[FIC] HEAT … 7

Standard

Title: HEAT …[7]
Author: Nina*
Paring: Kris & Jongin / Luhan & Jongin / A Little bit Kris & Luhan
Rating: NC-17
Author’s note: หายไปกี่เดือนอ่ะเลิกนับแล้ว 5555 ตั้งแต่สงกรานต์ จนพ้นวันเด็ก 555 (เข้าสู่สามปีอย่างงดงาม (?) ฮ่าาา) แถมลงวันเกิดจงอินพอดี ไม่ได้ตั้งใจนะคะ Orz

 

*

 

“พี่คริสนี่ใครวะ”

 

จงอินสำลักน้ำที่ดื่มเข้าไปเล็กน้อย แต่ก็ยังรักษามาดเอาไว้ได้อยู่ ตอนที่ปรายตามามองไอ้คนที่เอ่ยปากถามถึงบุคคลอันไม่ควรเอ่ยถึง ก็เห็นว่าชานยอลกำลังนั่งอยู่บนเบาะรองนั่งสามชั้น ในมือก็ดวลวินนิ่งอยู่กับจื่อเทาเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรในคำถามเท่าไรนัก แต่เชื่อเหอะว่าถ้าจงอินไม่ตอบล่ะก็ ปาร์คชานยอลมันจะไม่หยุดแค่ครั้งเดียว

 

จงอินหยุดนึกทั้งที่ยังถือขวดน้ำค้างไว้ใกล้ริมฝีปาก ไม่ได้พยายามนึกอยู่หรอกนะว่า ‘พี่คริสเป็นใคร’ แต่กำลังนึกหาคำนิยามดีๆ ที่จะมาอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับพี่คริสอยู่ต่างหาก

 

อืม…

 

“ลูกพี่ลูกน้อง”

 

ชานยอลฟังคำตอบแล้วทำหน้าตาไม่เชื่อ แต่จงอินไม่สนใจ เพราะนั่นคือความสัมพันธ์ที่ควรจะใช้บอกคนอื่นอยู่แล้ว เป็นลูกพี่ลูกน้องกันแบบห๊าง … ห่าง เพราะว่าญาติฝ่ายไหนสักญาตินึงของจงอินมักจี่เป็นพี่น้องร่วมชายคาบ้านเดียวกับญาติฝ่ายไหนสักบ้านของคริส แต่ก็เหอะ…สมัยก่อนก็ดันสนิทสนมกันพอสมควร ไม่ใช่คริสกับจงอินที่สนิทกัน แต่พวกพ่อๆ แม่ๆ ต่างหาก

 

สนิทกันแค่ไหน? ก็เตะโด่งเขาข้ามทวีปไปอยู่กับพี่คริสอยู่สี่เดือนเต็มๆ ที่อเมริกาได้ก็แล้วกัน

 

สี่เดือนที่ลืมไม่ลงของคิมจงอิน

 

*

 

Minnesota, United States of America

5 ปีก่อน

 

มนุษย์เพศชาย สัญชาติเกาหลีแท้ร้อยเปอร์เซนต์ ระดับความรู้ภาษาอังกฤษเป็นศูนย์ถูกเตะกระเด็นมาอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง โดยฝีมือบุพการีตัวเอง จะมีใครเศร้าเท่านี้อีกไหม? เอาเถอะ น่าจะมี แต่นี่เป็นความขมขื่นที่สุดในชีวิตคิมจงอิน วัย 15 ปีแล้ว

 

ใช่แล้ว…เด็กม.ปลาย อายุ 15 ปี ยังไม่ทันจะแตกเนื้อหนุ่มดังเปรี๊ยะให้ใครได้ฟัง ก็มีอันต้องข้ามทวีปมาอยู่กับใครก็ไม่รู้ที่พ่อกับแม่กรอกหูว่า ‘ไปถึงแล้วโทรหาพี่คริสซะนะ นี่เบอร์ แม่เปิดโรมมิ่งให้แล้ว’ และ บลา บลา บลา

 

เออ ตามนั้นแหละ เพราะหม่อมแม่อยากจะดัดนิสัยอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็เลยส่งไปอยู่กับญาติด้วยคอนเซปท์ Work & Travel (สำหรับเด็กอายุ 14 มันคือโดนถีบไปช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ของบริษัทในเครือบ้าน) ออกค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับให้ แถมพอกเก็ตมันนี่มาให้ด้วยนะ แต่แค่ 500 เหรียญ เฮิก จงอินล่ะเพลีย

 

หม่อมแม่ให้เหตุผลสั้นๆ ว่าเป็นเงินค่าขนม ส่วนค่าใช้จ่ายจำเป็น ‘อื่นๆ’ หม่อมแม่ฝากฝังไว้กับพี่คริสเรียบร้อยแล้ว นี่ก็อยากจะถามมากว่าแม่ไว้ใจญาติห่างๆ มากกว่าลูกในไส้ตัวเองได้ยังไง ก็เกรงว่าจะได้คำตอบชวนปวดหัวใจมาแทน ก็เลยสงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่พูดอะไรไป แต่กะไว้ในใจเรียบร้อยแล้วว่าถ้าขืนพี่คริสของหม่อมแม่รังแกเขาแม้แต่นิดเดียว จะรีบสวมบทหนูน้อยซินเดอเรลล่าผู้น่าสงสารทันที

 

แต่…

 

ครับ ก็อย่างที่น่าจะเดากันได้ ‘พี่คริส’ ของหม่อมแม่ไม่เคยมีท่าทีรังเกียจรังงอนหรือรังแกเด็กชายคิมจงอินแม้แต่นิดเดียว ตั้งแต่เท้าเหยียบสนามบินจนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าเดือนกว่าแล้วนะ ลายพี่แกไม่มีท่าทีว่าจะออกเลยสักนิดอ่ะ

 

แบบ…รูปหล่อ พ่อรวย บ้านสวย แถมสาวติดเพียบ

 

อย่างหลังนี่มาไง?

 

คืองี้นะ พี่คริส หรือชื่อจริงตามทะเบียนราษฎร์ คือ อู๋อี้ฝาน แต่ไม่ค่อยมีใครเรียก จริงๆ นอกจากตอนพี่เขาแนะนำตัวว่าชื่ออะไรแล้ว จงอินก็ยังไม่เคยได้ยินใครเรียกพี่คริสว่าพี่อี้ฝานอีก อืม เขาก็เลยเรียกว่าพี่คริสเหมือนคนอื่นๆ

 

อันที่จริงนอกจากพี่คริสกับเพื่อนที่ทำงานซึ่งอายุมากกว่าเขากันทั้งนั้น จงอินก็แทบจะไม่เจอใคร พี่คริสก็ไม่ค่อยวุ่นวายกับเขามากนัก ถึงจะไม่ได้สนิทซี้ปึ้ก แต่ก็คุยกันได้นะ

 

