[SF] Please, Please (CHAN x KAI)

Standard

Title: Please, Please
Author: Nina*
Pairing: Park Chanyeol x Kim Jongin
Author’s note: ที่มา #จงอินจะอ้อนจนกว่าพี่ชานจะรัก #จงอินไม่ต้องอ้อนพี่ชานก็รักจะตายอยู่แล้ว

ปล. มาเสียดายตอนเขาไม่รอเธอแล้ว. รู้ไว้นะ. เขารักเรามาก ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะรอเราตลอดไป. ชานยอลก็เช่นกัน จำไว้. คิมฐา.

*

อ้อนที่ 1 [อ้อนระดับประถม]

“พี่จ๋า”

เด็กหนุ่มวัยมัธยมที่กำลังรัวจอยเกมในมืออย่างสนุกสนาน ต้องรีบกดหยุดเกมท่ามกลางเสียงกร่นด่าของเพื่อนๆ คนอื่นที่กำลังเล่นเกมอยู่ด้วยกัน แต่ปาร์ค ชานยอลก็ได้หาแคร์ไม่ เขารีบโยนจอยเกมใส่มือเพื่อนสักคนที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วรีบลุกไปอุ้มเจ้าของเสียงเรียก ‘พี่จ๋า’ ที่กำลังขยี้ตาอยู่ตรงกรอบประตูห้องขึ้นมาทันที

“ว่าไง ตื่นแล้วเหรอ จงอิน”

คิม จงอินเป็นลูกชายของพี่สาวข้างบ้านที่เป็นเพื่อนเล่นกับชานยอลมาตลอด พอคลอดเด็กจงอินนี่มาพี่สาวก็ไม่ได้ย้ายบ้านไปไหน ยังอยู่บ้านข้างๆ กันนี่แหล่ะ ชานยอลที่ก็ชอบเด็กเป็นทุนเดิม ก็เลยช่วยเลี้ยงจงอินบ้างเป็นครั้งคราว แต่พักหลังๆ ตั้งแต่จงอินเริ่มรู้ความก็มาเกาะหนึบอยู่กับชานยอลไม่ยอมไปเล่นกับคนอื่น ทำให้พี่สาวพูดแซวอยู่บ่อยครั้งว่า น้องติดชานยอลแบบนี้ก็ดีนะ ไม่ต้องไปเสียเงินให้เนอสเซอรี่ที่ไหน

“พี่จ๋าทำอะไรอยู่” จงอินพูดทั้งที่ยังขยี้ตาอยู่ไม่หยุด จนชานยอลต้องรั้งมือเล็กๆ เอาไว้ไม่ให้ตาของจงอินช้ำไปกว่านี้ ชานยอลเดินออกจากเสียงโหวกเหวกของบรรดากลุ่มเพื่อนที่มาฝังตัวเล่นเกมอยู่ที่ห้องนั่งเล่นบ้านเขาเข้าไปในห้องของตัวเองที่มีพวกข้าวของของจงอินอยู่ ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกใช้เช็ดหน้าเช็ดตาของจงอินที่เพิ่งตื่นนอนแทนมือเล็ก

“เพื่อนพี่มาบ้าน ก็เลยนั่งเล่นเกมด้วยกัน จงอินหิวแล้วเหรอ”

“อือ หนูอยากกินขนมอ่ะพี่จ๋า”

“ขนมเหรอ แต่เรายังไม่ได้กินข้าวเลยนะ นี่ก็บ่ายสามแล้ว กินข้าวดีกว่าไหม”

“ไม่เอา หนูอยากกินออปัง” ชานยอลยิ้มแบบกะไว้แล้วเชียวว่าไอ้ขนมของจงอินที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นบุงออปัง หรือที่จงอินเรียกสั้นๆ ว่าออปังนั่นล่ะ ไอ้รู้ชอบอะไรนักหนากับไอ้ขนมถั่วแดงนี่ กินบ่อยจนแก้มยุ้ยไปหมดแล้วเนี่ย

“นะจ๊ะ พี่จ๋า…พาหนูไปกินนะ”

จงอินไม่ได้ขอร้องเขาด้วยท่าทางงอแงหรือประจบอะไร ก็แค่ใช้สายตาอ้อนวอนเท่านั้น ทั้งน่ารักและน่าสงสารไปพร้อมๆ กัน แค่นั่นก็พอจะทำให้ชานยอลใจอ่อนยวบ ก็รู้นะว่าเด็กๆ กินขนมมากไปมันไม่ดี แต่เขาทนไม่ได้จริงๆ เวลาเจอเด็กหน้าตาน่ารักมาอ้อนแบบนี้ ถึงจะเป็นเด็กผู้ชายก็เหอะ แต่จงอินน่ารักจริงๆ นี่…เลี้ยงมากับมือเชียวนะ

