[SF] The Officer (CHAN x KAI)

Standard

Title: The Officer
Author: Nina*
Paring: Chanyeol x Jongin
Rating: PG
Author’s note: ขุดเจอในโฟลเดอร์ ฟิคเก่าเอามาเขียนต่อ

*

คิมจงอินก็แค่รู้สึกเหนื่อยๆ

คิมจงอินคนเดียวกับที่เป็นเดือนคณะ เป็นนักกิจกรรม เป็นหัวหน้าชมรม เป็นประธานรุ่น เป็นหลายๆ อย่างที่เยอะพอจะทำให้เวลา 4 ปีในมหาวิทยาลัยของคิมจงอินนั้นโคตรจะคุ้มค่า ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องเล่น ถึงจะไม่ได้เกียรตินิยมอะไรติดไม้ติดมือมา แต่เกรดที่ประทับอยู่บนใบทรานสคริปต์ก็สวยหรูดูดีพอตัว พอบวกกับรูปร่าง หน้าตาที่ค่อนข้างจะดูดีมีเสน่ห์ แถมด้วยประวัติการทำกิจกรรมมาอย่างโชกโชน มันก็ทำให้เขาได้ตำแหน่งในบริษัทที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง

ส่วนไอ้เรื่องการไต่เต้าไปสู่ระดับเงินเดือนและหน้าที่ที่ดีกว่ามันก็ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป สร้างผลงาน ฝากเนื้อฝากตัวไปล่ะนะ

ผิดเสียก็แต่ว่าไอ้การสร้างผลงานที่ว่านั่นมาด้วยระยะปีกว่าๆ มันเริ่มทำให้เขาเหนื่อยมากเกินไปแล้ว

เข้างานแปดโมงเช้า เลิกงานห้าโมงเย็น ไม่นับรวมโอที หรือช่วงที่ยุ่งมากจนต้องหอบงานกลับมาทำที่บ้านแบบไม่ได้โอที วันธรรมดาก็ต้องทำงานงกๆ พอสุดสัปดาห์ก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด แทบไม่อยากทำอะไรแล้ว แทนที่จะรับปากเพื่อนฝูงออกไปสังสรรค์ตามประสาคนหนุ่มมีไฟ แต่กลับปฏิเสธทุกครั้งไปจนรู้ตัวอีกที วันศุกร์เสาร์อาทิตย์ของคิมจงอินก็เอาแต่นอนเกลือกกลิ้งไปมาในห้องจนล่วงเข้าวันจันทร์ไปนั่นแหล่ะ

ทุเรศจริงๆ

อย่างวันนี้ก็เหมือนกัน อะไรคือวันศุกร์ สามทุ่ม เขายังต้องนั่งปั่นโอทีอยู่วะ…

พนักงานทั้งออฟฟิศทยอยกันออกไปตั้งแต่ห้าโมง แม้กระทั่งป้าแม่บ้านที่ขอตัวกลับก่อนไปเมื่อตอนสองทุ่มกว่า พร้อมกับฝากฝังให้เขาล็อกออฟฟิศให้ด้วย ให้ตายเหอะ แล้วทำไมเขาไม่รีบชิ่งกลับพร้อมป้าแม่บ้านไปเลยวะ ไอ้งานนี่ก็หอบกลับไปทำเสาร์อาทิตย์ก็ได้ ไม่มีค่าโอทีก็ช่างแม่ง อย่างน้อยก็ได้นอนอืด เกาพุงหมาไป จิบกาแฟเย็นไปด้วย แล้วก็คิดงานไปเพลินๆ ซะ

เหอะ…

ก็ ‘บอส’ ยังไม่กลับ จงอินจะกลับยังไงได้ล่ะวะ

‘บอส’ ของเขาก็เกิดอยากจะเป็นเจ้านายมีปัญหาขึ้นมาด้วยการจะเอางานด่วนที่เขากะว่าน่าจะเสร็จอาทิตย์หน้าขึ้นมาเดี๋ยวนี้ แถมบอกเอาตอนเกือบสามโมงกว่า ก็นะ…นี่วันศุกร์แห่งชาติ! ก็แบบ…ก็เป็นพนักงานบริษัทชั้นเลวอ่ะนะ วันศุกร์ไม่ค่อยมีกะใจจะทำงานหรอก คิดโน่นคิดนี่ว่าจะกินอะไรดี จะรีบชิ่งตอนกี่โมง

