[SF] Daddy Kink (Chris H. x Tom Holland)

Standard

Day 20: Your Own Kink (Daddy Kink)
Pairing:
Chris Hemsworth x Tom Holland
Rate:
PG-15
Author’s Note:
เดบิวต์พระเอกฟิคคนใหม่คนที่สามของน้องทอมค่ะ…อะไรจะหญิงงามเมืองปานนี้ลูก พี่ขอโทษ Orz

 

+

 

คริสกำลังนั่งกางหนังสือพิมพ์จิบกาแฟอยู่ที่ร้านประจำ เขาไม่ได้ว่างขนาดที่จะมานั่งทอดหุยดูอะไรสวยๆ งามๆ ตอนเจ็ดโมงเช้าแบบเปล่าๆ ได้หรอกนะ เพียงแต่วันนี้เขาได้รับการไหว้วานจากเพื่อนของเขาที่ตอนนี้มีภาระชิ้นใหม่มานั่งๆ นอนๆ อยู่ในบ้านให้ช่วยมารับภาระชิ้นนี้ไปเลี้ยงที่บ้านสักหน่อย

 

ทอม ฮอลแลนด์

 

คือ ชื่อของภาระชิ้นนั้น

 

ภาระชิ้นนี้ส่งตรงมาจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เนื่องจากว่าพ่อแม่ของหมอนี่กำลังจะแยกทางกัน แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าทอมจะต้องไปอยู่กับใคร แล้วก็ดันปิดเทอมพอดี หมอนี่ก็เลยถูกเด้งข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเกาะอังกฤษ ส่งตรงมาถึงเมืองโกลด์โคสต์ ออสเตรเลียแบบงงๆ

 

ฟังดูแล้วก็น่าสงสาร แต่ชีวิตก็แบบนี้แหละ คิดซะว่าได้รู้จักโลกเร็วกว่าคนอื่นเขาก็แล้วกัน

 

เจคอบ เพื่อนของเขาที่เป็นญาติสนิทของพ่อเด็กฮอลแลนด์รับปากว่าจะช่วยดูแลทอมให้เองในช่วงนี้ เรื่องราวก็ดูปกติดีจนกระทั่งเมื่อคืนนี้ตอนตีสองมีโทรศัพท์ดังเข้ามาพร้อมกับคำขอร้องยาวเหยียดที่สรุปได้ว่า เพื่อนของเขาต้องบินไปซิดนีย์เช้านี้ และไม่สามารถกระเตงทอมไปด้วยได้ด้วยเหตุผลเรื่องงาน ก็เลยขอฝากทอมเอาไว้กับเขาสักสองสามอาทิตย์

 

จริงๆ การเลี้ยงเด็กสักคนมันก็ไม่ได้แย่นักหรอก

 

เพียงแต่เขาไม่ค่อยถูกกับพวกเด็กวัยรุ่นสักเท่าไร โดยเฉพาะเด็กที่ดูมีแนวโน้มว่าจะเป็นพวกตัวปัญหา

 

แต่เอาเถอะ…เห็นแก่มิตรภาพระหว่างเขากับเจคอบที่มีมาตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูล เขาก็จะช่วยดูแลเท่าที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งจะดูแลเด็กคนหนึ่งได้แล้วกัน เอาเป็นว่าไม่ตายและไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลแน่ๆ

 

เสียงกระดิ่งหน้าประตูทำให้คริสละสายตาจากหนังสือพิมพ์ขึ้นไปมองที่ประตู แล้วเขาก็เห็นเด็กวัยรุ่นหน้าตาเด๋อๆ ผิวขาวแบบไม่มีออร่าความเป็นออสซี่สักนิด พร้อมกับกระเป๋าเป้ใบโต … โป๊ะเชะ เจ้าเด็กนี่ คือ ทอม ฮอลแลนด์ แน่นอน

 

เด็กนั่นหันมาสบตากับเขาพอดี หมอนี่ไม่รู้จักหน้าตาเขาแม้แต่น้อย แต่ใครที่ไหนมันจะไปจ้องคนแปลกหน้าแบบไร้สาเหตุได้นานขนาดนี้ ใช้เวลาอยู่อึดใจหนึ่งในที่สุดเจ้าเด็กนั่นก็รู้ตัวว่าเขาน่าจะเป็นเพื่อนของน้าเจคอบ

 