“ต้องแบ่งกับพี่คนละครึ่งนะ เพราะเดี๋ยวตอนเย็นเราไม่ยอมทานข้าว”

“อือ ครึ่งเดียวก็ได้” จงอินยิ้มหวานทันทีที่ชานยอลทำท่าว่าจะตกลงแล้วแน่นอน

“สัญญา? ไม่เบี้ยวนะ?” ชานยอลยกนิ้วก้อยขึ้นมา ซึ่งจงอินก็รีบเกี่ยวก้อยทันที

“หนูสัญญาจ้ะ พี่ชานยอลใจดีที่สุดเลย”

อ้อนที่ 2 [อ้อนระดับมัธยม]

จงอินไม่ชอบช่วงสอบ

ไม่ใช่เพราะว่ามันต้องอ่านหนังสืออะไรมากมายหรอกนะ เพราะต่อให้เป็นช่วงสอบจงอินก็แค่อ่านพอเป็นพิธีเท่านั้นล่ะ ไม่ได้จริงจังหรือตั้งใจอะไรขึ้นมามากมาย เพราะสุดท้ายผลการเรียนมันก็ออกมากลางๆ ตามบุญตามกรรมที่ทำมาตอนอยู่ในห้องเรียนอยู่ดีนั่นล่ะ

แต่ที่ไม่ชอบก็เป็นเพราะคนขยันอย่างปาร์คชานยอลจะต้องขยันมากกว่าปกติด้วยการอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำตามประสาเด็กเนิร์ดน่ะนะ

ยังไงดีล่ะ…เขาก็แค่เบื่อ

ชานยอลก็เป็นผู้ชายธรรมดาๆ นั่นล่ะ มีแฟนก็เอาใจใส่ดี ดูแลไม่เคยบกพร่อง มีหลงๆ ลืมๆ ไปบ้างแต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่จนไม่น่าให้อภัย แต่ก็ไม่ใช่ประเภทเทคแคร์ดูแลดีเวอร์จนคนทั่วไปจะต้องอิจฉาตาร้อนที่คิมจงอินน่ะแสนจะโชคดี แต่ก็นั่นล่ะ…พอเข้าช่วงสอบทีไร ไอ้เรื่องพวกนี้มันจะหายไปหมดจนแทบจะติดลบเลยล่ะ

ก็รู้นะว่าตอนสอบควรจะตั้งใจอ่านหนังสือและเอาเวลาไปทุ่มเทกับการเรียน แต่จงอินเบื่อแล้วก็ไม่ชอบเอามากๆ ด้วยเวลาที่ชานยอลสนใจตำราเรียนมากกว่าตัวเขา ทั้งที่นอนหายใจใช้อากาศร่วมกันอยู่ในห้องเดียวกันเนี่ย

ใช่…ตอนนี้จงอินนอนกลิ้งอยู่ในห้องนอนของชานยอล ในบ้านของชานยอล ที่มีแค่เขากับชานยอล เพราะพ่อกับแม่ของชานยอลไปทำงาน พี่สาวก็ไปเรียน ชานยอลที่เป็นนักเรียนเตรียมสอบน่ะหยุดอยู่บ้านอ่านหนังสือ ส่วนเขาน่ะเหรอ? อายุน้อยกว่า แถมไม่ได้เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะมาอยู่แถวนี้ได้ยังไงนอกเสียจากว่าโดดเรียนน่ะ

ตอนแรกชานยอลก็ไม่ยอมหรอก แต่พอเขาสัญญาอย่างดีว่าจะไม่กวนเวลาอ่านหนังสือของชานยอลแน่นอน เจ้าของบ้านก็เลยยอมให้เขาเข้ามานอนเล่นในห้องไงล่ะ

ชานยอลบอกว่าจะอ่านการ์ตูน หรือเล่นเกมก็ได้ แต่ขอให้อยู่เงียบๆ ก็พอ ชั่วโมงแรกๆ มันก็ไม่ได้ลำบากอะไร ถึงชานยอลจะเป็นพวกเนิร์ด แต่ก็มีการ์ตูนเยอะแยะเต็มไปหมด เขาก็อ่านได้เพลินๆ ไม่ต้องสนใจอะไรชานยอลหรอก พอบ่ายๆ เขาเริ่มง่วงก็ถือวิสาสะนอนลงบนเตียงของชานยอลไปเลย เพราะเจ้าตัวไม่อยากให้กวน เขาก็ไม่อยากรบกวนเวลาอันมีค่าของอีกฝ่ายให้ต้องมาอนุญาตเรื่องการยืมหมอน ผ้าห่มหรอกนะ