พี่คริสเป็นนายแบบ แต่ไม่ค่อยรับงาน เพราะออกแนวทำขำๆ แต่ขนาดว่าขำๆ บางอาทิตย์จงอินก็ไม่เจอพี่คริสเลย จนแอบคิดนะว่านี่โดนจ้างมาเป็นหมาเฝ้าบ้านหรือเปล่า จนกระทั่งเหตุการณ์เมื่อเร็วๆ นี้แหล่ะ ถึงทำให้จงอินรู้ว่าทำไมพี่คริสถึงไม่ค่อยกลับบ้าน ไม่ใช่เพราะงานยุ่ง แต่มันเป็นเพราะ ‘จงอิน’ ต่างหาก

 

วันนั้นที่ทำงานมีอีเวนท์นอกสถานที่ แต่จงอินดันลืม ไม่ได้หาเสื้อผ้าสุภาพใส่มาให้เรียบร้อยเลยโดนไล่กลับบ้าน พอช่วยแพคของเล็กๆ น้อยๆ เสร็จตอนบ่ายก็ตรงกลับบ้านเลย โดยที่ลืมเทกซ์ไปบอกพี่คริส แถมพอถึงบ้านก็พุ่งขึ้นห้องแล้วหลับไปเฉย พอสักสี่โมง จงอินก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่พี่ที่ทำงานโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้หยุด จงอินก็พึมพำรับคำไป ในใจประมวลผลด้วยความง่วงอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายก็ทิ้งศีรษะลงกับหมอนนอนไปตามเดิม มารู้ตัวอีกทีก็เกือบหกโมงแล้ว ทั้งห้องมืดสนิท จนเกือบเตะโดนตู้เสื้อผ้าเพราะคลำทางผิด พอคว้าลูกบิดประตูได้ ก็เปิดไฟตรงทางเดินแล้วเดินตามทางมาเรื่อยๆ ในใจนึกอยากดื่มน้ำสักแก้ว เพราะคอแห้งพิกล

 

ระหว่างที่เดินผ่านห้องของพี่คริสที่ควรจะปิดสนิท หางตาของจงอินก็เหลือบไปเห็นว่าประตูมันเปิดแง้มอยู่ สองเท้าก็เลยถอยกลับมา หมายจะงับปิดให้ด้วยความหวังดี แต่แสงไฟที่ลอดออกมาตามช่องประตูก็ทำให้จงอินชะงักจนเกือบจะร้องทักว่าทำไมวันนี้พี่ชายของตัวเองถึงได้กลับเร็วนัก แต่กลับกลายเป็นว่าต้องยืนแข็งทื่อเพราะภาพคนในห้องที่ทำให้ตกใจ

 

ภาพของคนสองคนที่กำลังเกาะเกี่ยวกัน ในขณะที่ร่างของพี่คริสนั้นทาบทับอยู่บนร่างกายของใครสักคนที่จงอินไม่รู้จัก ถึงแม้ว่าจะเป็นเด็ก แต่ก็กำลังจะเป็นวัยรุ่น และจงอินก็ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดจะดูไม่ออกว่ากิจกรรมที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นคืออะไร

 

เพียงแต่มองปราดเดียวก็รู้ว่าคนที่พี่คริสกำลังโถมสะโพกเข้าใส่อย่างหนักหน่วงนั้นไม่ใช่ผู้หญิง นั่นแหล่ะที่ทำให้จงอินตกใจ ฝ่ามือสีเข้มรีบยกขึ้นปิดเสียงร้องที่อาจจะหลุดลอดออกมาให้คนทั้งสองรู้ตัว แต่ดวงตาสุกใสยังคงจับจ้องอยู่กับภาพตรงหน้าอย่างไม่อาจละไปไหน

 

เสียงครวญครางหวามไหวที่ทำเอาจงอินขนลุกชัน เลือดในกลายพากันแล่นพล่านเพราะหัวใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น

 

ใครอีกคนที่จงอินไม่รู้จักกำลังคุกเข่าอยู่บนเตียง สีหน้าและน้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังช่างดูสุขสมระคนทรมาณ ในขณะที่พี่คริสก็บดเบียดร่างกายเข้าหาสะโพกขาวเนียนถี่กระชั้น เสียงคำรามต่ำและคำสบถที่เปล่งออกมาด้วยความพึงพอใจประสานเข้ากับช่วงเอวของร่างสูงใหญ่ขยับโยกไม่ปล่อยให้จังหวะขาดตอน ทำเอาร่างด้านใต้ขยับเร่าด้วยอารมณ์หลากหลาย

 

จงอินนึกไม่ออกว่ายืนมองอยู่นานแค่ไหน แต่พอรู้ตัวว่าร่างผอมบางด้านล่างเอียงศีรษะหันมาถึงได้รู้ตัวว่าถูกจับได้ว่ากำลังทำตัวเป็นถ้ำมอง จงอินสะดุ้งผวาด้วยความตกใจเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตสุกสกาว ในใจเผลอคิดว่าซวยแล้วอย่างห้ามไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนสีหน้าเพียงเล็กน้อย แล้วบิดริมฝีปากบางให้ยิ้มหวานมา ก่อนที่ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยนั้นจะกลับไปเสพสมกับกามารมณ์ที่ช่วยกันก่อขึ้นมากับอู๋อี้ฝาน

 

แต่นั่นเพียงพอแล้วที่จะทำให้จงอินรีบวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวราวกับดนตรีร็อค

 

จงอินลืมไปหมดว่าตัวเองอยากจะลงไปหาน้ำดื่ม ตอนนี้เสียงใจเต้นกระหน่ำรัวอยู่ในหัวดังจนกลบความแห้งผากของลำคอไปจนหมด แต่ถึงอย่างนั้นจงอินก็ยังต้องกลืนน้ำลายลงคอไปอีกหลายอึก ก่อนจะพยายามข่มตาหลับทั้งที่อะดรีนาลีนยังหลั่งออกมาไม่หยุด พร้อมๆ กับร่างกายของเด็กผู้ชายที่ซื่อสัตย์เกินไปจนทำให้เจ้านายเจ้าของกายปวดหนึบไปทั่วทั้งตัว

 

จงอินรู้สึกวูบวาบในช่องท้องเหมือนอย่างที่เคยรู้สึกมาก่อนหน้า จะบอกว่าจงอินเป็นเด็กแก่แดดก็คงได้ แต่เด็กผู้ชายกับเรื่องอารมณ์ทางเพศเป็นเรื่องธรรมดาที่มาคู่กัน เพียงแต่ว่าแต่ละคนจะมีวิธีจัดการกับมันอย่างไรก็เท่านั้นเอง สำหรับคิมจงอิน ถ้าตอนยังอยู่ที่บ้านเกิดของตัวเอง จงอินก็คงจะเลือกที่จะปีนข้ามหน้าต่างบ้านตัวเองไปเคาะประตูระเบียงห้องของอีแทมินที่อยู่บ้านข้างๆ เพื่อนสมัยเด็ก เพื่อนที่โรงเรียน เพื่อนสนิท คนรัก และทุกๆ อย่างของจงอิน

 

จงอินเลือกที่จะช่วยตัวเองก็ได้ แต่เพราะความคิดประหลาดๆ และข้อตกลงระหว่างเราที่จงอินจะแชร์ทุกเรื่องในชีวิตกับแทมิน และแทมินก็จะทำแบบนั้นเช่นกัน ทำให้จงอินจะเลือกไปอยู่กับแทมิน ให้แทมินใช้มือที่ทั้งนุ่มและเย็นประคองร่างกายของเขาเอาไว้ และใช้ริมฝีปากที่อุณภูมิสูงกว่าฝ่ามือไปไกลลิบปลดปล่อยเขามากกว่าที่จะอยู่กับตัวเอง