ทอมเดินตรงมาทางเขา พร้อมกับดึงหูฟังทั้งสองข้างออก ก่อนจะกดให้เพลงหยุดเล่น เสียงเพลงที่ดังออกมาจากหูฟังทำให้คริสรู้สึกจะหงิดๆ นิดหน่อยว่าต่อจากนี้เขาคงจะมีเรื่องต้องตกลงกับเด็กนี่เยอะทีเดียว

 

“คริส…ใช่มั้ยครับ คริส เฮมส์เวิร์ธ”

 

เขาพยักหน้า แล้วผลักหนังสือพิมพ์ออกไปข้างๆ ในระหว่างที่เด็กนั่นนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม

 

“ผมทอม ฮอลแลนด์ น้าเจคอบคงบอกคุณแล้ว ระหว่างนี้รบกวนด้วยครับ”

 

หืม?

 

มารยาทดีกว่าที่คิดเยอะเลยแหะ

 

คริสอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่งตอนที่ทอมผงกศีรษะให้เขาด้วยท่าทางเจี๊ยมเจี้ยมกว่าที่เขาคิดไว้ จากประสบการณ์ส่วนตัวของเขา เด็กอายุสิบหกที่พ่อแม่กำลังจะแยกทางกัน และรับรู้สถานการณ์ทางบ้านของตัวเองมาสักพักว่ามันง่อนแง่นเต็มที แถมยังถูกดีดให้มาอยู่ซะไกลในขณะที่ปัญหามันยังคารังคาซัง ส่วนใหญ่…จะคิดว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ ไม่มีใครรัก ไม่มีใครเข้าใจ ทำให้หลายคนแสดงออกด้วยการสร้างกำแพงป้องกันตัวเองด้วยท่าทางที่ก้าวร้าว แข็งกร้าว และอวดดีเกินเด็ก

 

คริสเข้าใจที่ว่ามันเป็นกลไกในการป้องกันตัวเอง แต่มันก็เป็นคนละเรื่องกับท่าทางน่าบ้องกะโหลก

 

แต่ทอม ฮอลแลนด์ดูเรียบร้อยกว่าที่คิด เด็กนี่ม้วนสายหูฟังกลับเข้าไปในโทรศัพท์ลวกๆ เหลือบตามองเขาที่ยังไม่พูดอะไรแล้วก็หลุบตาลงมองบนโต๊ะ มองหนังสือพิมพ์ที มองแก้วกาแฟที แต่ก็ไม่พูดอะไร เอาแต่เขี่ยมือตัวเองไปมา

 

แบบนี้ก็น่าจะอยู่ด้วยกันได้

 

“กินอะไรมารึยัง”

 

ทอมเงยหน้าขึ้นมามอง สีหน้าแปลกใจนิดหน่อย เจ้าตัวเลียริมฝีปากด้วยท่าทางประหม่า แล้วสั่นศีรษะ

 

“เบ็ตตี้!”

 

คริสหันไปเรียกสาวเสิร์ฟผมแดงที่โปรยยิ้มมาให้เขาแต่ไกล ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาก็คงดี๊ด๊าน่าดู แต่เสียใจด้วย หล่อนลูกสองแล้ว

 

“ไง คริส อยากได้อะไรเพิ่ม ว้าว…หนุ่มน้อยนี่ใคร ไปไข่ทิ้งไว้ที่ไหนหรือไง หน้าตาไม่เหมือนพ่อเลย”

 

ทอมแก้มขึ้นสี ในขณะที่คริสยิงฟันใส่เบ็ตตี้ เขารู้ว่าเธอรู้ว่าทอมไม่ใช่ลูกเขา ก็แค่กวนประสาทไปอย่างนั้นเอง

 

“นี่ทอม หลานเจค”

 

“อ้าว จริงเหรอเนี่ย…มิน่าล่ะ หน้าตาน่าเอ็นดูเชียว กินอะไรดีจ๊ะ ทอม”

 

ทอมดูจะมึนๆ กับคำถามที่มาพร้อมถ้อยคำเต๊าะเด็กของเบ็ตตี้ จนเขาต้องปรามว่าเจ้าหล่อนน่ะลูกสองแล้วนะ เด็กกว่าทอมไม่กี่ปีเอง ทำเอาเบ็ตตี้ค้อนขวับ แต่สุดท้ายทอมก็อ้อมแอ้มว่าขอเป็นเซทเบอร์เกอร์เนื้อกับโค้ก