คือไงดีล่ะ? ไม่สังสรรค์วงน้ำเมา แต่ก็ยังไปนั่งกินข้าวกับเพื่อน สามสี่ทุ่มกลับบ้านเป็นเด็กอนามัยไง ยิ่งช่วงนี้มีหนังดีๆ เข้าเยอะแยะ ปลายปีก็งี้ พลาดได้ไง

แต่ก็นั่นแหล่ะ…

ติ๊ง

BOSS said:
มาหาที่ห้อง

ก็เป็นซะแบบนี้แหล่ะวะ…

จงอินถอนหายใจใส่ข้อความบนโปรแกรมสนทนาของ Google แล้วก็รวบเอกสารจำเป็นที่มีตัวหนังสือกับรอยดินสอขีดเขียนจนสกปรกไปหมดใส่มือ แล้วก็เดินหน้ายุ่งเข้าไปทางห้องทำงานส่วนตัวของ ‘บอส’ ที่ยังเป็นส่วนเดียวที่เปิดไฟสว่างอยู่ไม่ต่างจากมุมทำงานของเขา จงอินผลักประตูเข้าไปโดยไม่เคาะประตูขออนุญาต ก่อนจะยืนนิ่งๆ รอคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการกองเอกสารอยู่

“นั่งสิ”

“บอสมีอะไรก็ว่ามาเถอะครับ ผมจะรีบกลับไปเคลียร์งานด่วนให้บอส นี่มันจะสี่ทุ่มแล้วนะ ผมหิวข้าว”

นอกจากจะไม่สนใจฟังคำเชื้อเชิญแล้ว จงอินยังสวนกลับใส่เจ้านายตัวเองแบบไม่กลัวว่าจะโดนหักเงินเดือน ปึกกระดาษในมือถูกจับโบกไปโบกมือเสียงดังฟึ่บฟั่บ พอคนเป็น ‘บอส’ เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นหน้าหงิกงอของลูกน้องตัวเองแล้วก็ยิ้มขำ ปากกาหมึกซึมที่กำลังใช้เซนต์เอกสารอยู่ถูกวางลงบนแฟ้ม นิ้วยาวของเจ้าตัวถูกประสานกันขึ้นตรงหน้า

“หิวข้าวเหรอ”

จงอินกอดอกฟังแล้วเหมือนเส้นประสาทจะมันกระตุก ก็ถ้าไม่นับขนมเล็กๆ น้อยๆ กับกาแฟที่ป้าแม่บ้านยกมาให้ก่อนกลับเมื่อตอนค่ำ ตั้งแต่เที่ยงคิมจงอินก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย แล้วนี่มันก็จะสี่ทุ่มแล้ว ไม่หิวมั้ง ถามมาได้ ถ้าไม่ติดว่าเป็น ‘บอส’ จะด่าละ

“ครับ”

“งานเสร็จหรือยังล่ะ”

“ยัง”

“งั้นก็แย่หน่อยนะ” จงอินเห็นยิ้มกวนประสาทแล้วอยากจะปากระดาษในมือใส่หน้าชะมัด

“แค่นี้ใช่ปะ”

“พูดจาแบบนี้กับเจ้านายงั้นสิ” รอยยิ้มเริ่มหายไปจากใบหน้าขาวสะอาด

“แล้วจะทำไม” จงอินเชิดหน้าตอบยียวน คนตรงหน้าไม่ตอบอะไรนอกจากปิดแฟ้มบนโต๊ะลง ถอดแว่นสายตาบนสันจมูกโด่งออก

“ให้โอกาสพูดใหม่” น้ำเสียงโทนต่ำถูกกดให้ต่ำลงอีก พร้อมกับสีหน้าเรียบเฉยที่ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาทประดับบนใบหน้าทำให้จงอินอยากจะเบ้ปากใส่แรงๆ อีกสักหน แต่ก็ทำได้แค่เก็บเอาความกวนตีนกลับลงไปในใจลึกๆ แล้วปั้นยิ้มงามๆ กลับไป