 

แต่ตอนนี้แทมินอยู่ไกลกันคนละซีกโลก ช่วงเวลาไม่ได้เรียกว่าใกล้กันสักนิด วันนี้ที่อีกซีกโลกคงจะแค่เป็นช่วงเช้ามืด แทมินอาจจะเพิ่งได้นอน หรืออาจจะยังไม่นอน แต่กำลังง่วงสุดขีด ที่แน่ๆ คือไม่ได้กำลังจะเพิ่งตื่น

 

จงอินคลานขึ้นมานอนบนเตียง พยายามหลับตาข่มภาพที่ยังติดอยู่ในหัวให้หายไป แต่ทั้งดวงตาและรอยยิ้มยังคงติดแหง่กอยู่ในมือ จงอินหอบเอาลมหายใจเข้าไปในปอดตั้งแต่หนึ่งถึงสามก็ได้แต่กัดฟันกรอดแล้วยอมแพ้ต่อความพุ่งพล่านที่ล้นจนมาถึงต้นคอ ปลายนิ้วสั่นระริกแตะลงที่ขอบกางเกงก่อนจะปลดมันให้เลื่อนลงไปกองอยู่ตรงเหนือเข่าอย่างรวดเร็ว

 

แทมินเคยพูดประมาณว่าเรายังเด็ก อะไรๆ มันก็ตื่นตัวได้ง่ายเสียยิ่งกว่าใจคิด จงอินก้มลงมองสภาพตัวเองแล้วก็เห็นจริงตามนั้นโดยไม่สามารถเถียงได้เลยสักนิด จงอินเม้มปากเบาๆ ด้วยความประหม่า ไม่ใช่ว่าเขาจะต้องให้แทมินช่วยตลอดเวลาจนทำอะไรเองไม่เป็นอย่างนั้นหรอก แค่ว่าตั้งแต่ที่มาอยู่ที่นี่ จงอินยังไม่เคยระบายความใคร่ตอนที่พี่คริสอยู่บ้านเลยสักครั้ง เขามักจะเข้าไปทำในห้องน้ำตอนที่ไม่มีใครอยู่ แต่ตอนนี้นอกจากพี่คริส ยังมีคนแปลกหน้าที่กำลังทำเรื่องอย่างว่ากันอย่างเผ็ดร้อนอยู่ในห้องด้านล่างเสียอีก

 

แค่คิดทั้งภาพและเสียงก็ตีตื้นขึ้นมาสมจริงราวกับว่าทั้งสองคนกำลังมามีอะไรให้ดูอยู่บนเตียงของจงอิน ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้

 

จงอินหลับตาแล้วกลืนก้อนแข็งๆ ในคอกลับลงไป พยายามนึกถึงน้ำเสียงและหน้าตาของแทมินในขณะที่อยู่ด้วยกันตามลำพังสองคน ในห้องนอนของแทมินที่ปิดม่านหนาทึบ มีเพียงเสียงหอบหายใจกับไออุ่นร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกาย จงอินขมวดคิ้วจิกปลายเท้าลงบนเตียง ก่อนจะกดหน้าลงกับหมอน พยายามสะกัดกั้นเสียงที่อาจจะลงไปถึงข้างล่าง จงอินก็ไม่คิดว่าสองคนนั้นจะหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่เพื่อขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรอกนะ แต่แค่นี้ก็รู้สึกเหมือนจะเข้าหน้าไม่ติดไปแล้ว

 

“อึก…”

 

ใช้เวลาแบบที่แทมินชอบพูดว่า ‘นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ’ จงอินก็ปล่อยคราบสีขาวออกมาเลอะเต็มมือ ในหัวรู้สึกว่างโล่งแถมยังเบาโหวงตั้งแต่หัวจรดเท้า ได้แต่ทิ้งตัวนิ่งๆ อยู่บนเตียงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าควรจะไปอาบน้ำเสียให้หมดเรื่องราวไปด้วย จะได้มีข้ออ้างหมกตัวอยู่ในห้องอย่างน้อยก็สักคืนกับพรุ่งนี้อีกครึ่งวัน แต่พอพลิกตัวหันกลับมาที่ประตูห้องก็เจอกับคนที่ทำเอาเกือบร้องเสียงหลง ถ้าไม่ใช่ว่ามือใหญ่เอื้อมมาคว้าปิดที่ปากของจงอินเอาไว้ได้ทันถ่วงที

 

“ชู่ว…”

 

เสียงปลอบไม่ได้ช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น ซ้ำยังชวนให้ประสาทเสียมากกว่า ตอนนี้จงอินกำลังคิดว่าตัวเองอยู่ในภาพยนตร์เขย่าขวัญเกรด B ถึง A- ที่มีการ ‘ตุ้งแช่’ เล็กน้อย แต่เน้นกับบรรยายกาศหลอนๆ และการสั่นประสาทตัวละครมากกว่า หรือคิดอีกทีดูจากสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้แล้ว จงอินคิดว่าตัวเองกำลังเล่นหนังเรท R ถึง X แบบมีสตอรี่ (นิดหน่อย) มากกว่านะ

 

“จะไปไหนล่ะ จงอิน”

 

จงอินเผลอกัดลิ้นตัวเองแถมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เหมือนถูกจับพลิกให้หลังติดกับบานประตู แล้วเผชิญหน้ากับผู้ชายที่มีศักดิ์เป็น ‘พี่’ ในสภาพเปลือยกายครึ่งท่อนบน ส่วนท่อนล่าง เท่าที่จงอินเหลือบตาลงไปมองนิดเดียว โอเค มันมีกางเกงปิดของสงวนอยู่ แต่มันไม่น่ามองเท่าไรหรอก…

 

จริงๆ มันก็น่ามอง…แต่ไม่กล้ามอง

 

กางเกงที่ใส่แบบหมิ่นๆ กับเนื้อผ้าที่มันรั้งขึ้นมาตรงจุดยุทธศาสตร์นี่ขอได้เปล่า อยากจะเซ็กซี่โชว์เนื้อหนังมังสาให้สมราคานายแบบสุดฮอตอะไรก็ทำไปเถอะครับ แต่อย่าลากจงอินมายุ่งได้เปล่าอ่ะ พี่อยากจะทำอะไรกับใครก็ทำไปเหอะ แค่หิวน้ำ ปล่อยเห๊อะ!