 

หลังจากปล่อยให้ทอมจัดการกับมื้อเช้าเรียบร้อย เขาก็พาทอมไปที่รถกระบะคันเก่งที่จอดอยู่หน้าร้าน บ้านของเขาอยู่ไกลจากที่นี่ไม่มากนัก เขาเปิดกิจการเป็นร้านเช่าอุปกรณ์โต้คลื่นแล้วก็อะไรเถือกๆ นั้น ช่วงนี้ลูกค้าไม่เยอะเท่าไร แต่ก็ไม่ถึงกับเงียบเหงา ร้านของเขาเปิดวันพุธถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เก้าโมงเช้าจนถึงห้าโมงเย็น ส่วนวันจันทร์กับอังคารเปิดแค่ครึ่งวัน ได้ทอมมาอยู่ด้วยก็ดี จะได้ให้หมอนี่ช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ ได้ทั้งลูกมือและเจ้าเด็กนี่จะได้ไม่ฟุ้งซ่านมากนัก

 

ปรากฎว่าทอมเป็นเด็กดีกว่าที่คิดมาก (มาก) หมอนี่ว่านอนสอนง่าย ใช้ให้ทำอะไรก็ทำ บอกอะไรก็ทำตาม ไม่เถียงสักคำ แต่ก็มีไอเดียดีๆ คอยบอกเขาตลอด (แบบต้องคาดคั้นกันนิดหนึ่ง เพราะไม่ยอมเปิดปากเองง่ายๆ) แถมยังเป็นพวกหัวไว สอนอะไรนิดหน่อยก็เป็นแล้ว แถมยังยิ้มหวานเรียกลูกค้าทั้งชายและหญิงให้ตามมาใช้บริการซ้ำสองได้อีกต่างหาก ไม่รับรวมทิปเป็นอีกเป็นร้อยที่หมอนั่นแยกใส่กล่องเอาไว้ด้วยนะ (แน่นอนว่าเขายกให้หมอนั่นทั้งหมด เพราะว่ามันเป็นทิป แต่ทอมยืนยันว่าขอรับแค่ครึ่งเดียว เพราะว่ามาอาศัยเขาอยู่…น่ารักจริงเชียว)

 

ฮ่า…เดี๋ยวนี้เขาชอบหนุ่มน้อยที่ดูเคี้ยวง่ายมากกว่าพวกกล้ามปูแบบเขาล่ะสิเนี่ย

 

ปกติบ่ายวันจันทร์กับวันอังคารถ้าไม่ได้ต้องออกไปทำธุระ เขาก็จะชอบนอนอยู่บ้านมากกว่า แต่ตั้งแต่มีทอมมาอยู่ด้วย เขาก็จะถามหมอนั่นประจำว่าอยากจะไปไหนหรือเปล่า หมอนั่นก็จะแค่ส่ายหัวแล้วบอกว่าขอยืมจักรยานที่อยู่ในโรงรถไปปั่นเล่นได้หรือเปล่า

 

แน่นอนว่าจักรยานคันนั้นมันเป็นของน้องชายของเขา เลียม…ที่ตอนนี้ทั้งเขาและเลียมตัวใหญ่ยักษ์เกินกว่าจะปั่นมันได้โดยที่หัวเข่าไม่ชนกับแฮนด์จักรยาน เขาก็เลยช่วยจัดการหยอดน้ำมันที่โซ่และสูบลมยาง ทำความสะอาดนิดหน่อย มันก็ดูเหมือนใหม่สำหรับเจ้าหนูฮอลแลนด์

 

“ขอบคุณนะครับ แด๊ดดี้

 

หืม…!?

 

คริสสำลักน้ำที่เพิ่งดื่มเข้าไปจนไอโขลก ในขณะที่เด็กหนุ่มมองภาพตรงหน้าแล้วก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าวลี ‘แด๊ดดี้’ ที่เขาพูดแหย่คนแก่ไปอย่างนั้นเองจะทำให้อีกฝ่ายสำลักรุนแรงขนาดนี้ เขาก็แค่พูดเล่นเอง

 

“ขอโทษนะครับ คริส ไม่ได้ตั้งใจอ่ะ ไม่คิดว่าคุณจะไม่ชอบ”

 

“อะ…เอ่อ เออ ไม่เป็นไร ช่างมันเหอะ”

 