“บอสมีอะไรให้ผมรับใช้อีกไหมครับ”

“ไม่จริงใจเอาซะเลย”

วะ! นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็น ‘บอส’ คิมจงอินชกหน้าแม่งให้ดังเบี้ยวจริงๆ นะ

“มานี่มา”

‘บอส’ ปรับน้ำเสียงให้นุ่มลง พร้อมกับกวักมือเรียกให้จงอินเข้าไปหา คนเป็นลูกน้องทำหน้าระแวงใส่คนที่เปลี่ยนอารมณ์ปุบปับฉับพลัน แต่ก็ต้องยอมเดินเข้าไปหาเจ้านายที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานอยู่ดี

พอคุณลูกน้องในสังกัดเดินเข้ามาในรัศมี คุณบอสก็ยื่นมาไปคว้าเอาปึกเอกสารที่จงอินหอบเข้ามาด้วยโยนลงไปบนโต๊ะ ไม่สนใจว่ามันจะกระจัดกระจายหรือไถลลงไปจากโต๊ะ และไม่สนใจด้วยว่าจงอินจะทำหน้าเหวอพร้อมจะกินหัวตัวเองมากแค่ไหน ทั้งหมดที่ทำก็คือคว้าเอาเอวเล็กที่ถูกพรางอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาว แล้วดึงเข้ามาใกล้ๆ จนทั้งตัวของจงอินแทบจะแนบไปกับร่างของคนบนเก้าอี้

“บอส!”

“ไม่เอาน่า เลิกงานแล้ว จะมาบอสอะไรกัน ไหนเรียกพี่ชานยอลให้ชื่นใจหน่อย”

คิมจงอินเบ้ปากแรงใส่คุณบอสทีมาทำเสียงเล็กเสียงน้อยบอกให้เรียก ‘พี่’ ทั้งที่เมื่อครู่ยังทำตัวน่าหมั่นไส้ วางมาดเป็นเจ้านายใส่เขาอยู่เลย เพราะอย่างนั้นจงอินถึงจะไม่ทำอะไรนอกจากคว่ำปากใส่อย่างจริงจังและจงใจ

“อย่างอนน่า เดี๋ยวพี่พาไปหาอะไรอร่อยๆ กิน”

“ไม่ต้องมาทำเป็นเอาใจเลย วันนี้วันศุกร์แท้ๆ แทนที่จะได้รีบกลับบ้าน ทำไมต้องมาเร่งงานยิกๆ เอาตอนเลิกงาน เห็นนะว่าวันนี้ว่างทั้งวันอ่ะ” จงอินปัดมือที่พยายามจะบีบแก้มของตัวเองเล่นออกไปพร้อมกับทำตาเขียวใส่คนที่ยังคงยิ้มหน้าเป็น

“ก็เพราะว่าวันนี้วันศุกร์ แถมเป็นศุกร์สิ้นเดือนไง ยังไงคนในออฟฟิศก็ต้องแห่กันไปปาร์ตี้อยู่แล้ว อยากเสี่ยงเจอใครหรือไง พี่น่ะไม่มีปัญหาหรอกนะ อยากเปิดตัวจะแย่ แต่เราเองไม่ใช่หรือไงที่บอกว่ายังไม่พร้อมน่ะ” ชานยอลว่าด้วยเหตุผลตามจริงไม่แก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น

ไอ้ที่อีกคนว่าน่ะมันก็ใช่อยู่หรอก แต่ก็เพราะว่าเป็น ‘แฟน’ กับ ‘เจ้านาย’ มาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาไงล่ะ เขาถึงได้ไม่อยากจะเปิดตัวว่าเป็นแฟนกับปาร์คชานยอลให้เป็นที่ครหาว่าเป็น ‘เด็กเส้น’ เป็น ‘เด็กป๋า’ ให้คนเขานินทากันถึงบริษัทน่ะ