 

“พี่คริส…” เสียงจงอินเบาเหมือนไม่ใช่ตัวเอง อยากจะหลบตา แต่ไอ้ครั้นจะก้มหน้าหนีก็มีของไม่น่าดูมาขัดสายตาอีก พอทำอะไรไม่ได้ก็เลยได้แต่เบือนหน้าหนีไปข้างๆ จับจ้องอะไรก็ได้ที่อยู่ในห้องมืดๆ ของพี่ชายต่างสายเลือด

 

“เรามานั่งคุยอะไรกันหน่อยไหม”

 

พูดเลยว่าน้ำเสียงของพี่ชายมันไม่ได้น่าไว้ใจสักนิดว่าเราจะได้แค่นั่งคุยกัน ‘เฉยๆ’ ถ้าจะคุยกันเฉยๆ ทำไมต้องแต่งตัวแบบนี้ ลากเขาเข้ามาในห้องมืดๆ แบบนี้ เรียกกันดีๆ ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย เปิดไฟสว่างๆ หรือว่าออกไปนั่งคุยกันหน้าบ้านที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะๆ ได้ยิ่งดี! แต่ก็ไม่…คริสยืนยันที่จะลากจงอินไปนั่งบนเตียง ก่อนที่เสียงกริ๊กจากการเปิดไฟหัวเตียง ทำให้จงอินรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังกับพี่ชายแค่สองคน แต่ยังมีผู้ชายอีกคนที่หน้าตาคุ้นเคยจนจงอินอยากจะร้องไห้กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงอยู่ไม่ห่างจากตัวเองเท่าไรนัก

 

“นี่เพื่อนพี่เอง ลู่หาน”

 

เจ้าของชื่อลู่หานไม่ได้ตอบรับคำแนะนำอะไรจากคริส มีเพียงรอยยิ้มจากริมฝีปากบางเฉียบที่จุดมุมขึ้น รับกันดีกับดวงตากลมโต แต่กลับเป็นประกายวิบวับอย่างที่ทำให้ขนอ่อนตามร่างกายของจงอินพากันตั้งชัน

 

‘ผู้ชายคนนี้…ที่ตอนนั้น…อยู่ในห้องกับพี่คริส’

 

ความคิดของจงอินคงกระเด็นออกมาทั้งสีหน้าและแววตาจนหมด จงอินถึงได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆ ดังมาจากด้านหลัง ลู่หานกำลังหัวเราะ จงอินไม่ชอบ แต่ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองสักนิด

 

“น้องมึงคงจำกูได้ ดูสิ ตัวสั่นหมดแล้ว…ความประทับใจครั้งแรกระหว่างเราคงไม่ค่อย ‘ดี’ เท่าไร จริงไหมครับ? น้องจงอิน…”

 

เสียงพูดนั้นดังอยู่ไม่ไกล แต่จงอินทำเพียงแค่จับจ้องที่กรอบรูปเขม็ง เสียงหัวเราะแหบห้าวของพี่คริสทำให้จงอินนึกอยากเตะพี่ชายตัวสูงแรงๆ สักที รังแกเด็กน่ะมันไม่ดีหรอกนะรู้ไหม แม่สอนแล้วแต่ไม่จำใช่ไหมล่ะ

 

“กูว่ามันก็ ‘ไม่แย่’ นะ จริงไหม? จงอิน” นิ้วเรียวยาวของพี่ชายตัวสูงลากผ่านเส้นผมที่ระต้นคอแผ่วเบาเสียจนขนอ่อนลุกเกรียว อยากจะยกมือขึ้นปัดมือของพี่คริสออกใจจะขาด แต่เอาแค่ละสายตาจากกรอบรูปที่แขวนอยู่บนผนังปูนตรงหน้าให้ได้ก่อนก็เก่งมากแล้ว

 

ปฏิกริยาที่ออกจะตื่นกลัวชวนให้เอ็นดูยิ่งทำให้คนแก่กว่าสองคนในห้องยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ จากที่มีคริสเพียงคนเดียวที่นั่งประกบจนเรียกได้ว่าแนบชิด กลับมีลู่หานอีกคนที่ขยับตัวมาชิดอีกคน นั่นทำให้จงอินหน้าเหวอและสะดุ้งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องนั้นแน่ๆ เรื่องที่สำคัญกว่าคือพี่คริสยื่นหน้าเข้ามาจนปลายจมูกโด่งนั่นโดนเข้ากับใบหูของจงอินเต็มๆ ส่วนมือไม้ที่พลันกระตุกขึ้นมาเพราะสัญญาณเตือนภัยอันตรายที่เพิ่งจะทำงานก็ถูกผู้ชายที่อยู่อีกข้างรวบเอาไว้ได้ก่อน กลายเป็นว่าเอวของจงอินถูกโอบจากผู้ชายสองคนที่นั่งประกบข้าง และมือสองข้างก็ถูกล็อกเอาไว้ด้วยฝ่ามือที่ใหญ่กว่า เล่นเอาทำอะไรไม่ได้จนเกือบจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ

 

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ…ต้องมีใครเคยบอกบ้างใช่ไหมล่ะว่ามันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นในสถานการณ์แบบนี้หรอกนะ” เสียงกระซิบแผ่วว่าแบบนั้น ต้องเป็นลู่หานที่อยู่ทางซ้ายแน่ที่เป็นคนพูด เพราะดูปากของพี่คริสจะกำลังยุ่งอยู่กับการชิมรสใบหูของจงอินอยู่อย่างจริงจัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าลู่หานจะว่างอะไรนักหรอกนะ เพราะเมื่อพูดประโยคแย่ๆ แบบนั้นจบ จงอินก็มั่นใจว่าแถวหลังคอจะต้องมีรอยกัดแดกเถือกขึ้นเป็นแนวแน่ๆ

 

ในสถานการณ์แบบนี้จงอินควรจะขัดขืนและพยายามหาทางเอาตัวรอดใช่ไหม แต่ในความจริงคือจงอินตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แทบร่างกายของเด็กชายที่เพิ่งจะแตกหนุ่มได้ไม่นานหลังจากเพิ่งปลดปล่อยธรรมชาติของร่างกายออกมา มันก็ช่างตื่นตัวง่ายราวกับการทรยศเจ้าของร่างกายเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็สามารถเจอกันได้ทั้งนั้น จงอินพยายามจะรวบรวมสติที่กระเจิงไปตามจังหวะการรุกเร้าจากทั้งสองฝั่ง บอกเลยว่าพูดเนี่ยโคตรง่าย แต่คนมันสติแตกไปแล้วจะให้กลับมาสูดลมหายใจ 1 2 3 ฮึ้บ มันไม่ใช่ กว่าจะรู้ว่าอะไรๆ มันเกินกว่าที่จะควบคุมได้ กางเกงที่เป็นคนร่นมันลงไปเองก็ถูกใครสักคนในสองคนนี้ดึงทิ้งออกไปแล้ว

 

“ปะ…ปล่อยผมก่อน”

 

“ถ้าฉันตอบว่าไม่ล่ะ?”

 

“ผม…อ..”