คริสตอบปัดๆ พยายามไม่มีท่าทีถือสาอะไรนัก ทอมที่มองเขาแบบเก้ๆ กังๆ ว่าเขาโอเคแน่ใช่ไหมจนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลากไอ้เด็กที่ท่าทางคิดมากไปเลยมาล็อกคอขยี้หัวแรงๆ จนเจ้าตัวโวยลั่น แต่ก็มีสีหน้าดีขึ้นในที่สุด

 

“งั้น…ผมไปแล้วนะ เจอกันครับ”

 

“แล้วเจอกัน ทอม”

 

เฮ้อ…หน้าซื่อตาใสซะจนพูดไม่ออกเลยสิว่าที่สำลักเนี่ยไม่ได้ไม่ชอบ แต่มันชวนคิดลึกต่างหาก…

 

ไอ้แบบที่ช้อนตาใสๆ มองแล้วขยับปากกระจุ๋มกระจิ๋มเรียกเขาว่า ‘แด๊ดดี้’ เนี่ย

 

แม่ง…

 

ฟุ้งซ่านฉิบหายเลยว้อย!

 

ทอมจะหายไปหลังเลิกงานราวๆ ชั่วโมงหรือสองชั่วโมง ก่อนจะกลับมากินข้าวเย็นกับคริสตอนหนึ่งทุ่มตรง เจ้าตัวบอกว่าก็แค่ไปปั่นจักรยานเล่นแถวนี้ ชมเมืองไปเรื่อย เพราะตอนอยู่กับเจคอบ หมอนั่นไม่ค่อยได้พาทอมไปไหนสักเท่าไร เพราะว่างานของหมอนั่นที่ต้องขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์ทั้งวัน แทบจะแต่งงานและปฏิสนธิกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ดูแลอยู่แล้ว ทอมบอกว่าความจริงเจคอบก็ไม่ได้ห้ามให้ไปไหน แต่เพราะเขาไม่ชินกับพื้นที่และไม่มีใครพาไปบอกว่าอะไรอยู่ตรงไหน ก็เลยเลือกจะนอนอ่านหนังสือการ์ตูนไม่ก็เล่นเกมอยู่ในบ้านของเจคอบมากกว่า

 

จนกระทั่งเมื่อเย็นนี้ ตอนที่กำลังปิดร้าน เขากำลังนับเงินในลิ้นชัก ส่วนทอมก็กำลังล็อกประตูหน้า เขาก็ถามขึ้นมา

 

“นายไปนั่งเล่นที่ไหนน่ะ”

 

“ครับ?”

 

ทอมทำหน้าตาเหรอหรา คริสก็เลยย้ำคำถามอีกที โดยอธิบายเพิ่มเติมนิดหน่อย เจ้าเด็กนั่นถึงได้ทำปากเป็นรูปตัวโอ ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบในขณะที่กำลังเกาแก้มไปด้วย

 

“ท่าเรือสิบสี่ที่เลยโกดังสุดท้ายไปน่ะครับ”

 

คริสนึกภาพท่าเรือสิบสี่ที่เป็นท่าเรือร้าง ไม่ได้เปิดใช้งานแล้ว แถมยังอยู่ค่อนข้างไกลหูไกลตา ถึงจะไม่ได้มีพวกมั่วสุมอะไร แต่ก็ไม่ใช่ที่ที่เด็กอายุสิบหกควรจะไปเตร่เล่นเป็นชั่วโมงเลยแม้แต่น้อย แววตาของคริสตำหนิทอมอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ก็เขาเป็นแค่คนดูแลชั่วคราวนี่นะ ไม่ใช่พ่อ หรือว่าผู้ปกครองของเด็กนี่สักหน่อย

 

“ว่าไรไหม ถ้าฉันอยากไปด้วย”

 

ทอมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะสั่นศีรษะตามที่คริสคาดเอาไว้ ใจจริงก็คงไม่อยากให้เขาเข้าไปรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวเท่าไร (แม้ว่ามันจะเป็นพื้นที่สาธารณะก็เถอะ) แต่ทอมก็ดูเป็นเด็กประเภทที่ไม่กล้าจะเอ่ยขัดหรือคัดค้านอะไรผู้ใหญ่หรือคนที่อายุมากกว่าอยู่แล้ว

 

