารมณ์ที่กำลังเผาไหม้ให้ก่อเปลวไฟสูงขึ้นไปในอากาศอีก

 

“แล้วใครใช้ให้เข้ามายุ่ง!?” จงอินตะคอกกลับ

 

มือใหญ่บีบเข้าที่ลำคอซ้ำรอยเดิมจนจงอินต้องตะกุยเล็บเข้าที่แขนของชานยอล เส้นเลือดบนขมับปูดโปนด้วยความเครียดขึง

 

“ฉันจะไม่ยุ่งเลยสักนิด ถ้านายไม่ทำเสียงดังจนน่ารำคาญกับอีแค่ว่าจะไม่มีคนคอยพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจ”

 

จงอินคำรามในลำคอ เขี้ยวขาวคมแยกออกขู่ชานยอลที่ยังคงเดินหน้าถากถางอีกฝ่ายอย่างสนุกสนาน โดยไม่คิดจะผ่อนแรงกดทับที่ลำคอเลยแม้แต่น้อย

 

“รู้ไหม? บางทีฉันก็คิดนะว่าจริงๆ อี้ฝานอาจจะไม่ได้สนใจอะไรลู่หานไปกว่าคนอื่นนักหรอก รู้ไหมว่าทำไม?”

 

“เพราะว่านายมันเอาแต่ใจจนน่ารำคาญไงล่ะ”

 

จงอินเงื้อแขนขึ้นชกสวน แต่ชานยอลเบี่ยงตัวหลบได้ก่อน เสียงหัวเราะขบขันบาดหู ก่อนที่ชานยอลจะขยับตัวขึ้นใช้ทั้งตัวกดทับคอหอยของจงอินเอาไว้ สองมือที่ว่างตรึงข้อมือแนบกับพื้น แม้ว่าลำคอจะเป็นอิสระจนสามารถตะโกนด่าชานยอลด้วยถ้อยคำหยาบคายที่สุดเท่าที่จะนึกได้ แต่น้ำหนักตัวของชานยอลก็ไม่ปล่อยให้จงอินได้ดิ้นรนอะไรมากนัก นอกจากขยับตัวอย่างไม่เป็นสุข แต่ไม่สามารถขยับไปไหนได้

 

“โมโหฉันที่พูดความจริงงั้นเหรอ? ทำไมไม่รู้จักโทษตัวเองล่ะ ว่านายมันน่ารำคาญแค่ไหน?”

 

“หุบปาก!”

 

“ฉันว่านายมากกว่าที่ควรจะเป็นฝ่ายหุบปากเสียบ้าง”

 

สิ้นคำ แรงกระชากมหาศาลก็ดึงให้จงอินพลิกตัวลงคว่ำ ใบหน้าเชิดขึ้นใส่เพดาน เพราะเส้นผมสีเข้มถูกกระชากอย่างแรงจากทางด้านหลัง เสียงโกร่งกร่างของโลหะ พร้อมกับสัมผัสจากเส้นหนังหยาบที่ถูกนำมาพันธนาการข้อมือ จงอินรู้สึกเจ็บจนดิ้นพล่าน ดิ้นรนให้หลุดพ้น แต่ถ้าปาร์คชานยอลไม่คิดจะปล่อยให้ใครเป็นอิสระ เขาคนนั้นก็ไม่มีวันได้เป็นอิสระ

 

แรงขัดขืนที่ต่อต้านมา พร้อมกับเสียงหอบหายใจและเสียงคำรามดังก้องไปทั่วทั้งห้อง ทั้งเม็ดเหงื่อและของเหลวสีแดงชาดไหลรินออกมาจากบาดแผลทั่วทั้งตัว ยิ่งกระตุ้นชานยอลให้รู้สึกสนุกสนานเสียจนลืมจุดประสงค์ที่ตั้งใจจะเข้ามาทำให้คิมจงอินอยู่ในความสงบไปแล้วด้วยซ้ำ