จนกระทั่งเขาตื่นแล้วอ่านการ์ตูนจบไปอีกหลายเรื่องนั่นล่ะ…ถึงได้เริ่มเบื่อ

ก็ไม่ได้สังเกตอะไรชานยอลตลอดเวลาหรอกนะ แต่ว่าตั้งแต่มานั่งตั้งแต่สาย ชานยอลก็นั่งทำแบบฝึกหัดเงียบๆ อยู่คนเดียวไม่พูดจาอะไร มีลุกไปเข้าห้องน้ำบ้างสองสามหน มีแวะหยิบนมกับขนมมาตั้งไว้ข้างๆ ให้ด้วย แต่ก็ไม่พูดอะไรสักคำอยู่ดี อย่างกับว่าเริ่มคุยกับเขาแล้วสมาธิทั้งหลายจะแตกซ่านจนอ่านหนังสือไม่ได้ แล้วสอบไม่ติดอย่างนั้นล่ะ

 

“นี่”

จงอินลองเรียก แต่ชานยอลไม่ตอบรับ

“พี่ชานยอล”

ก็ยังเงียบ

“ปาร์ค ชาน ยอล”

นิ่งสุดๆ…หรือว่าจะหลับ?

“ผมเบื่อ ไปดูหนังกันเหอะ”

ไม่ได้อยากจะดูหนังหรอกนะ แต่ชานยอลไม่สนใจเขานี่

“หิวข้าวแล้วด้วย นี่สี่โมงกว่าแล้วนะ พาผมไปกินข้าวหน่อย”

จริงๆ ก็ไม่ได้หิวเท่าไร ก็ชานยอลเอาขนมมาให้กินตั้งสองสามรอบ

แต่ก็นั่นล่ะ ไม่มีการตอบรับใดๆ ทั้งสิ้นจนจงอินเซ็ง มีแต่ความเงียบ เงียบ เงียบแล้วก็เงียบ ตอนแรกก็แค่เบื่อ แต่ตอนนี้เริ่มโมโหแล้ว ก็รู้อยู่หรอกว่ากำลังงี่เง่า เพราะสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะไม่กวนชานยอลอ่านหนังสือ แต่นี่มันกี่โมงแล้ว พักบ้างก็ได้นี่!

จงอินไม่รอให้ชานยอลหันมาตอบ แต่เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาชานยอลเองเลย โชคดีที่เก้าอี้ตรงโต๊ะอ่านหนังสือมันเป็นแบบหมุนได้ จงอินก็เลยจับพนักพิงให้หมุนกลับมาโดยที่คนบนเก้าอี้ไม่ทันตั้งตัว ชานยอลหน้าเหวออย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ แต่จงอินก็ไม่รอให้ชานยอลได้พูดอะไรอีกเหมือนเดิม ก็แค่ยกขาขึ้นไปนั่งคร่อมตักนักเรียนเตรียมสอบเอาไว้ทั้งตัวเท่านั้นเอง

“เบื่อแล้วนะ ไม่สนใจผมเลย” ทำปากยื่นปากยาวใส่ให้รู้ว่าอารมณ์ไม่ดี ก่อนจะคล้องแขนเข้าที่คอของคนที่เลื่อนมือขึ้นมาโอบรอบเอวเอาไว้อัตโนมัติ ดวงตาที่ตอนแรกดูจะหงุดหงิดพลันดูมีประกายสดใสขึ้นมาทันทีเมื่อชานยอลรู้งานเหลือเกิน

“พี่บอกเราแล้วนี่ว่าพี่ต้องอ่านหนังสือ”

“แต่นี่มันเย็นแล้วนี่นา…ผมเบื่อ แล้วก็หิวด้วย”

คนอ่อนวัยกว่ายื่นหน้าผากไปชนเข้ากับหน้าผากที่มีเส้นผมปรกอยู่ ปัดปลายจมูกเข้ากับอีกฝ่ายเป็นเชิงออดอ้อนให้ตามใจ

“แล้วมาทำแบบนี้กะว่าจะได้ออกไปหาอะไรกินไหมล่ะเนี่ย” ชานยอลหยอกกลับขำๆ ส่วนจงอินก็ผละใบหน้าออกมาแล้วหัวเราะ

“ก็พี่ไม่สนใจผมนี่”

“อืมหึ๊ ตอนนี้ก็สนใจแล้วไง…แล้ว?” ชานยอลยิ้ม ส่วนจงอินก็ยิ้มตอบ บอกแล้วนี่ใช่ไหมว่าชานยอลน่ะเป็นพวกเด็กเนิร์ด แต่เนิร์ดแค่เรื่องในห้องเรียนเท่านั้นล่ะ เรื่องอื่นชานยอลไม่เหมือนเด็กเนิร์ดทั่วๆ ไปแน่ ไม่เชื่อก็ลองดูที่เมื่อกี้ยังโอบเอวอยู่ดีๆ นั่นสิ ตอนนี้มันเลื้อยเข้ามาในเสื้อถึงกลางหลังแล้วนะ