หลังจากปิดร้านเรียบร้อย จักรยานของทอม (หรือของเลียม) ถูกทิ้งเอาไว้ในโรงรถ ส่วนทอมก็ย้ายตัวเองขึ้นมานั่งตรงที่นั่งข้างคนขับ คริสแวะซื้อเบอร์เกอร์สามชุด แน่นอนว่าของทอมหนึ่งชุดและของตัวเขาเองอีกสอง ทอมบอกว่าปกติจะปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ ไม่รีบเท่าไร สิบห้านาทีไม่ก็ครึ่งชั่วโมงโน่นกว่าจะถึงท่าเรือสิบสี่

 

ท่าเรือสิบสี่ในความทรงจำของคริสเป็นท่าเรือเล็กๆ ของเอกชนที่ใช้สำหรับขนอาหารทะเลสดขึ้นฝั่ง แต่หลังจากประสบปัญหาทางการเงินเหมือนกับเจ้าของท่าเรืออื่นก็ปิดตัวลงไป ขายที่คืนให้กับรัฐบาลดูแลต่อ แต่รัฐก็ยังไม่มีแพลนว่าจะใช้มันทำอะไรเร็วๆ นี้ มันก็เลยกลายเป็นท่าเรือร้างมานับตั้งแต่นั้น สมัยเด็กๆ เขาก็ชอบมานั่งเล่นแถวนี้อยู่เหมือนกัน เหตุผลก็คล้ายๆ กับของทอม

 

“มันเงียบดีครับ…ไม่มีคน ไม่มีใคร มีแค่ผมกับท้องฟ้า แล้วก็ทะเล”

 

คริสชอบความเงียบของมันเพราะเขาอยากจะทำอะไรบ้าๆ บอๆ แค่ไหนก็ได้ ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น แต่กับทอมอาจจะต่างออกไป

 

“ไม่เหงาหรือไง”

 

“ไม่รู้สิครับ เหงามั้ง แต่ผมอาจจะอยู่คนเดียวจนชินแล้วก็ได้”

 

เสียงของทอมเศร้าสร้อยเกินกว่าที่เด็กอายุสิบหกคนหนึ่งจะพึงมี แต่เอาเถอะ คริสพอจะเข้าใจทอมได้หรอก เจคอบไม่ค่อยอยากเล่าอะไรเกี่ยวกับทอมมากนัก แต่ก็เคยเปรยกับเขาเอาไว้หลังจากที่หมอนั่นเพิ่งบินไปถึงซิดนีย์

 

‘พี่ชายฉันกับเมียไม่ได้ตั้งใจอยากจะมีเด็กคนนั้น ท้องก่อนแต่งไปสองรอบ ทำแท้งทั้งสองรอบ แต่พอรอบที่สามเมียของพี่ฉันเขาไม่อยากทำแท้งแล้ว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทอมไปรู้เรื่องนี้มาได้ยังไง แต่หลังจากที่รู้เด็กนั่นก็…คิดมาตลอดว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการของใครเลย แล้วยิ่งมาเจอเรื่องแบบนี้อีก’

 

เขาเดาเอาเองว่ามันเป็นสาเหตุที่ทอมไม่ขัดใจใครเลย คงกลัวที่จะถูกตอกย้ำล่ะมั้ง กลัวว่าถ้าดื้อจะไม่เป็นที่ต้องการ กลัวว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่งจะโดนไล่ อะไรแบบนั้น

 

คริสยื่นถุงเบอร์เกอร์ให้ทอมที่นั่งเอาคางเกยเข่ามองพระอาทิตย์ดวงโตที่เส้นขอบฟ้า อยากจะปลอบใจหรอกนะ แต่เขาทำเป็นที่ไหนเล่า ก็เลยยกหอมทอดให้เด็กนั่นเป็นการปลอบใจแทน เสียใจด้วยนะ ผู้ชายออสซี่เขาไม่พกผ้าเช็ดหน้าให้ใครยืมซับน้ำตาหรอก

 

“ครับ?”