 

ปลายเข็มขัดรวบข้อมือสีเข้มเข้าไว้ด้วยกันถูกกระตุกพร้อมกับเส้นผมที่ถูกกระชากอย่างแรงจนใบหน้าของจงอินแหงนเริดขึ้น เสียงครวญครางเจ็บปวด แต่ทว่าฟังดูคล้ายกับกำลังสุขสม นั่นยิ่งทำให้ชานยอลหัวเราะด้วยความพออกพอใจ
“อย่าขัดขืนเลย ฉันรู้ว่านายชอบ…มาสนุกกันดีกว่า”

 

[2]

 

“อ…ด…เดี๋ยว! อึก…ตรงนั้น!! ตรงนั้น…!”

 

สีหน้าบิดเบี้ยวทรมานระคนเปี่ยมสุขทำให้ชานยอลยิ่งโถมแรงขยับให้หนักหน่วงขึ้นอีก สองมือขยุ้มเส้นผมสีดำตรงต้นคอของชานยอลจนแทบจะเป็นกระชากไปตามอารมณ์ที่ถูกเติมเต็มเข้ามาไม่หยุดหย่อน เสียงครางกึ่งคำรามยิ่งเร่งให้อารมณ์ของทั้งคู่ยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นไปอีก

 

ท่อนขาสีน้ำผึ้งถูกจับแยกออกกว้างและยกขึ้นสูงไปพร้อมๆ กัน สะโพกของจงอินแทบจะไม่ติดพื้น เช่นเดียวกับริมฝีปากสีฉ่ำที่ส่งเสียงเรียกร้องให้กระทำรุนแรงขึ้นอีกไม่หยุดปาก

 

ความเสียวซ่านรัญจวนใจที่แทรกเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำอีกทำให้จงอินสมองพร่าเบลอจนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นนอกจากกิจกรรมตรงหน้า แค่ความเร่าร้อนที่ชานยอลมอบให้ จงอินก็แทบจะสำลักความสุขตายอยู่แล้ว ไม่สนแม้กระทั่งว่าเพราะอะไรทุกครั้งตัวเองกับชานยอลถึงได้จบลงอีหรอบนี้ทุกทีไป

 

ตอนแรกก็แค่โมโหจนตัวสั่นที่เห็นพี่อี้ฝานไปเป็นของคนอื่น

 

เสียงในหูมันหวีดลั่นจนจำอะไรไม่ได้ ก่อนที่ทุกอย่างในห้องจะพังพินาศ เพราะหยิบฉวยอะไรก็ได้ก็ขว้างปาทุกอย่างออกไป หวังเพียงแค่ให้ภาพในหัวและเสียงที่ได้ยินอยู่มันหายไปซะ แล้วปาร์คชานยอลก็เดินเข้ามา พร้อมกับน้ำมันที่ราดลงมา แถมยังช่วยโหมไฟในตัวให้ลุกโชนจนแทบจะเผาตัวเองทิ้งให้มันสิ้นเรื่องไป

 

“คิดอะไรอยู่ ตั้งใจเล่นกับฉันหน่อยไหม?”

 

ปาร์คชานยอลใช้วิธี ‘ขย้ำ’ ลงมาที่เนินไหล่ของจงอินจนเลือดสาดเพื่อเรียกให้คนที่นอนอยู่เบื้องล่างดึงสติกลับมาอยู่กับกิจกรรมตรงหน้า ดวงตาที่เคยเหม่อคิดอะไรอยู่ในหัวกลับมาจ้องเขม็งใส่ชานยอลที่ฉีกยิ้มเปรอะเลือดน่ารังเกียจ

 