 

ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรทั้งลู่หานและคริสก็คงจะไม่อยากฟัง มือใหญ่ของคริสจับคางของจงอินให้หันไปทางเจ้าตัวก่อนจะแนบริมฝีปากลงไปบนปากที่เผยอค้างเอาไว้เพราะตั้งใจจะพูดอะไรสักอย่างที่คงจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก อย่างน้อยก็ภายในเร็วๆ นี้ ในขณะคริสกำลังบดเบียดริมฝีปากลงไป เสียงกระซิบของลู่หานก็ดังขึ้นที่ข้างหูบอกให้จงอินยกตัวขึ้นอีก ร่างของเด็กหนุ่มที่ยกขึ้นมาอยู่บนเตียงเต็มตัว ท่อนขาเปลือยเปล่าสีน้ำผึ้งเรียบลื่นเท่าที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งจะมีได้ อย่างน้อยก็ลื่นมือพอที่จะทำให้ลู่หานที่ซ้อนหลังจงอินอยู่ลากมือขึ้นลงไปได้เรื่อยๆ ในที่สุดลู่หานที่วุ่นวายอยู่กับช่วงล่างของจงอินก็กุมท่อนล่างที่ไหวระริกของจงอินเอาไว้พร้อมกับขยับมือรูดรั้งเบาๆ พอเรียกเสียงครางครึมจากจงอินที่เริ่มอยู่ไม่สุขได้นิดๆ

 

ลิ้นชื้นแฉะลากไต่ตั้งแต่เนินไหล่ ผ่านร่องกระดูกไหปลาร้า ผ่านเส้นเอ็นบริเวณลำคอไปจนถึงใบหูที่กลายเป็นสีจัด พอคริสผละออกจากริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการแลกลิ้นอย่างหนักหน่วงกับเจ้าตัวเพื่อปลดเสื้อผ้าที่เหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นออกจากตัว ลู่หานก็จับยกจงอินให้ลอยขึ้นเหนือเตียงเล็กน้อยลงไปนั่งอยู่บนตักที่ยังคงมีเสื้อผ้าอยู่ครบถ้วน แม้จะหลุดหลุ่ยเพราะการใส่อย่างลวกๆ ก็ตาม จงอินถูกพลิกใบหน้าให้หันกลับไปจูบกับลู่หานบ้าง ในขณะที่คริสซึ่งคลานกลับขึ้นมาบนเตียงก็ไม่ได้สนใจจะยื้อให้จงอินกลับมาแลกจูบกับตัวเองอีก แต่เปลี่ยนเป้าหมายไปยังสิ่งที่ขยับไหวอยู่ในอุ้งมือของลู่หานแทน

 

คริสปัดของลู่หานที่ยอมถอยออกแต่โดยดี ก่อนที่จะก้มลงใช้ปากครอบสิ่งนั้นเข้าไปแทนจนหมดตั้งแต่เริ่ม ทำเอาจงอินต้องสะบัดหน้าหนีจากลู่หาน เพราะเสียวสะดุ้งไปทั้งตัว

 

“มึงนี่ขัดจังหวะกูอยู่เรื่อย”

 

ลู่หานบ่น แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก เพราะสักพักก็เปลี่ยนไปขบกัดและดูดเลียผิวเนื้อของจงอินให้กลายเป็นรอยจ้ำช้ำตามตัวแทนเสียมากกว่า ส่วนปากจงอินก็ไม่ได้ว่างเพื่อให้ประท้วงอะไรใครได้ เพราะถูกลู่หานสอดนิ้วเข้าไปในปาก บังคับให้ดูดจนน้ำลายเปรอะเยิ้มลงมาถึงข้อมือ ปลายเท้าของจงอินเกร็งจิกจากการปรนเปรอจากสองทาง ทั้งคริสที่กำลังหยอกล้ออยู่กับส่วนกลางลำตัวที่กลับมาแข็งขืนพร้อมจะปลดปล่อยอีกระลอก และลู่หานที่กำลังบดเบียดทั้งลิ้นและปลายนิ้วเข้ากับตุ่มสองข้างบนหน้าอกที่แข็งจนเป็นไตสู้มือของลู่หาน

 

ในขณะที่เพลินกับการปรนเปรอจนลืมว่ากำลังทำอะไรและควรทำอะไร อารมณ์ของจงอินก็ถูกชะงักเพราะจู่ๆ คริสก็ผละออกมาจากจงอินเสียเฉยๆ ก่อนจะดึงให้คนเป็นน้องนอนราบกับพื้นเตียง แล้วจับสะโพกให้ลอยเหนือเตียง มือใหญ่คว้าเอาหมอนแถวนั้นมารองก้นกบของจงอินเอาไว้ ก่อนจะบรรจงประกบปากและลิ้นลงไปจนจงอินเกร็งขาที่หงิกงอขึ้นชี้ฟ้าอย่างลืมตัว

 

ลู่หานใช้ช่วงเวลาว่างๆ ตรงนี้จัดการเปลี่ยนที่ให้ตัวเองจากที่เคยเป็นหลักให้จงอินพิง ก็ขยับรังดุมกางเกงและขอบบอกเซอร์ให้เลื่อนลง เผยให้เห็นสัดส่วนขนาดสมตัวที่อยู่ใต้ร่มผ้า ลู่หานใช้มือขยับมันเพียงสองสามครั้ง ร่างที่คล้ายกับว่าจะนอนสงบอยู่ก็ดีดตัวขึ้นมา จงอินปรือตามองราวกับพยายามใช้สติอันน้อยนิดประมวลผลว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ก่อนจะทันคิดเองได้ ลู่หานก็ให้คำตอบในทางปฏิบัติกับจงอินไปเสียก่อน

 

“อึก…”

 

ลู่หานขยับเอาตัวเข้าไปชิดกับปากของจงอิน ก่อนจะตบแก้มเบาๆ ด้วยปลายนิ้วมือให้จงอินอ้าปากออก ก่อนจะแนบกายเข้าไปในโพรงปากที่โชกชุ่มไปด้วยน้ำลาย เสียงบอกให้จงอินค่อยๆ ขยับลิ้นและห่อปากอย่างช้าๆ ได้รับการตอบสนองอย่างดี แม้จะขลุกขลักอยู่บ้าง แต่ลู่หานขอบอกว่าลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนสนิทตัวเองคนนี้จัดว่าเรียนรู้รวดเร็วดีเยี่ยมหรืออาจจะมีประสบการณ์มาก่อนแล้วก็ได้ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ลู่หานก็แทบจะไม่ต้องสอนอะไรมาก อาจจะมีที่ต้องบอกว่าควรเร่งหรือผ่อนตอนไหนบ้าง แต่รวมๆ ลู่หานค่อนข้างจะอิ่มเอมจนเผลอขยุ้มเส้นผมของเด็กหนุ่มไปหลายที

 

คริสเหลือบตามองเพื่อนสนิทของตนที่โยกสะโพกเข้าออกกับน้องชายห่างๆ ของตัวเองแล้วก็ยิ้มกริ่ม เพราะยิ่งลู่หานบังคับให้จงอินใช้ปากแบบนี้ จงอินก็ยิ่งไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกทำอะไรบ้างที่ด้านหลัง จากที่สัมผัสมาน้องชายของตัวเองคนนี้ไม่น่าจะซิงอย่างที่ลู่หานเดาไว้ทีแรก น่าจะเคยมีแฟนแล้วและเป็นผู้ชายด้วยกันนี่แหล่ะ แถมยังเป็น…รับเสียด้วย นั่นทำให้คริสแอบเสียดายอยู่หน่อยๆ ที่ปล่อยให้จงอินลอยไปลอยมาอยู่ในบ้านหลังนี้เสียจนเกือบจะต้องกลับประเทศแม่ของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าหากรู้รสนิยมของจงอินเร็วกว่านี้อีกสักนิด เขากับจงอินอาจจะสนุกกันมากกว่านี้ก็ได้

 