“แล้ว…ก็ไปกินข้าวกันเถอะ ผมหิว” จงอินตะปบมือของชานยอลเอาไว้ก่อนที่มันจะปลดเสื้อของเขาให้หลุดออกจากตัวเสียก่อน

“พี่ก็หิวนะ” ชานยอลประท้วง ดูจริงจังเสียด้วย ถึงจงอินจะรู้เจตนาก็เถอะ…แต่นี่มันเพิ่งจะสี่โมง ยังไม่ทันจะมืดเลยด้วยซ้ำ ถึงจะเสียไม่ได้ แต่ถ้าไม่ทำ ชานยอลก็ไม่ยอมไปไหนแน่ แถมเขาเองก็เริ่มก่อน เปลืองตัวนิดหน่อย ดีกว่าโดนกินตอนนี้แล้วกัน

จงอินประคองใบหน้าของชานยอลเอาไว้ในอุ้งมือทั้งสองข้าง ก่อนจะบรรจงกดจูบลงไป ฝังทั้งจมูก ทั้งปากลงไปบนแก้มของชานยอลไม่รุนแรง แต่นานพอให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าของชานยอลยกขึ้น เพราะยิ้มเสียจนแก้มปริ น่าหมั่นไส้พิกล

“มัดจำ กินอิ่มแล้วเดี๋ยวค่อยมาเอาที่เหลือนะครับ พี่ชานยอล”

เอาล่ะ…จ่ายมัดจำแล้วก็ไปกินข้าวกันเถอะครับ เพราะตอนนี้หิวขึ้นมาจริงๆ ละ ข้าว ข้าว ข้าว 🙂

อ้อนที่ 5 [อ้อนระดับมหาวิทยาลัย]

จงอินกำลังคิด…ว่าทำไมผู้ชายตัวโตๆ ถึงได้ขี้งอนนัก เขาก็ไม่รู้หรอกว่าผู้ชายตัวโตเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า เพราะชีวิตนี้เขาก็รู้จักผู้ชายตัวโตไม่เยอะนักหรอก แต่ที่คิดว่ารู้จักดีก็มีกับเขาอยู่คนหนึ่งนะ

ตัวโตก็โต หน้าตาก็ดี กีฬาห่วยไปหน่อย แต่ก็ยังเนื้อหอมสำหรับสาวๆ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นประเภทที่ต้องทำตัวเรียกร้องความสนใจให้ใครเขามาง้อ หรือไปง้อใครเขาด้วยซ้ำ แต่ไม่ล่ะ ปาร์คชานยอลน่ะขี้งอนเป็นบ้า…

จงอินไม่เบื่อหรอกนะ เวลาต้องง้อชานยอลน่ะ แต่แค่สงสัยเฉยๆ ว่าทำไมจะต้องงอน เวลางอนทีก็ดูไม่สมตัวเอาเสียเลย มีอย่างที่ไหนที่ผู้ชายตัวโตอย่างกับตึกจะมากอดเข่านั่งจุ้มปุ้กอยู่ตรงมุมห้อง แถมยังคุยกับตุ๊กตาหมีเหมือนว่ามันเป็นเพียงเพื่อนแท้คนเดียวในโลกที่เหลืออยู่อย่างนั้นแหล่ะ

เขาไม่เอ่ยปากแก้ตัวให้หายโกรธหรอกนะ เพราะที่ชานยอลทำน่ะมันงี่เง่า แค่เล่นฉีดน้ำกับเพื่อนเพราะอากาศมันร้อนแค่นั้นเอง เขาผิดอะไร ผู้ชายด้วยกันทั้งนั้น อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะลามกเหมือนตัวเองสิ แต่ก็นะ…ไม่เอ่ยปาก ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ง้อเสียหน่อย ก็คนขี้ใจน้อยอยู่แล้ว ถ้าไม่ง้อเดี๋ยวจะน้อยใจเข้าไปอีก เกิดคุยกับตุ๊กตาหมีไม่เลิกจนเป็นบ้าขึ้นมา ทำลูกมาคืนพ่อแม่เขาไม่ได้นี่