ปลายลิ้นตวัดเข้าไปในโพรงปากที่เผยอออก แทนที่จะได้ผ่นคำผรุสวาทอย่างที่คิด กลับกลายเป็นได้แลกรสเฝื่อนสนิมของตัวเองที่ชานยอลแบ่งมาให้ชิม พอชานยอลผละออกจากริมฝีปากเจ่อช้ำที่เปื้อนเลือดเหมือนกันแล้ว ชานยอลก็จัดการพลิกตัวให้จงอินเป็นฝ่ายคร่อมอยู่บนหน้าตัก ปลายจมูกของทั้งยังคงชิดกัน เพราะข้อมือทั้งสองของจงอินยังถูกพันฒนาการเอาไว้ให้คล้องกับลำคอแกร่งของชานยอล

 

“ไหนเล่นให้ฉันดูหน่อยซิ จงอิน…”

 

[3]

 

เรียวแขนและท่อนขาตกลงข้างกาย พร้อมกับร่างหนาหนักของชานยอลที่ผลักร่างของจงอินให้เอนหงายลงไป พร้อมกับทิ้งตัวทาบทับลงมา ลมหายใจอุ่นร้อนหอบเข้าออกถี่กระชั้น ก่อนจะค่อยๆ นิ่งสงบลงเป็นจังหวะที่ฟังดูปกติ แล้วเสียงหัวเราะต่ำในลำคอถึงได้ดังขึ้นมา ชานยอลยกยิ้มพลางพรมจูบไปตามลำคอนวลที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงและรอยขีดข่วนอีกมากมายตามเนื้อตัวของจงอิน ในขณะที่จงอินยังทำเพียงแค่นอนนิ่งปล่อยให้ชานยอลหากำไรจากร่างกายของตัวเองอย่างไม่นึกบ่น จนกระทั่งต้นขาสีน้ำผึ้งถูกยกขึ้นให้ตั้งฉากกับพื้นไม้ ตามด้วยสัมผัสชื้นๆ จากริมฝีปากและปลายลิ้นที่ก้มลงปรนเปรออีกรอบ นั่นล่ะจงอินถึงได้เริ่มนึกอยากจะขัดขืนขึ้นมาบ้าง

 

“พอแล้ว…เจ็บหลัง”

 

คำประท้วงของคนที่นอนคิ้วขมวดอยู่ใต้ร่างทำให้ชานยอลยอมหยุด แขนยาวๆ ของชานยอลที่เต็มไปด้วยร่องรอยการทำร้ายร่างกายไม่แพ้กับจงอินถูกยันเข้ากับพื้นเพื่อให้เจ้าของได้มองหน้าจงอินที่บูดบึ้งได้ชัดเจน รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าชานยอลทำให้จงอินนึกอยากบ่น อยากด่าอะไรขึ้นมาอีกสักรอบ แต่มันไม่มีแรง แถมเศษแก้วที่ฝังอยู่ตามหลังก็ทำให้เจ็บมากจนไม่อยากขยับด้วย

 

“อยากเข้าห้องน้ำ”

 

ประโยคที่คล้ายจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ไร้ซึ่งประธานและกรรมรองรับ แต่สายตาคนพูดบอกชัดเจนว่าเป็นประโยคคำสั่ง นั่นทำให้ชานยอลหัวเราะขึ้นจมูก ก่อนจะยันตักลุกขึ้นเล็กน้อย ค่อยๆ ปล่อยให้ส่วนที่สงบนิ่งหลุดออกมาจากช่องทางที่ทำให้ตัวเองได้เชื่อมต่อกับจงอิน

 

เสียงครางแผ่วๆ ดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าที่เหยเกเล็กน้อย ก่อนที่ชานยอลจะสอดแขนเข้ากับแผ่นหลังและหลังเข่าจงอิน เสียงทุ้มกระซิบเตือนให้จงอินกอดคอเอาไว้ให้ดี ชานยอลพยายามระมัดระวังไม่ให้แขนสัมผัสกับเศษแก้วที่ฝังอยู่ตามแผ่นหลังสีน้ำผึ้ง เพราะไม่อยากให้มันฝังลึกเข้าไปอีก