คริสมองช่องทางที่ถูกเตรียมพร้อมสำหรับการทำกิจกรรมกิจกามด้วยฝีมือตัวเองแล้วก็ก้มลงไปหยิบซองถุงยางอนามัยในกระเป๋ากางเกงด้านหลังของตัวเองขึ้นมาสวมอย่างไม่รีบร้อน เพราะดูท่าว่าลู่หานคงจะยังสนุกกับจงอินได้อีกสักพัก หมอนี่มันแตกยาก แตกช้า ไม่รู้จะเรียกว่าอึดทนหรือกามตายด้านกันแน่ แต่รู้จักกันมาก็นาน คริสก็มั่นใจล่ะว่าคงไม่ใช่อย่างหลังแน่ๆ ถึงจะใกล้เคียงมากก็เถอะ หลังจากสวมอุปกรณ์ป้องกันเรียบร้อยคริสก็ขยับองศาขาทั้งสองข้างของจงอินให้กางออกก่อนจะขยับเอาแกนกายเข้าไปดุนอยู่ตรงปากทาง ค่อยๆ ขยับอย่างเชื่องช้าตามประสาคนที่ไม่ได้รีบอะไร จงอินก็มีกระตุกบ้างเป็นธรรมดาตามประสาว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย ซ้ำขนาดยังไม่เหมือนกันนิ้วและลิ้นที่เขาใช้เตรียมจงอินให้พร้อมอีกต่างหาก แต่ถึงจะดีดขาหรือว่าพยายามใช้มือผลักลู่หานที่แทบจะหลับหูหลับตากระแทกสะโพกใส่ปากของตัวเองอย่างไร สุดท้ายคริสก็สามารถเข้าไปในตัวของจงอินได้จนสุด พร้อมๆ กับที่ลู่หานปล่อยน้ำของเจ้าตัวเข้าไปในปากของจงอินเต็มๆ

 

“แม่ง…น้องมึงต้องเคยมีผัวมาก่อนแล้วแน่ๆ ว่ะคริส”

 

คริสหัวเราะที่ลู่หานว่าอย่างนั้นทันทีที่ยกตัวเองออกมาได้ ในขณะที่จงอินกำลังเอาหลังมือป้ายคราบน้ำกามที่เปรอะออกไป คริสก็จับจงอินดึงขึ้นมานั่งบนทั้งที่ท่อนกลางลำตัวยังคงแทรกอยู่ในช่องทางด้านหลังของจงอิน น้องชายของเขาเผลอครางเสียงแหลมออกมาเพราะท่าที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันจนปลายสุดของลำตัวที่อยู่ด้านในอาจจะไปโดนเข้ากับจุดอะไรสักอย่าง แต่ก็ใช่ว่าคริสจะใส่ใจอะไรขนาดนั้น แค่บอกให้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามอย่าเกร็งไปตามที่สมควรก็เท่านั้น ก่อนจะเริ่มประคองสะโพกแน่นของเด็กหนุ่มให้ขยับขึ้นลง

 

จงอินจิกเล็บลงบนมัดกล้ามบริเวณบ่าของคริสระบายความอึดอัดที่แล่นปราดขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง เอนศีรษะลงซบเข้ากับศีรษะของอีกฝ่าย โดยมีเสียงทุ้มต่ำคอยกระซิบกำกับท่วงท่าและจังหวะให้ทำตามอยู่ข้างหู สะโพกแกร่งที่คอยขยับสวนขึ้นไปเป็นระยะทำให้จงอินกระตุกสั่นเป็นบางครั้ง แต่โดยมากจะเป็นฝ่ายคุมจังหวะเองจนต้องอ้าปากหอบเอาอากาศเข้าไปเพราะเริ่มหายใจตามไม่ทัน พอถูกกระแทกถูกจุดกระสันทีก็หลุดเสียงที่ฟังดูน่าอายมาเป็นครั้งคราว อาการเสียวท้องน้อยวูบวาบทำให้ต้องยิ่งกอดก่ายรั้งร่างใหญ่เอาไว้เป็นหลักยึด เพราะแข้งขาพาลจะอ่อนแรงทรุดตัวลงไปจนคริสแทรกเข้ามาในร่างกายลึกเกินกว่าจะรับไหวอยู่เรื่อย

 

“อึก…อือ ทะ…อะไร”

 

ร่างสีน้ำผึ้งที่ยังคงขยับเรือนกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อผินหน้ากลับไปมองลู่หานที่คลานมาซ้อนอยู่ด้านหลัง พลางใช้มือแหวกแก้มก้นออก พลางสอดนิ้วเข้าไปในช่องทางที่เต็มคับอยู่แล้วให้ขยับขยายออกอีก

 

“จ..เจ็บ!”

 

ขนาดคริสเองที่เป็นฝ่ายสอดใส่ยังนิ่่วหน้าไม่เข้าใจเพื่อนตัวเองว่าคิดจะทำอะไร เข้าพร้อมกันทีละสองคนกับผู้หญิงยังพอเข้าใจได้ แต่กับผู้ชายมันออกจะยากและลำบากไปหน่อย ยิ่งกับเด็กผู้ชายที่ร่างกายยังเติบโตไม่เต็มที่ยิ่งแล้วใหญ่

 

ลู่หานสอดมือลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของจงอินเบาๆ พลางปลุกเร้าด้วยคำพูดและปลายลิ้นไปตามใบหูที่ลู่หานจับจุดได้ว่าเป็นจุดอ่อนของจงอินที่ช่วยปลุกเร้าอารมณ์หวามของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดีโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวมาก่อน ใบหูที่ถูกขบกัดและโลมเลียกลายเป็นสีเข้มจัดยิ่งกว่าเดิม หน้าท้องแบนราบก็พลันเกร็งและกระตุกเยือกตามไปการเคลื่อนไหวมือของลู่หาน ทั้งคริสและจงอินไม่มีใครรู้ตัวว่าช่องทางด้านหลังของจงอินเริ่มขยายตัวเมื่อเจ้าตัวผ่อนคลายและเริ่มโอนอ่อนตามการชักนำของลู่หาน

 

“เด็กดี…”

 

คริสเหลือบตามองเพื่อนตัวเล็กที่กำลังเมามันกับการกินหูน้องชายห่างๆ ของเขาโดยที่ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าช่องทางคับแคบนั่นมันจะแน่นเกินไปเพราะนิ้วที่แทรกเพิ่มเข้ามาของตัวเอง

 

“มึงจะใส่เข้ามาเพิ่มหรือไง”

 

คำถามของคริสทำให้ลู่หานหัวเราะ ก่อนจะกดนิ้วกลางเพิ่มเข้าไปอีกจนสุดทาง ทำเอาทั้งจงอินและคริสสะดุ้งโหยง โดยเฉพาะจงอินที่ร้องเสียงหลงออกมา ก่อนจะทรุดฮวบลงกับหน้าขาของคริส

 

“แค่มึงน้องมันก็ฉีกจนหาทางซ่อมไม่ได้แล้วมั้ง กูก็แค่แหย่เล่น”

 