ชานยอลไม่มีที่ท่าว่าจะสนใจจงอินที่เดินสาวเท้าเข้าไปหาเงียบๆ หรือสนใจแต่ทำเป็นไขสือก็ไม่รู้ล่ะ จงอินก็จะทำเป็นไม่สนใจท่าทางมึนตึงนั่นก็แล้วกัน ชานยอลยังคงพูดไปเรื่อยๆ กับตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลด้วยสีหน้าท่าทางน่าสงสารแบบเฟคๆ จงอินทำทีเป็นไม่รู้เรื่องว่ากำลังโดนคนตัวโตงอนอยู่ ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ชานยอลที่ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ยอมหันมา

จงอินเลื่อนมือไปกอดเอวชานยอลจากด้านข้าง พลางซบลงบนแขนของชานยอลที่คราวนี้ตัวแข็งไปแล้วจริงๆ คนที่มานั่งทีหลังเหลือบตามองชานยอลที่ยังคงปั้นหน้าตึงเอาไว้ แต่จงอินก็แอบเห็นว่าหูชานยอลเริ่มแดงขึ้นมาหน่อยๆ

ง้อชานยอลน่ะง่าย…ง่ายพอๆ กับที่เจ้าตัวงอนง่ายนั่นล่ะ

 

“อยากกินแพนเค้กจัง”

ชานยอลยังคงเงียบ แต่จงอินรู้ว่ามันเป็นสัญญาณที่ดี จึงเดินหน้าตามแผนการต่อไป

“แต่อากาศร้อน…ไม่อยากออกไปกินที่ร้านเลยอ่ะ”

จงอินกลั้นยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจ ไม่บอกก็รู้ว่าในหัวคงกำลังตีกันยุ่ง

“จะมีคนแถวนี้ใจดีทำให้กินไหมนะ…”

เอียงหน้าที่ซบแขนให้ได้มุมเหมาะๆ แล้วงับลงไปเบาๆ ที่ไหล่ก็เป็นอันจบ

“ก็…………….ลุกดิ เดี๋ยวทำให้กิน”

อ้อนนิดอ้อนหน่อย เปลืองตัวไม่มากก็ปิดกระดานรุกฆาตได้แล้ว ชานยอลน่ะรักเขาตาย

อ้อนที่ 5 [อ้อนระดับคนทำงาน]

อ้อนน่ารักๆ กับเขาบ้างเป็นไหมวะ

 

อืม…ถ้าพูดตามตรง จงอินไม่ได้มาสายขี้อ้อนอยู่แล้ว คนพูดก็น่าจะรู้อยู่ แต่เขาก็เข้าใจนะว่าตัวเองออกจะเป็นประเภททื่อๆ คิดอะไรก็ทำแบบนั้น อยากได้อะไรก็ขอตรงๆ ถ้าทำตามที่ขอก็ขอบคุณ ถ้าปฏิเสธก็แค่เฉยๆ ไม่ค่อยตื๊อ ไม่เคยอ้อนจนกว่าจะได้ตามที่ต้องการ ไม่ก็ไม่ไง…ไม่ดีเหรอ? ทำไมชอบให้วอแว เอาแต่ใจ?

แต่กลายเป็นว่าชานยอลดันมาหงุดหงิดเพราะว่าเขาไม่ขี้อ้อนซะงั้น ผู้ชายสมัยนี้เอาใจยากจริง

“อยากให้ผมอ้อนเหรอ?” จงอินกอดอกถามคนที่ทำหน้าเซ็ง เพราะหงุดหงิดกับหัวข้อสนทนาเรื่องอ้อนไม่เป็นของคิมจงอิน

แต่คำถามไม่ได้รับคำตอบ เพราะชานยอลเอาแต่ทำหน้าบูดไม่เลิก ปาร์คชานยอลต้องรู้นะว่าจงอินนอกจากจะไม่ได้มาสายแบ๊วแล้ว ยังพ่วงสายโหดมาด้วยเวลาใครมาทำให้ไม่ถูกใจ โดยเฉพาะไอ้เรื่องเมินกันแบบงี่เง่าเนี่ย ไม่ง้อหรอกนะ

จงอินเอื้อมมือไปดึงเนคไทของคนที่นั่งอยู่แรงพอควรจนเจ้าของเนคไทสีเข้มต้องขยับมาตามแรงดึง ไม่อย่างนั้นเนคไทอาจจะขาด หรือไม่ก็เป็นคอเนี่ยล่ะที่จะขาดเอาเพราะแรงดึง

ชานยอลเตรียมจะว่า แต่ก็ต้องชะงักไปเพราะสายตาของจงอินที่ส่งมาให้ มันพราวระยับและเต็มไปด้วยแรงดึงดูด จนคราวนี้ชานยอลยินยอมพร้อมใจที่จะลุกตามมือของจงอินที่ม้วนสายเนคไทให้ขยับเข้ามาใกล้ตัว ปมเนคไทที่ผูกแน่นอยู่ตรงปกเสื้อถูกจงอินรูดออกช้าๆ ในขณะที่ดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่ชานยอลไม่ละไปไหน จงอินกัดริมฝีปากน้อยๆ เมื่อแผ่นอกสีน้ำนมค่อยๆ ปรากฏออกมาหลังจากที่ปลายนิ้วซนขยับแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ด