 

“กินซะสิ…เขาว่าหัวหอมมีสารเคมีทำให้ไม่เศร้า”

 

ทอมหัวเราะ แล้วบอกว่าเขาพูดอะไรไร้สาระ จะไม่ถือความหรอกนะ เห็นแก่ว่าเด็กมันมีเรื่องเศร้าในชีวิตมากพอแล้ว

 

หลังจากนั้น…ไม่รู้ว่าทำไม แต่ทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์เขาจะปิดร้านเร็วครึ่งชั่วโมง เพื่อเอาเวลาไปนั่งเล่นแล้วก็คุยสัพเพเหระกับทอมได้มากขึ้นอีกนิด ส่วนวันจันทร์เขาก็จะออกไปทำธุระโดยที่กระเตงทอมไปด้วย แล้วก็พาไปเปิดหูเปิดตาดูนั่นนี่ไปเรื่อย ทั้งห้าง มหาวิทยาลัย สวนสาธารณะ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ อะไรก็ตามเท่าที่เขาจะนึกออก เพื่อให้เด็กนั่นมีรอยยิ้มประดับอยู่บนหน้า

 

และวันอังคารเขาก็จะนอนผึ่งตัวเองอยู่ที่บ้าน เพราะว่าปิดร้านทั้งวันไปจนกว่าทอมจะกลับไปอยู่กับเจคอบ หรืออย่างมากก็กลับอังกฤษ

 

“คริสครับ เตามันเปิดไม่ติด”

 

ทอมโผล่หน้ามาจากในครัว หลังจากที่เจ้าตัวอาสาว่าจะทำฟิชแอนด์ชิป อาหารขึ้นชื่อเพียงอย่างเดียวที่คริสรู้จักและทอมทำเป็นให้เขากิน

 

คริสดีดตัวขึ้นมาจากโซฟากลางห้องนั่งเล่น ปล่อยให้ฟาสท์แอนด์ฟิวเรียสภาคสามดริฟท์กันไปก่อน

 

พอโผล่หน้าเข้าไปในครัวก็เห็นทอมกำลังยืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะทำยังไงดี สภาพครัวดูสะอาดเรียบร้อยดี เชื่อถือได้ว่าเด็กนั่นคงทำกับข้าวเป็นบ้างจริงๆ เพราะปลาที่ซื้อมาจากตลาดถูกคลุกกับแป้งและเกล็ดขนมปังรออยู่แล้ว รวมถึงมันฝรั่งที่เตรียมเอาไว้รอทอด จะเหลือก็แต่พระเอกของงานอย่างเตาแก๊สนี่ล่ะ

 

คริสรู้ว่าหัวเตาที่บ้านมันไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ก็เลยใช้เวทมนตร์นิดๆ หน่อยๆ ขยับนั่น เขย่านี่สองสามที บู้ม…ไฟมา ทำกับข้าวได้

 

“ทาด๊า…”

 

ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะทำท่าทางปัญญาอ่อนไปทำไม แต่พอเห็นทอมช็อกก่อนจะหัวเราะออกมามันก็น่ารักดี

 

“ขอบคุณครับ แด๊ อ่า คริส ขอบคุณครับ คริส”

 

คริสเลิกคิ้ว เมื่อกี้นี้เด็กนี่จะเรียกเขาว่า ‘แด๊ดดี้’ อีกแล้วใช่ไหมน่ะ? นี่ไม่ใช่ครั้งที่สอง แต่ก่อนหน้านี้ทอมมักจะเผลอเรียกเขาว่าแด๊ดดี้ประจำ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน เจคอบก็ไม่เคยบอกเขาเรื่องนี้สักหน่อย จิตด้านดีก็รู้อยู่หรอกว่าเด็กมันมีปมนิดหน่อย แต่จิตอกุศลมันก็พาลคิดไปเองจนเผลอหลุดปากออกมา

 

“ชอบเรียกฉันว่าแด๊ดดี้จังนะ ฉันดูเหมือนพ่อนายหรือไง”

 

คริสยิ้ม ตั้งใจจะแซว แต่เหมือนว่าดันไปสะกิดอะไรในใจของทอมเข้าให้ เจ้าตัวหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง จนคริสต้องรีบพูดแทรกขึ้นมา เพราะกลัวว่าเด็กมันจะคิดมาก

 

“เฮ้ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น…มันแบบ เอ่อ.. Dirty Joke น่ะ”

 

ทอมขมวดคิ้ว สีหน้าไม่เข้าใจอย่างชัดเจนจนคริสเผลอตบหน้าผากตัวเองดังป้าบ

 

เวรแท้! ลืมไปว่าทอมยังเด็ก…ใครจะไปรู้วะ เห็นเด็กอายุสิบหกสิบหกสมัยนี้พูดจาลามกได้ไม่เกรงใจฟ้าดิน จะไปรู้ได้ยังไงว่ายังมีเด็กเซ่อๆ หน้าตาใสซื่อไปถึงจิตวิญญาณขนาดนี้เล่า