 

ร่างของจงอินถูกหย่อนลงในอ่างอาบน้ำว่างเปล่า แผ่นหลังที่เคยเต็มไปด้วยรอยแผลค่อยๆ เคลื่อนตัวสมานเข้าหากัน พร้อมๆ กับเศษแก้วที่หลุดร่วงลงบนพื้นอ่างสีขาว ชานยอลใช้เวลาสักพักในการโกยเอาเศษไร้สีเหล่านั้นขึ้นมาจากอ่าง ในขณะเดียวกันก็จัดการเปิดน้ำอุ่นผสมให้จงอินที่ฮัมเพลงไปด้วย ตีน้ำในอ่างที่กำลังเอ่อท่วมตัวไปด้วย

 

“อารมณ์ดีแล้วสิ?” น้ำเสียงหยอกเย้ากับหน้าตายียวนทำให้จงอินทำหน้าบึ้ง ก่อนจะวักน้ำสาดใส่หน้าคนที่รีบลุกหลบ

 

“ออกไป จะอาบน้ำ” จงอินเอ่ยปากไล่ พร้อมกับสะบัดหน้าหนี ส่วนชานยอลก็เพียงแค่หัวเราะแล้วเดินออกไป โดยที่ไม่พูดต่อความอะไรกับจงอินอีก ดวงตาของชานยอลปราดมองซากความพินาศที่จงอินทำขึ้น โดยมีเขาช่วยผสมโรงเพิ่มเติมในภายหลังแล้วก็ถอนหายใจหนักๆ ทั้งที่ยังนึกขัน เมื่อคิดถึงบิลค่าใช้จ่ายในการรื้อห้องซ่อมแซมและซื้อเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งใหม่

 

แล้วก็นับรอเวลาให้จงอินอาละวาดอีกรอบ…

 

ชานยอลออกจะชินชาและเฉยชากับเรื่องนี้ เขาไม่เคยนึกหึงหวงหรือเป็นห่วงอะไรคิมจงอินนัก ไอ้เรื่องที่จงอินออกจะทำตัวเป็นเด็กหวงของใส่อู๋อี้ฝานนั่นมันเรื่องธรรมดา ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าจงอินรักอี้ฝานมากแค่ไหน แต่มันไม่ใช่ความรักแบบที่มนุษย์เรียกว่าอะไรนะ? คนหนุ่มสาว?

 

เออ อะไรทำนองนั้นล่ะมั้ง…ก็บอกแล้วไงว่าจงอินน่ะมันพวกเด็กน่ารำคาญที่หวงของ พออีกฝ่ายที่เคยเอาอกเอาใจตัวเองมาตลอดดันไปมีของเล่นที่สำคัญกว่าตัวเอง นิสัยพาลแบบเด็กๆ มันถึงได้เผยออกมาแบบนี้ไง

 

แต่เพราะว่ากำลัง ‘แอ๊บ’ เป็นเด็กดี ไม่กล้าฟาดหัวฟาดหางใส่อี้ฝานให้เสียภาพพจน์ หวยเลยมาออกที่เขายังไงล่ะ

 

เฉยชา ไร้ความรู้สึกกับสิ่งรอบตัว สนใจแต่เรื่องของตัวเอง แถมกวนประสาท เป็นคุณสมบัติประเภทของผู้ฟังที่ดีขนาดไหนก็เห็นกันแล้วนี่ นั่นล่ะ…มันก็แค่เรื่องของเด็กเอาแต่ใจที่โดนแย่งคนเอาใจไป เหลือแต่พวกเฮงซวยที่ไม่คิดจะฟังปัญหาของใครหรือตามใจอะไรสักอย่างแบบปาร์คชานยอลก็แค่นั้น

 

เรื่องมันก็ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย ช่างมันเถอะ…

 

*

 