เขาอยากจะพิสูจน์ให้คนในบริษัทเห็นก่อนว่าเขาน่ะมีความสามารถและทำอะไรก็ทำได้ด้วยตัวเองทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับคนที่เป็นเจ้านายสักนิด ถึงชานยอลจะบ่นมาตลอดก็เถอะว่าไร้สาระ แต่พอเอาเข้าจริงปาร์คชานยอลกลับทำหน้าที่ ‘บอสโหด’ ได้สมราคาที่พี่ๆ คนอื่นในแผนกช่วยกันนินทาให้ฟังจริงๆ ว่าทั้งโหด ทั้งเฮี้ยบ ทำเอาคิมจงอินอยากจะโกยน้ำลายตัวเองขึ้นมาแดกให้รู้แล้วรู้รอดเชียว

แฟนที่ดีก็ส่วนแฟนที่ดี แต่หัวหน้าจอมโหดนี่ก็ทำหน้าที่ได้ดีเกิ๊น!

“นี่อุตส่าห์รอจนแม่บ้านกลับบ้าน แล้วก็ใกล้เวลารปภ.เปลี่ยนเวรเชียวนา ถึงได้ค่อยเรียกเราเข้ามาหา วันนี้อยากกินอะไรล่ะคะ เดี๋ยวพาไปกิน”

“ดึกป่านนี้แล้วจะมีร้านที่ไหนเปิดเล่า” จงอินทำหน้าบูดบี้ ความจริงไอ้ร้านที่อยากจะกินน่ะก็มีอยู่หรอก แต่นี่มันสี่ทุ่มกว่าแล้ว ร้านที่เปิดก็คงมีแต่พวกกึ่งบาร์ ไม่ก็ร้านเหล้าเท่านั้นล่ะนะ ขอกลับบ้านไปนอนตีพุงดูหนังแผ่นที่ซื้อเอาไว้ชาติเศษ แล้วพรุ่งนี้ค่อยงัดอีกคนให้ขับรถพาไปกินอะไรไกลๆ ดีกว่า

“งั้นไปดูหนังไหม…รอบดึก ไม่ค่อยมีคน” ชานยอลรั้งจงอินที่ยอมอ่อนลงให้มานั่งบนตักจนได้ จงอินเหลือบตาขึ้นมองแฟนตัวเองที่ยิ้มเอาใจมาให้แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

ความจริงชานยอลก็ไม่ได้แกล้งอะไรเขาหรอก เขารู้ ก็ทำหน้าที่เจ้านายแบบที่สมควรทำล่ะนะ ไม่ได้ทำแค่เพราะต้องทำเท่านั้นด้วย จงอินรู้ว่าต่อให้เปิดตัวแล้วชานยอลก็ยังเป็นเจ้านายมาดโหดแบบนี้ต่อไปนั่นล่ะ แต่พอเลิกงานแล้วชานยอลก็เป็นแฟนหนุ่มแสนดีที่พร้อมจะเอาใจเขาทุกอย่าง ยิ่งถ้าวันไหนใจร้ายในเวลางานเป็นพิเศษ จงอินจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าชายน้อยๆ ทุกที

“ไม่เอา เหนื่อยมาก หลับแน่ อยากกลับบ้าน”

ในเมื่ออีกฝ่ายเปิดช่องให้เอาแต่ใจ จงอินก็จะเอาแต่ใจให้สมกับที่อยากทำมาตั้งแต่ตอกบัตรตอนเช้าวันจันทร์ ชานยอลยิ้มเมื่อเด็กหนุ่มบนตักยอมลดการ์ดให้เขาได้เอาใจ มือใหญ่เอื้อมไปคลายปมเนคไทที่ผูกอยู่ใต้ปกเสื้อออกให้พอหลวมๆ พร้อมกับปลดกระดุมสองเม็ดบนสุดออกให้

ชานยอลสาบานต่อหน้ากระถางต้นไม้ที่มุมห้องว่าไม่ได้มีเจตนาอะไรไม่ดีทั้งนั้น แต่กลายเป็นว่าเขาโดนจงอินตีมือเสียงดังเพี๊ยะ พร้อมกับหรี่ตามองทันที

“ทำอะไรครับ”