กระดุมพลาสติกที่เหลืออีกสองเม็ดถูกปล่อยทิ้งเอาไว้เกี่ยวชายเสื้อ ส่วนจงอินค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาเบียดเนื้อกับชานยอลที่ยืนนิ่งๆ ปล่อยให้จงอินงับเข้าที่สันกรามและลำคอเบาๆ นิ้วสีน้ำผึ้งยังไม่หยุดซุกซนด้วยการปลดเข็มขัดและกระดุมโลหะที่กางเกงของชานยอลด้วยความชำนาญ แต่ก่อนที่จงอินจะปลดซิปลงเป็นอย่างต่อไป ชานยอลก็รวบมือคู่นั้นเอาไว้เสียก่อน พร้อมกับดุเบาๆ แบบไม่ได้จริงจังนัก

“พี่บอกให้เราอ้อนนะ ไม่ได้บอกให้เรายั่ว”

“ก็ทำไม่เป็นนี่…แล้วไม่ชอบหรือไง”

“ชอบไม่ชอบเดี๋ยวก็รู้” ชานยอลรวบตัวจงอินที่หัวเราะออกมาขึ้นพาดบ่าแล้วเดินตรงไปยังเตียงของพวกเขาอย่างรวดเร็ว

โธ่…มาทำเป็นพูด จริงๆ ก็ชอบแบบนี้ใช่ไหมล่ะ

อ้อนที่ 6 [อ้อนระดับเมียน้อย(?)]

เสียงเปิดประตูหน้าห้องทำให้จงอินที่นอนเบื่ออยู่บนโซฟารีบลุกพรวดขึ้นไปหาคนที่มาเยือนทันที เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนเดียวที่มาหายามวิกาลขนาดนี้ก็มีแค่คนเดียว คนที่มีทั้งกุญแจห้องนี้ และเป็นคนที่ซื้อคอนโดห้องนี้ให้จงอินอยู่ด้วย

“ป๋า”

ป๋าของจงอินยิ้มรับคำทักทายและส่งเสื้อตัวนอกให้จงอินรับไปถือ พร้อมกับเอียงแก้มให้จงอินหอมเบาๆ อย่างคุ้นเคย ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาที่จงอินเคยนอนเล่นอยู่ก่อนหน้านี้

จงอินรีบเอาเสื้อไปแขวนเก็บ แล้ววิ่งเข้าครัวไปเอาน้ำเย็นๆ จากในตู้เย็นมาให้ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ปาร์ค ชานยอล ประธานกรรมการบริษัทเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปยักษ์ใหญ่ของประเทศ คนที่เป็นทั้งผู้มีพระคุณคอยส่งเสียเลี้ยงดูให้จงอินเรียนจนจบ มีงานทำ และยังเป็นคนที่จงอินรักด้วย

“เป็นไงบ้าง เหงาหรือเปล่า” ชานยอลหันมาถามจงอินที่นั่งเรียบร้อย ยิ้มหวานรอให้ชานยอลพูดด้วยก่อน

“ก็นิดหน่อย แต่แค่แวะมาหาบ้างก็ดีใจแล้วครับ”

“นิดหน่อยจริงเหรอ เห็นมีคนโทรมาบอกว่าเด็กแถวนี้น้อยใจ แถมยังร้องไห้จนตาบวม แบบนี้ถ้าเหงาหนักจะเป็นขนาดไหนล่ะเนี่ย” ชานยอลยิ้มเมื่อเห็นจงอินอ้าปากเหวอ

ช่วงนี้เขางานยุ่งมาก ไม่ค่อยมีเวลามาหาจงอินสักเท่าไร คิดอยู่แล้วล่ะว่าเจ้าตัวคงจะเหงาแล้วก็น้อยใจตามประสาเด็กๆ แน่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นซึมหนัก ไม่ยอมกินข้าวเท่าไร อยู่ที่ทำงานก็แอบใจลอยอยู่บ่อยๆ หนักที่สุดก็ตรงร้องไห้นี่ล่ะ เลี้ยงของเขามาตั้งนาน ทำไมจะไม่รู้ว่าจงอินน่ะใจแข็งแค่ไหน เสียใจให้ตายก็ไม่ยอมร้องไห้ให้ใครเห็นง่ายๆ น่ะ

“คยองซูไปฟ้องเหรอครับ”