FIN

Advertisements

4 thoughts on “[SF] Furiously (CHAN x KAI)

  1. Viky

    ขอบคุณนะคะที่เขียนมาให้อ่านกัน

    เอ่อน่ะ อืมห์ยังไงดีล่ะ
    คือไม่คิดว่า ปาร์คชานยอล จะไม่คิดอะไรกับคิมจงอินน่ะ
    Paragraph สุดท้ายนี้ เหมือนกับ
    ออกแนว ประชด ประชันยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก
    เหมือนจนปัญญากับตัวเองอ่ะ
    ก็เลย ออกแนว บ่นว่า ดูถูกตัวเองอ่ะ
    ว่า ชั้นมันก็ทำได้แค่นี้แหละ
    ชั้นมันก็คนแบบนี้แหละ
    อะไรทำนองนั้น
    คือถ้าตีความผิดนี้ ขอโทษน้า
    แต่อ่านแล้วรู้สึกแบบนี้จริงๆ

    คือคนที่ไม่แคร์กันจริงๆน่ะ
    อาละวาดให้ตาย ก็ไม่สนหรอก
    แบบจะพังข้าวของอะไรก็เรื่องของแกร๋
    ยิ่งอาละวาดในห้องตัวเองด้วยแล้ว
    นี้แบบ เรื่องของแกร๋ เลยจริงๆ

    รู้สึกว่า ที่ชานยอล ฟิวขาดอย่างแรง
    เพราะเห็นว่า การทำลายนี้อ่ะ
    มันเริ่มลามไปทำร้ายตัวเองแล้ว
    จนชานยอลทนไม่ได้อ่ะ
    คงไม่อยากให้จงอินนี่เจ็บตัว
    แต่ด้วยความที่เป็นคนแข็งๆ ไง
    หรือความที่พยายามจะทำเป็นคนแข็งๆ
    แสดงออกว่าไม่แคร์มาตลอด
    ก็เลยไปในแนวประชดซะมากกว่า
    จิกกัดอินนี่ เพราะถ้าจะให้พูดห่วงดีๆ ก็ไม่เคยทำ
    ก็บ่นว่า เสียดสีไป แต่ในใจอ่ะ ห่วงมาก มากด้วยแหละ
    หรือ ตอนกำลัง กุ๊กกิ๊ก กัน
    พออินนี่คิดเรื่องอื่นนี้
    เดาว่า หึงน่ะ หวงด้วย
    เลยออกแนว เรียกร้องความสนใจ
    เพราะลำพังแค่ถ้าอยากจะทำตามอารมณ์ตัวเองแล้ว
    ต่อให้อีกฝ่ายไม่ร่วมมือ ถ้าอยากจะทำ เค้าก็ทำไปจนเสร็จได้นั้นแหละ
    แต่นี้เหมือนกับ อยู่กับชั้น สนใจชั้นสิ ไรงี้อ่ะ

    แล้วยิ่งตอนอุ้มไปอาบน้ำ ยิ่งประทานโทษ
    ชัดมากค่ะ คนอ่านเห็นมีแต่ พระเอกที่รักนายเอกเท่านั้นแหละ
    ถึงพาไปอาบน้ำอ่ะ
    แถมตอนอุ้มก็ยังพยายามระวังไม่ให้น้องเจ็บเพิ่ม
    เอ่ออออออออออออ แผลมันหายเองได้ อะไรได้
    ไม่ต้องถนอมก็ได้มั้ง ถ้าไม่แคร์อ่ะ
    //me ขยิบตาใส่ชานยอล ^_*