“เปล่านี่” ชานยอลยกมือขึ้นสองข้างเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่จงอินลุกหนีจากตักชานยอลด้วยความไม่ไว้ใจ เจ้าตัวย้ายมายืนกอดอกพิงสะโพกเข้ากับโต๊ะทำงานของเจ้านายแทน

“เก็บของไหมครับ เดี๋ยวผมก็จะไปเก็บของผมบ้าง” จงอินบอก ซึ่งชานยอลก็พยักหน้ารับไม่อิดออด จงอินหยิบเอาเอกสารที่ตัวเองติดมือมาเมื่อครู่กลับออกไป ออฟฟิศด้านนอกของแผนกปิดไฟหมดแล้ว แต่เขาหาโต๊ะของตัวเองได้ไม่ยากหรอก เพราะมันเป็นโต๊ะเดียวที่ยังเปิดไฟที่โต๊ะเอาไว้ จงอินจัดการกับเอกสารและอุปการณ์สำนักงานบนโต๊ะจนเรี่ยมเร้ อย่างน้อยๆ ก็ดูเป็นระเบียบมากกว่าตอนที่เขาวุ่นวายจนหัวหมุนนั่นล่ะนะว่าเขาจะทำอะไรกับงานชิ้นไหนก่อนดี

เขากำลังยืนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือในมืออยู่ตอนที่ชานยอลเดินมาเคาะโต๊ะเบาๆ จงอินเงยหน้ามาเจอชานยอลที่ถอดแว่นเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อบนอก ส่วนเสื้อสูทตัวนอกก็ถูกพับลงครึ่งหนึ่งพาดเอาไว้ที่ต้นแขน เนคไทหายไป และกระดุมเม็ดบนก็ถูกปลดออกสองหรือสามเม็ดนี่ล่ะ

ก็ไม่ได้อยากจะอวยหรอกนะ แต่ชานยอลหลังเลิกงานน่ะเร้าใจกว่าตอนปั้นหน้าโหดให้สาวต่างแผนกกรี๊ดกับมาดเนี้ยบตั้งแยะ ซึ่งก็มีเขาคนเดียวล่ะนะที่ได้เห็น

“เสร็จแล้ว?” จงอินพยักหน้า

“งั้นก็เชิญจงอินก่อนเลย” ชานยอลเอื้อมมือไปปิดไฟที่โต๊ะทำงานของจงอินให้ ส่วนจงอินก็เดินนำออกไปที่ทางเดินที่เปิดไฟแค่พอสลัวๆ ลิฟต์ที่ใช้สำหรับไปลานจอดรถอยู่เกือบสุดทางเดินจากแผนกของจงอินและชานยอล ไม่มีส้นรองเท้ากระทบทางเดิน เพราะมีพรมสีเข้มปูยาวไปตลอดทาง เสียงแรกที่ดังขึ้นหลังจากที่ชานยอลบอกให้จงอินเดินนำไปก่อนก็คือเสียงลิฟต์เปล่าๆ ที่เคลื่อนมาจนถึงชั้นที่ 46

“แวะซื้ออะไรก่อนเข้าบ้านไหม” ชานยอลถามคนที่เอนหลังพิงไปกับผนังลิฟต์

จงอินนึกอยู่นานว่าจะกินอะไรดี ไม่ใช่ว่าไม่อยากกินอะไรหรอกนะ ตอนนี้เขาหิวมากจนสามารถกินวัวได้ทั้งตัว แต่เพราะว่ามันอยากกินไปหมดทุกอย่างก็เลยนึกอะไรไม่ออกสักอย่าง จนชานยอลเสนอมาว่าร้านไก่ทอดหน้าปากซอยบ้านเปิดถึงเที่ยงคืน ก็เลยจบลงที่ไก่ทอด พร้อมสลัดที่ชานยอลบอกว่าถึงบ้านแล้วจะเอาผักในตู้เย็นออกมาทำให้กิน เป็นมื้อดึกที่ง่ายและดีมาก