“มึงนี่มันสันดานหมาจริงๆ” คริสว่าเข้าให้ แต่ลู่หานสนใจที่ไหน ก้มหน้ากลับลงไปทำรอยดูดเป็นจ้ำตามหัวไหล่และแผ่นหลังเนียนจนสีแดงช้ำเปรอะไปทั่ว ปล่อยให้ส่วนปลายของร่างกายที่ฉ่ำเยิ้มถูไถไปตามร่องก้นและแนวสันหลัง

 

“อึก…อะ อ่า” จงอินครางอือเมื่อคริสและลู่หานต่างฝ่ายต่างสอดใส่เข้ามาเป็นจังหวะพร้อมกัน แผ่นอกแน่นแอ่นหยัดขึ้น ลมหายใจสะดุดเมื่อจู่ๆ อารมณ์ก็วิ่งผ่านเส้นสูงสุด ก่อนจะร่วงหล่นลงพร้อมกับหยาดน้ำที่พรั่งพรูออกมา

 

สองแขนยังคงโอบรอบลำคอของพี่ชายเอาไว้ในขณะที่หอบหนักๆ ปล่อยให้คริสหยัดสะโพกเข้าใส่ช่องทางอุ่นร้อนที่ยังคงตอดรัดและดูดกลืนกายเข้ากระทบเป็นเสียงน่าอาย ไม่ต่างจากลู่หานที่แม้จะไม่ได้สอดเข้ามาและดึงนิ้วออกไปแล้ว แต่ก็ยังใช้ด้านหลังของจงอินเป็นที่ระบายความใคร่ต่อไป ทั้งเสียงสูดปากและคำสบถหยาบโลนที่ยิ่งทั้งสองยิ่งใกล้ถึงจุดสุดยอดมากเพียงไรก็ยิ่งเพิ่มระดับความหยาบและเสียงที่ดังมากขึ้นไปอีก

 

และเป็นคริสที่ไปถึงจังหวะสุดท้ายก่อน เสียงคำรามหนักแน่นเช่นเดียวกับจังหวะสุดท้ายที่หนักหน่วงทำเอาจงอินเหมือนจะถึงจุดซ้ำสองอีกครั้ง ก่อนที่ลู่หานจะตามมาติดๆ ของเหลวหนืดเหนียวพุ่งใส่แผ่นหลังจนเลอะเทอะไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้มากไปกว่าเดิมที่เปื้อนไปหมดอยู่แล้ว

 

จงอินถูกคริสยกตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อถอนกายออกมา ก่อนจะช่วยทำความสะอาดร่างกายให้จงอินตามสมควร ส่วนลู่หานก็เอาแต่จับจ้องอยู่ที่ร่างที่หลับตาด้วยความอ่อนเพลียไม่วางตา ดวงตาวาววับเล็กน้อยด้วยความชอบใจ คริสไม่ต้องถามก็รู้ได้เลยว่าลู่หานออกจะถูกอกถูกใจจงอินอยู่ไม่น้อยทีเดียว

 

“น้องมันจะกลับบ้านอยู่แล้ว มึงช้าไปหน่อย”

 

“กลับเมื่อไร” ลู่หานถามขณะที่รับเอาเสื้อยืดที่ตกอยู่บนพื้นจากคริสมาเช็ดคราบกามที่ติดอยู่ตามหน้าท้อง

 

“ปลายเดือนหน้ามั้ง”

 

“งั้นก็ต้องใช้เวลาให้คุ้มหน่อย”

 

“อยากติดคุกหรือไง” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่คริสก็ไม่คิดว่าจะเป็นตามที่พูดเลยแม้แต่น้อย ล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ใช่เรื่องล้อเล่นในประเทศนี้ แม้จะไม่ได้บังคับขืนใจก็เถอะ (ก็เด็กมันสมยอมทีหลัง) แค่ครั้งเดียวก็เสี่ยงพอแล้ว แต่ก็นั่นล่ะ คริสไม่ได้พูดอย่างที่คิดและไม่ได้คิดอย่างที่พูดจริงๆ เสียหน่อย

 

“เด็กๆ น่ะหัวอ่อน…แถมน้องมึงก็ดูจะว่าง่าย”

 

“ว่าง่ายหรือหลอกง่าย”

 

“ก็…ทั้งสองนั่นล่ะ”

 

ลู่หานยกยิ้ม หมุนตัวกลับไปมองใบหน้าที่หลับไปแล้วด้วยความเหนื่อยอ่อนอีกครั้ง ก่อนจะก้มลงจูบที่หน้าผากชื้นเหงื่อเบาๆ

 

“แล้วจะมาเล่นด้วยอีกนะ จงอิน”

 

*

 

ผ่านไปหลายวัน จงอินก็ยังไม่ได้เปิดปากพูดกับพี่ชายของตัวเองสักที เพราะหลังจากเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นแต่เกิดไปแล้ว จงอินก็ชิงหลับไปก่อน พอตื่นขึ้นมาก็ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร สำหรับจงอินแน่ล่ะ ว่ามันกระดากปากที่จะพูด ส่วนพี่คริส…จงอินไม่รู้หรอกว่าพี่คริสน่ะคิดอะไรอยู่ เพราะก็ดูวางตัวปกติ…มั้ง คือจงอินก็พยายามจะไม่คิดอะไรหยุมหยิมอย่างเรื่องแตะเนื้อต้องตัวตามประสาพี่น้องและตามประสาคนต่างชาติของที่นี่ แถมหลังจากวันนั้นจงอินก็ยังไม่เจอ เอ่อ…เพื่อน? เอาเป็นเพื่อนของพี่คริสคนนั้นก็แล้วกัน นั่นแหล่ะ ไม่เจอเลย

 

จงอินก็ไปทำงานตามปกติ พี่คริสก็กลับบ้านบ้างไม่กลับบ้านบ้าง นานๆ เราถึงจะคุยกันสักครั้ง อย่างเช่น วันเสาร์อาทิตย์ที่แน่ล่ะ จงอินได้หยุดงาน ส่วนพี่คริส…ถ้าโชคดี เราก็จะได้นั่งกินป็อปคอร์นที่คั่วกันเองแบบง่ายๆ ในเตาไมโครเวฟแล้วก็ดูรายการบันเทิงช่วงหัวค่ำด้วยกัน แค่นั้น

 

นั่นทำให้จงอินเกือบจะลืมๆ เรื่องวันนั้นไปแล้ว ถึงหลายครั้งที่จงอินจะสะดุ้งตื่นเอาตอนใกล้เช้า เพราะว่าฝันถึงภาพเหตุการณ์พวกนั้นบ้างก็เถอะ แต่มันก็เป็นแค่ฝันเปียกของเด็กผู้ชาย แม้ว่าบางทีจงอินจะเผลอช่วยตัวเองด้วยภาพใบหน้าที่มีอารมณ์ของลู่หานก็ตาม

 

แค่จงอินไม่เข้าใจเฉยๆ ว่าสาวฝรั่งไซส์เอกซ์ตั้งมากมาย ทำไมเขาถึงไม่เก็บเอามาจินตนาการบ้างนะ ทำไมถึงได้กลายเป็นภาพของพี่คริสกับเพื่อนไปเสียฉิบ ใช่…ไม่ได้มาคนเดียว เขาเรียกว่าแพคคู่ บางทีก็นึกอยากจะเอาหัวโขกเสาให้ความสัปดนมาหลุดออกไปเป็นบ้า แต่กลัวว่านอกจากจะไม่สามารถสลัดความคิดสัปดนออกไปได้แล้ว เสาบ้านจะร้าวแถมสมองจะเสื่อมเสียก่อนน่ะสิ