    อินนี่ ตามคำบอกของชานยอล
    ซึ่งโอ๊ยนี้บอกเลยไม่แคร์น้องน่ะ
    แต่แหมบรรยายเป็นฉากๆ
    รู้ใจไปหมด เค้าคิดไรยังไงนี้อ่ะ 55
    กัดฟันพูดใช่ป่ะค่ะ ชานยอล 55
    โอ๊ะกลับมาน้องอินนี่ก่อน
    คือนิสัยเด็กๆอ่ะ
    ไม่ได้รักหรอก
    แค่ห่วงของเล่น
    ซึ่งเท่าที่ดู น้องเด็กจริงๆน่ะ
    เหมือนโมโหก็พอลับหลังนี้ปล่อยสุดพลังไรงี้อ่ะ
    เหวี่ยง วีนไปทั่ว
    แถมคงรู้ว่า ยังไงชานยอลก็ต้องลงให้
    เลยยิ่งได้ใจ
    แบบเหวี่ยงสุดแรงไม่มียั้งอ่ะ
    แต่พอ ชานยอล โอ๋ เอาใจ นี้ก็อารมณ์ดีเชียวน่ะ
    ขอโทษแค่ได้เล่นน้ำ นี้ก็อารมณ์ดีได้
    ไม่เด็กก็ไม่รู้ยังไงแล้วล่ะค่ะ
    น้องอินนี่ไม่ผิดน่ะค่ะ
    น้องแค่ยังเด็ก ยังคุมอารมณ์ไม่ได้
    ชานยอลต้องดูแลน้องน่ะ 555

    อินนี่ให้ความรู้สึก แบบน้องน้อยขี้เอาแต่ใจมาก
    ชานยอลก็เหมือนกับพี่ที่โอ๋น้อง
    แต่ไม่ยังไงล่ะ
    ไม่ได้โอ๋แบบ โอ๋ๆ กอด โอ๋ๆ อุ้มไรงี้
    แต่โอ๋แบบเด็กผู้ชายแข็งๆอ่ะ

    มาเข้า เรื่องกิจกรรมกัน
    คือไม่ได้ใช้คำอะไรที่บ่งบอกสภาพร่างกายมากมาย
    เอิ่ม คนอ่านชอบตรงนี้น่ะ
    ประเภทแบบเรียกกันโต้งๆนี้
    ไม่ไหวน่ะ มันไม่เหลือที่ให้จินตนาการ
    แถมบางทีเจอศัพท์แบบ คือพาลไม่อยากอ่านเอาด้วยซ้ำอ่ะ
    แต่นี้ บรรยายโดยใช้สภาพแวดล้อมเป็นตัวช่วยด้วย
    ทำให้เข้าใจว่า
    ดุเดือดเลือดพล่านกันเลยทีเดียว
    ชอบน่ะค่ะ ไม่ใช่ไม่ชอบอ่ะ

    จะติดตามกันต่อไปค่า
    วี

    คือก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้เม้นท์
    ขอโทษน้า คือหาที่เม้นท์ไม่เจออ่ะ
    อายมาก เชยมากใช่ไหมค่ะ ^_^

  2. PkEva

    เพิ่งหาที่เม้นท์เจอ ㅠㅠ
    คนน้องนี่เอาแต่ใจจริงๆเลย เพราะเลี้ยงมาตามใจสินะ
    กลิ่นของเรื่องแบบอึนๆมึนๆ ให้นึกภาพทริลเลอร์ตามขึ้นมากแล้วเย็นๆดีค่ะชอบ
    ความสัมพันธ์ของพระนายผูกกันแบบรุนแรงแต่อ่อนหวานในทีนะ (คิดเอง)
    อย่างน้อยก็มาพาน้องทำกิจกรรมให้หายเหงาแหละน่า!
    ปล.คนน้องขี้เอาแต่ใจ คนโตขี้เอาแต่เทอนะ