“ไม่ได้ฟ้อง เขาเรียกว่ารายงานความเคลื่อนไหวตามความเหมาะสม” จงอินเบ้ปาก ก็รู้อยู่แล้วว่าโดคยองซูน่ะเป็นคนของชานยอล ส่งมาดูแลทั้งเขาแล้วก็บริษัทที่เขาทำงานอยู่ไปพร้อมๆ กัน แต่ก็คิดว่าพักหลังเริ่มสนิทกันแล้ว แถมยังกำชับนักหนาว่าถ้าเล่าอะไรให้ฟังแล้วอย่าไปบอกคุณชานยอล เพราะไม่อยากให้คุณชานยอลลำบากใจ แต่ดันมาหักหลังกันเสียนี่

“ไม่เห็นต่างกันเลยครับ”

“ไม่เอาน่า…คยองซูก็แค่ทำตามที่ฉันสั่ง อย่าโกรธเลย อย่าทำหน้างอด้วย หนูก็รู้ว่าป๋าไม่ชอบให้หนูทำหน้างอ ไหนยิ้มให้ป๋าชื่นใจหน่อยสิคะ”

จงอินได้ยินสรรพนามที่เปลี่ยนไปแล้วยิ่งอยากทำหน้างอเข้าไปใหญ่ แต่เพราะว่าชานยอลก้มลงมาจูบเบาๆ ที่หน้าผาก พร้อมกับส่งยิ้มใจดีอย่างที่จงอินชอบมาให้ ก็เลยได้แต่ยิ้มกลับไปเท่านั้น

“ดีมาก ไหนบอกป๋าหน่อยซิ ร้องไห้ทำไม ช่วงนี้เครียดเรื่องอะไร”

“จะให้ผมบอกอะไรล่ะครับ คยองซูบอกไปหมดแล้วนี่”

“ก็ป๋าอยากฟังจากป๋าหนู แล้วไหนพูดใหม่ซิ…ป๋าสอนให้พูดกับป๋ายังไงเวลาอยู่ด้วยกันสองคน”

จงอินเม้มปาก ชานยอลก็เป็นเสียอย่างนี้ สมัยแรกที่คบกันใหม่ๆ ก็ไม่ได้ต้องเรียก ป๋า แล้วก็แทนตัวเองว่า หนู อะไรหรอก ก็เรียกธรรมดาๆ แบบที่เขาพูดนั่นล่ะ แต่พอคบกันไปสักพัก ชานยอลก็พาไปเจอเพื่อนของตัวเองบ้าง พวกเพื่อนๆ ของชานยอลก็แซวเรื่องอายุของเขากับชานยอลที่ห่างกันพอสมควร แถมวิธีดูแลเขาของชานยอลมันก็เถียงไม่ได้หรอกนะว่ามันเหมือน ‘เลี้ยงอีหนู’ จริงๆ นั่นล่ะ ก็แค่ว่าเขาไม่ได้เป็นเมียน้อย เพราะชานยอลยังไม่ได้แต่งงานและไม่ได้คบใครนอกจากเขาเท่านั้นล่ะ

‘มึงนี่อย่างกับป๋าเลี้ยงอีหนูยังงั้นแหล่ะ’

เพราะประโยคนั้นล่ะ ชานยอลก็เลยเอามาใช้เรียกแทนตัวเองและบังคับให้เขาเรียกด้วยเวลาอยู่ด้วยกันสองคนเวลาชานยอลนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากให้เรียกน่ะ ก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะ บางทีก็เรียก ก็ใช้แทนตัวเองเหมือนกัน แต่บางทีมันก็แปลกๆ ไง

“ไม่เรียกไม่ได้เหรอครับ มันแปลกอ่า”

“ไม่ได้ค่ะ เป็นอีหนูก็ต้องเชื่อฟังป๋าสิ เรียกดีๆ แล้วเดี๋ยวป๋าให้ตังไปซื้อขนม”

จงอินหมั่นไส้จนอยากจะข่วนหน้าป๋าที่อารมณ์ดีเหลือเกิน แต่ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ตามใจป๋าที่กำลังอารมณ์ดีๆ บ้างก็ได้ เพราะเขาก็ยอมรับล่ะนะว่าช่วงนี้เขาเหงามากจริงๆ

“ก็พักหลังๆ ป๋าไม่ค่อยมาหาหนูเลย หนูรู้ว่าป๋างานยุ่ง แต่หนูก็กลัวป๋าจะเบื่อ กลัวป๋าไม่รักหนูแล้ว กลัวว่าป๋าจะทิ้งหนูนี่ หนูก็น้อยใจเป็นนี่คะ”