ชานยอลเคยคิดรำคาญที่ออฟฟิศของตัวเองอยู่สูงมากขนาดนี้ เพราะเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ลิฟต์เสียแล้วเขาต้องเดินขึ้นจากลานจอดรถชั้นใต้ดิน เพื่อขึ้นมาทำงานที่ชั้น 46 แถมในเวลาที่ลิฟต์ทำงานปกติก็ใช่ว่ามันจะทำงานรวดเร็วทันใจ แต่กลับค่อยๆ ไต่ระดับความสูงทีละนิดจนไม่รู้ว่าคนสร้างลิฟต์ตัวนี้มันเป็นห่วงอะไรสุขภาพในช่องหูของคนใช้งานอะไรนักหนาหรือไง แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่ามันโอเคที่ความอืดอาดของลิฟต์ตัวนี้มันทำให้เขามีเวลาอยู่กับคนข้างๆ มากขึ้นอีกหน่อย ถึงแม้ว่าหลังจากนี้มันจะเป็นเวลาของเขากับจงอินแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วก็เถอะนะ

ก็ใช่ว่าจะมีโอกาสบ่อยๆ ที่จงอินจะเอียงหัวตัวเองมาซบเขาที่ไหล่เพราะเบื่อที่จะต้องรอลิฟต์งี่เง่านี่ไต่ลงไปถึงชั้นล่างนี่นะ

“จงอิน”

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียก จากที่กำลังง่วงๆ เลยกลายเป็นตื่นเกือบเต็มตา ก็ไม่ได้ช็อกอะไรนักหนาหรอกนะ ก็แค่ตกใจเฉยๆ เลยผงะถอยหลังไปเกือบสุดทาง ทำเอาชานยอลหัวเราะออกมานิดหน่อยให้จงอินได้ทำหน้างออีก

“เล่นอะไรเนี่ย”

“ก็เดี๋ยวเผลอหลับไปจริงๆ พี่อุ้มเราไปขึ้นรถไม่ไหวหรอกนะ” เป็นคำแก้ตัวที่งี่เง่าที่สุดเท่าที่จงอินเคยได้ยินมา ใครที่ไหนมันจะบ้ายืนหลับ ต่อให้เป็นเขาก็เถอะ

“นิสัย” จงอินว่าเข้าให้อีกทีตอนที่ชานยอลขยับเท้าเข้ามายืนชิด แล้วยกแขนข้างหนึ่งขึ้นวางกั้นเข้ากับผนังลิฟต์

“น่า…ขอจูบทีนึง วันนี้ไม่มีเวลาเจอกันสองคนเลยนะคะ” ชานยอลจุดยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นว่าจงอินทำท่าว่าจะใจอ่อน ก็รู้หรอกว่าถ้าบังคับกันจริงๆ น้องก็ไม่ได้รังเกียจอะไร แต่เขาชอบให้อีกคนสมยอมมากกว่า

“นิดเดียวนะ ลิฟต์จะถึงแล้ว”

พอได้รับคำอนุญาต ชานยอลก็ก้มลงไปจูบจงอินเบาๆ โดยมีอีกฝ่ายให้ความร่วมมือในการตอบรับแต่โดยดี ชานยอลไม่ได้ตั้งใจจะให้มันดูดดื่มอะไรมากหรอกนะ เวลามีน้อย แถมสถานที่ก็ไม่อำนวย แต่เพราะจงอินงับเข้ามาเบาๆ ที่ปากล่างของเขาในจังหวะสุดท้ายนั่นล่ะ เขาก็เลยอดไม่ได้…

จงอินสูดลมหายใจลึกและทำเสียงขลุกขลักอยู่ในคอ จะบอกว่าชานยอลไม่ได้รู้สึกตัวเอาตอนที่เสียงลิฟต์เปิดมันดัง หรือว่าตอนที่ได้ยินเสียงของหล่นหรอกนะ แต่เป็นเพราะจงอินกระชากผมที่หลังคอของเขาอย่างแรงต่างหาก เขาถึงได้รู้ตัวว่า…โดนคนเห็นซะแล้ว

โอ๊ะโอ…

“เอ่อ…ขอโทษครับ ผมแค่มาเอางาน แต่คิดอีกที เดี๋ยวผมค่อยมาทำตอนวันจันทร์ก็ได้ เอ่อ…ขอโทษที่พี่รบกวนนะ จงอิน”