    ขอบคุณสำหรับฟิคจร้า

  3. ญุ๋งญิ๋งสิงเทาเล่ย

    นีนี่เห็นพี่ชานเป็นอะไรรรรร ที่ระบายอารมณ์หราาาาาาาาา เด็กเอาแต่ใจจจจจ
    แต่แรกนะ เอ๊ะ จงอินรักพี่คริสหรา เป็นอะไรกะพี่คริสมาก่อน ทำไมหวงเง้
    อ่อ แค่เด็กหวงพี่นี่เอง อยากเป็นที่หนึ่ง เอาแต่ใจ พอเขาไปมีเด็กใหม่(?) ก็เลยเหวี่ยง
    ละแบบมาเหวี่ยงกะพี่ชานใช้ได้หราาาาา เหวี่ยงกันจนโยกเบย….
    ละแบบตอนที่เศษแก้วบาดตัวนี่ก็แบบ แอร๊ย จงอินจิตหราาา
    ละพี่ชานแม่มก็ยังมีอารมณ์ทำเนอะ ทำแบบรุนแรงด้วยอ่ะ
    คือมันทั้งคนเอาและคนถุกเอานี่แหละวะ เลือดอาบกันไปข้าง เกร้ดดดด
    ละกำลังคิดอยู่เลย หลังที่ดดนแก้วบางเขาทุบทิ้งแตกบาดนี่ จะทำยังไง
    แม่เจ้า มันหลุดเอง หายเองได้ ร่างกายนีนี่ช่างวิเศษ
    งั้นต่อไปพี่ชานจะเอาแรงแค่ไหนก็ได้ค่ะ นีนี่อึดค่ะ =v=b

    หวังว่ามันจะมีตอนต่อไปมาอีกนะ เทาเล่ยอ่ะๆๆๆ TTvTT

  4. buapeun

    fav ไว้นานมากแล้วว่าจะอ่าน จนเวลาผ่านล่วงเลยมาถึงวันนี้

    ดุเดือดเผ็ดมันมากค่ะ รู้สึกเหมือนชานยอลจะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องลงเอยแบบนี้ หรือมันเป็นไปตามความเคยชินกันหว่า แต่จงอินเป็นเด็กวายร้ายมากเลยอะ คาแร็กเตอร์ชัดดี ท่าทางจะมีแค่ชานยอลที่ปราบได้ 5555

    เพราะเป็นเรื่องราวของอมนุษย์ปะคะ เลยไม่มีกลิ่นอายความรักที่ชัดเจน
    มันอึน ๆ แต่ไม่ระทมอะค่ะ เหมือนไม่รักแต่ก็รัก
    5555 ชานยอลรู้จักจงอินดีอะ รู้หมดว่าต้องทำไง ถ้าไม่รักไม่ใส่ใจทำไม่ได้นะแบบนี้ ตอนน้องเหม่อก็ยังหวงป้ะ
    ชอบที่ชานยอลมัดมือจงอินให้คล้องคอตัวเองไว้นี่แหละค่ะ ดี หายใจรดกันให้ได้หวาม ๆ บ้าง แนบแน่นอ้ะ 5555

    ไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของจงอินกับชานยอล แต่แน่นอนล่ะว่าเป็นของกันและกัน คือตอนท้ายนี่ชานยอลประชดประชันตัวเองป้ะเนี่ย อยากให้จงอินหวงบ้าง? 5555 ก็ไม่ใช่ประเภทเอาใจเก่งจนน้องมันติดหนึบและหวงแหนนี่ ก็ทำตัวเองเองนะชานยอล แต่ยังไง ๆ ก็ได้เล่นสนุกกับน้องทุกทีนี่หว่า 555

    จงอินตอนที่อารมณ์ดีนี่มันน่ารักจริง ๆ ฟู่ววววว
    คืออะร้ายยยยยที่ได้เสียเหงื่อเสียเลือดเสียน้ำแล้วอารมณ์ดี
    เสียอีกทีดีมะ?

    หวังว่าจะมีตอนต่อไปให้ได้อ่านนะคะ ฮี่ ๆ
    ลองให้ชานยอลมีคนอื่นดูบ้าง จงอินจะงุ่นง่านหรือพาลแบบนี้บ้างไหม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s