 

ส่วนมากก็เลยได้ลุกขึ้นมาแอ๊บซักผ้าตั้งแต่เช้าตรู่ แล้วก็ทำหน้าเก้อๆ ใส่พี่คริสที่บางวันก็ลุกขึ้นมาหาอะไรทานตอนเช้าเหมือนกัน อะไรประมาณเนี้ย! แต่พี่เขาก็รู้ไง ก็แบบ…เออ ก็ผู้ชายเหมือนกันไง ก็เรื่องธรรมชาติอ่ะ

 

จนกระทั่งความจริงมาเยือนคิมจงอินแบบไม่ทันตั้งตัวในอาทิตย์ถัดมา

 

“โย่…”

 

ยิ้มหวานที่จงอินเคยรู้สึกว่ามันหวานมากจริงๆ ตอนนี้ทำเอาจงอินสะดุ้งเฮือกแทบจะทำขนมปังปิ้งที่คาบอยู่ในปากหล่นลงพื้น แต่โชคดีหรือเวรกรรมก็ไม่ทราบที่ลู่หานมันเอาไว้ได้ทัน

 

“ระวังหน่อย…”

 

“เอ่อ…พี่คริสไม่อยู่นะครับ ไป…ทำงาน”

 

“รู้แล้ว” ลู่หานไหวไหล่

 

“…”

 

หน้าตาของจงอินคงบ่งบอกชัดเจนมากไปนิดว่า ‘เพื่อนมึงไม่อยู่แล้วจะมาทำเหี้ยอะไร’ ลู่หานถึงได้หัวเราะออกมาเสียลั่น ก่อนจะผลักให้จงอินเข้าไปในตัวบ้าน แขนสองข้างยืดออกเพื่อล็อกให้จงอินอยู่ในกรอบ ใบหน้าขาวแบบหนุ่มเอเชียยื่นเข้ามากระซิบที่ริมฝีปากชิดจนเกือบจะเรียกได้ว่าแนบแน่น

 

“ฉันอยากมา ‘เล่น’ กับจงอิน”

 

“…”

 

“ได้ข่าวจากคริสว่าอาทิตย์ก่อนเล่นสนุกกับตัวเองไม่น้อยนี่ แล้ว…คิดถึงฉันไปด้วยหรือเปล่า”

 

จงอินควรโกหกหรือกัดลิ้นตายไปเลยดีครับ?

 

ใครจะไปรู้วะว่าพี่คริสจะได้ยินหรือแอบฟังตอนเขาช่วยตัวเองหรือแม้แต่ตอนละเมอ แล้วต่อให้โกหกตัวเอง แต่จงอินก็โกหกตัวเองไม่ได้อยู่ดีว่ามันมีลู่หานอยู่ในหัวของเขาจริงๆ ตอนที่กำลังช่วยตัวเอง แล้วนี่พี่คริสเอาไปบอกหรืออะไร ทำไมถึงรู้ หรือว่าแค่พูดหยอดให้ตกหลุมพรางไปอย่างนั้นเอง

 

จะยังไงก็เหอะ…ตอนนี้โกหกไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะลู่หานที่ยิ้มกว้างพอใจกับคำตอบที่คงพุ่งออกมาจากสีหน้าและแววตาของจงอินนั่นล่ะ เป็นว่าลู่หานรู้แล้วแน่ๆ ว่าเขาคิดอะไรอยู่ และทำอะไรไปบ้าง

 

โอย….แม่ครับ มาพาจงอินกลับไปเดี๋ยวนี้ได้ไหม!

 

“เสียดายที่เรารู้จักกันช้าไปหน่อย ไม่อย่างนั้นคงได้ไปเปิดหูเปิดตามากกว่านี้ แต่ไม่เป็นไรนะ…ฉันรับรองว่าจงอินจะสนุกกับที่นี่ในช่วงเวลาที่เหลือแน่ๆ”

 

สนุกกับผีสิ!

 

*

 

เอาเหอะ จริงๆ เรื่องแม่งก็นานมากแล้ว จำอะไรๆ หรือรายละเอียดได้ไม่เยอะนักหรอก แต่ถ้าว่าลืมลงไหม บอกเลยว่าลืมได้ก็บ้าแล้ว ถ้าจะให้จงอินอธิบายช่วงเวลาหลังจากนั้นอีกเดือนกว่าๆ แบบสั้นๆ ก็เอาเป็นว่าทั้งคริสและลู่หานเป็นปัจจัยหลักเลยล่ะที่ทำให้ชีวิตบนเตียง (และระเบียงกับโซฟา) ของจงอินโลดโผนและเละเทะขนาดนี้ (แม้จะแทมินเป็นแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วด้วยนะ)

 

ไม่อยากจะใช้คำนี้ แต่คริสกับลู่หานสอนเรื่องบนเตียงให้จงอินเยอะมาก ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ แต่ที่จงอินสนุกและทำให้คนอื่นสนุกกับการมีเซ็กส์กับตัวเองได้ขนาดนี้ก็เพราะว่าได้ครูดีนี่ล่ะนะ

 

จะเรื่องอะไรๆ จงอินก็แทบจะไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่อะไรเท่าไร เพราะสองคนนั่นสอนมาหมดแล้ว

 

หลังจากกลับมาที่โน่น จงอินก็ยังติดต่อกับคริสและลู่หานอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้บ่อยอะไร แล้วก็ไม่ได้เป็นเรื่องเป็นราวอะไรมากนัก ยิ่งหลังจากความแตกกับแทมินเรื่องไปมีอะไรกับคนอื่นนี่บอกเลยว่าแทบจะลืมชื่อลืมหน้าทั้งลูกพี่ลูกน้องตัวดีและเพื่อนสนิทไปเลยล่ะ

 

ถ้าชานยอลมันไม่สาระแนถามขึ้นมาก็ลืมๆ ไปแล้วด้วยซ้ำ เอาเหอะ..สำคัญที่ไหน เรื่องมันผ่านมาตั้งชาติแล้ว เผลอๆ ป่านนี้มีลูกมีเมียกันไปหมดแล้วมั้ง โดยเฉพาะลู่หาน เพราะรู้สึกพี่คริสจะเคยบอกว่าเป็นไบล่ะมั้ง เอาไว้ลองไปแย้บๆ กับแม่ดูก็ได้มั้ง ช่างเหอะ หาอะไรกินดีกว่า

 

“แดกไอติมไหม เหลือสามแท่งพอดี”

 

ไอติมแท่งรสมะนาวสองแท่งถูกโยนไปให้จื่อเทาและชานยอลที่รับไว้คนละแท่ง

 

“ละตกลงมึงจะไม่อธิบายอะไรไปมากกว่านั้นแล้วใช่มะ”

 

“อะไร” จงอินมองหน้าชานยอล

 

“พี่คริสไง”

 

“เสือก”

 

“…”

 

*

 

To be continue…

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s