อยากให้ทำตัวเป็นอีหนูนัก จงอินก็จัดให้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เขินหรอกนะ เพราะพอพูดจบจงอินก็ซุกหน้าลงกับหมอนอิงที่ยกขึ้นมาปิดหน้า พลางโวยวายต่อว่าชานยอลที่ชอบบังคับให้เขาทำอะไรน่าอายแบบนี้ ในขณะที่คนต้นเรื่องกลับหัวเราะชอบอกชอบใจเสียงดัง

“โธ่ ป๋าจะทิ้งหนูได้ยังไง ป๋ารักของป๋ามาตั้งกี่ปี นี่ก็รีบทำงานจนลูกน้องด่าลามไปยันโคตรป๋าแล้วเนี่ย หลังจากนี้ป๋าว่างยาวๆ เลย เดือนหน้าทั้งเดือนป๋าให้คยองซูทำเรื่องลางานให้หนูเรียบร้อย ไปช้อปปิ้งกับป๋าที่ฝรั่งเศสดีกว่า หนูจะได้ไม่น้อยใจหาว่าป๋าเบื่อหนูอีกไงคะ”

“ฝรั่งเศส?” จงอินทำหน้างง แล้วเขาไปลางานมันตอนไหน?

“ค่ะ ไปยุโรปกับป๋าสามอาทิตย์ เงินไม่ต้องเสียเองสักแดง แล้วแถมอาทิตย์ที่สี่เอาไว้นอนฟื้นตัวด้วย”

ลางาน…ทั้งเดือน? โอย…ก็รู้นะว่าไอ้บริษัทที่ทำงานอยู่ทุกวันนี้ก็ของป๋านั่นล่ะ แต่คิดบ้างไหมหายหัวไปทั้งเดือนแบบนี้คนในบริษัทเขาจะนินทาหนูยังไง ป๋าแม่งเอาแต่ใจอ่ะ!

แต่เอาเถอะ ยุโรปสามอาทิตย์…ป๋าหายไปนานๆ แล้วมาง้อแบบนี้ หนูช๊อบ ชอบ

*

FIN

Advertisements

3 thoughts on “[SF] Please, Please (CHAN x KAI)

  1. โบร้มมม กระโจนลงทุ่งข้าวสาลี ;////////;
    พึ่งเคยเห็นจงอินโหมดนีนี่รุกคืบพี่ชานยอลขนาดนี้ล่ะค่ะ เราล่ะเป็นสุขจัยย 😭
    เริ่มเม้นฟิคแล้วเดี๋ยวนอกเรื่องไปไกล 55
    ;—; มิ้งมากน่ะ ตั้งแต่เรียกพี่จ๋าจนเป็นป๋า (อยากสิงชยอลเลย, คงดูพราวน์มากจริงๆ ฮี่ๆ) 😂
    จริงๆน้องจงอินแน่ใจไหมว่าไม่ใช่ใช่สายอ้อนเนี่ย
    กี่ระดับก็ดูมุ้งมิ้งไม่หมดเลย เว้นช่วงอีโรติคไป 5555 บางระดับอาจจะเข้าขั้นยั่วยวนแต่มันยังอยู่ในขอบเขตการอ้อนอยู่ ถถถถถถ ป๋าชยอลนี่ท่าทางจะอายุยืนและ แพ้เวลาเห็นฟิคจงอินเรียกตัวเองว่าหนู *ซุกหมอนรัว* เขียนน้องให้ดูน่ารักขี้อ้อน ถึงยั่วยวน แต่ก็ยังดูมีความเป็นเด็กหนุ่มแบบผู้ชายดีอยู่ อ่านเลยไม่สะดุดเลย ฮร่อยย ชอบมากเลย 😝

  2. melborp13

    หนูก็ช๊อบชอบค่ะ ฮือออออออออ /โดนอีหนูจงอินตะปบหน้า โอ๊ยยยยยยยยย น่ารักน่าหมั่นไส้น่าเตะน่าตีในเวลาเดียวกันจริงๆค่ะน้องนีนียยย์ ถถถถ ระดับอื่นยังพอกรุบกริบ ยิ่งระดับเด็กน้อยนี่น่าเอ็นดู๊วววววววงเหลือเกินค่ะ แต่ระดับสุดท้ายนี่หมั่นไส้จริงๆไม่ติงนัง แต่ก็กำไรพี่ชานยอลเขาล่ะ กำไรทั้งเรื่องเหลยยยยยยย

  3. Tomat

    โห้ยยยย ป๋ากะอีหนู 55555

    ชอบอ้อนระดับมหาลัยอ่ะ น่าร๊ากกกก ><
    ชอบอ่ะ ยิ่งพึ่งดูแท็กนั้นมานะ ยิ่งฟิน 5555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s