คำแก้ตัวและคำขอโทษจากพนักงานร่วมแผนกที่อายุมากกว่าจงอินสองสามปี และนั่งอยู่โต๊ะข้างๆ กันเลยนั้นไม่ได้ช่วยทำให้จงอินอายหรือสติแตกน้อยลงสักนิดเดียว ต่อให้อีกฝ่ายจะรีบจ้ำหายไปในความมืดแล้วก็เถอะ แต่พอประตูลิฟต์ปิดเพราะกำลังจะเคลื่อนลงต่อไปจนถึงชั้นใต้ดินปุ๊บ จงอินก็โวยวายเสียลั่นลิฟต์

“เชี่ย!!!”

 

ชานยอลอยากจะขำก็อยาก อยากปลอบก็อยาก แต่ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดีก็เลยเอาแต่ยืนมองจงอินโวยวายและเสียสติอยู่กับผนังลิฟต์เงียบๆ ด้วยความรู้สึกบันเทิง

แหงล่ะว่าเขาน่ะไม่เดือดร้อนหร๊อก…ดีเสียอีก จะได้ควงไปไหนมาไหนให้สบายใจ เอาน่าถ้าคุณพนักงานคนเมื่อกี้ทำหน้าที่กระบอกเสียงที่ดี กระจายข่าวไปทั่วบริษัทได้ตั้งแต่วันจันทร์ เดี๋ยวเขาเซ็นอนุมัติเพิ่มโบนัสให้เลยสองเท่าเลยก็ยังได้

แหม สาบานต่อหน้ากล้องวงจรปิดในลิฟต์อีกสักทีว่าปาร์คชานยอลไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ความแตกเลยนะ ใครมันจะไปรู้ว่าจะมีเข้าบริษัทเอาตอนสี่ทุ่ม แบบนี้เขาเรียกว่าบุญพาวาสนาส่งล่ะน้า…เอ๊ะ หรือคนมันจะซวยช่วยไม่ได้กันแน่ล่ะเนี่ย ฮ่า…

*

FIN

Advertisements

2 thoughts on “[SF] The Officer (CHAN x KAI)

  1. Playplay11

    แงงงงงงงงง บอสกับลูกน้องก็น่ารักค่ะ ยิ้มแก้มจะแตก พี่ชายพูดคะกับน้องอีกแล้ว น่ารักเว่อวีว่าเลาจะไม่ทน! T^T ทุกทีจะไบแอสจงอินแรงมาก แต่เรื่องนี้รู้สึกว่าชอบคาแรคเตอร์พี่ชาน ดํเป็นผู้ใหญ่ดีจริงๆ อบอุ่นแล้วก็รักน้องจงอิน มีการบอกอยากเปิดตัวจะแย่ อยยยยย น่ารัก =///////= ฟิคสนุกมากๆค่ะ สนุกมาตลอดอยู่แล้ว ทำให้ยิ้มได้ทุกครั้งที่อ่านเลยจริงๆ ขอบคุณไรเตอร์ที่เขียนมาให้ได้อ่านกันนะคะ ดีกับใจ ดีกับชานไคชิปเปอร์มากๆ T^T จะรออ่านเรื่องต่อๆไปนะคะ

  2. lavender

    หลังจากวันนี้ เรื่องที่เป็นแฟนกับเจ้านายคงจะซุบซิบนินทากันทั่วอ่ะ 5555 ชานยอลดีใจไปเถอะ ถึงคนอื่นจะรู้กันหมด ก็ไม่ได้แปลว่าจะควงได้อย่างเปิดเผยนะ มันขึ้นอยู่กับจงอินว่าจะยอมไหม แค่นี้ก็คงเป็นเป้าสายตาแย่แล้ว กร๊าก 555 ตอนที่ชานยอลแกล้งให้จงอินหงุดหงิดแล้วมาง้อนี่มันน่ารัก ยิ่งตอนอ้อนขอจูบยิ่งน่ารัก คือสมควรแก่การใจอ่อน -..-

    ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ -/\-

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s