 

“ผมไม่เข้าใจ”

 

อย่าเข้าใจเล้ยยยยยยยยยยยยยย

 

ทอมยังคงทำหน้างุนงง แต่พอเห็นว่าคริสรูดซิปปากสนิทก็ไม่เซ้าซี้ต่ออย่างที่คาดไว้นั่นล่ะ แต่คำขอโทษและสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไร ทำให้คริสเองนี่แหละที่รู้สึกผิดเป็นสองเท่า ที่ดันปากพล่อย แถมทำให้เด็กมันคิดมาก มีเรื่องคาใจไปอีก

 

…โว้ย!

 

ก่อนที่ทอมจะทันได้เทน้ำมันลงในกระทะทอดปลา เขาก็คว้าเอาขวดน้ำมันแล้วก็ตัวทอมเอาไว้ได้ก่อน เด็กนี่ดูตกใจพอสมควรที่ถูกจับพลิกให้หลังติดกับเคาน์เตอร์แล้วถูกเขากางแขนคร่อมเอาไว้

 

“โลกนี้มันมีกลุ่มคนที่มีรสนิยมเฉพาะตัวอยู่หลายแบบ นายอาจจะเคยได้ยินหรือไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ได้ มันค่อนข้างจะซับซ้อน แต่ฉันจะสรุปแบบโคตรสั้นว่ามันมีคนประเภทหนึ่งที่นิยมแทนคนรักหรือไม่ก็…คู่ขาของตัวเองว่า แด๊ดดี้ แล้วก็แทนตัวเองว่า เบบี้เกิร์ล…พ่อ-ลูก อะไรแบบนี้”

 

“ฟังดู…ผิดศีลธรรม แต่ก็น่าสนใจดีนะ นายว่าไหม ทอม?”

 

คริสไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ทอมตัวสั่น แค่อยากจะดูปฏิกิริยาทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าเด็กมันซื่อ แต่เขาก็ทำไปแล้ว และเขาจะรีบแก้ตัว

 

“…แต่ฉันรู้ว่านายไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันก็แค่มุขน่ะ ฉันไม่ดีเอง โอเค๊?”

 

คริสยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ปล่อยให้ทอมเป็นอิสระแต่โดยดี และพยายามปั้นยิ้มอ่อนโยนและไร้พิษภัยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หวังว่าเมื่อกี้จะไม่แหย่แรงเกินไปนะ

 

“คริส…”

 

“หื—”

 

โอ้…แบบนี้ไม่ดีแล้ว

 

“แล้วถ้าผมอยากเรียกคุณแบบนั้นล่ะครับ…จะได้หรือเปล่า”

 

อา…เขาเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าไอ้การช้อนตามองด้วยแววตาสั่นระริกพร้อมกับกัดริมฝีปากไปด้วยนี่มันสุดจะทนจริงๆ

 

เขาหลับตานับหนึ่งถึงสิบในใจ

 

พยายามท่องเอาไว้ว่าหลานเพื่อน

 

พยายามท่องเอาไว้ว่าเด็กนี่เป็นผู้ชาย

 

พยายามท่องเอาไว้ว่าเด็กนี่แค่สิบหก

 

พยายามท่องว่ามึงไม่อยากเข้าคุกข้อหาล่วงละเมิดเยาวชนอายุต่ำกว่าสิบแปดปีหรอกใช่ไหมวะ

 

แต่ทั้งหมดแม่งไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะไอ้หลานชายที่อายุสิบหกของเพื่อนสนิทของเขาได้ทำใจกล้าเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบเขาที่ตัวสูงกว่าร่วมยี่สิบเซนต์ ไม่ต้องบอกใช่ไหมล่ะว่ามันเกือบๆ จะทุลักทุเล เพราะว่ามันพลาดโดนแค่แถวๆ คางของเท่านั้น พอคริสลืมตาขึ้นมามอง เจ้าเด็กนี่ก็แก้มแดงแจ๋ แต่ยังทำใจกล้าสบตาสู้กับเขา แต่ตัวนี่สั่นไปหมดแล้ว เห็นแล้วก็อยากจะเอ็นดูแรงๆ แต่เอาเหอะ อายุแค่สิบหก…เอาแบบเบาะๆ ก็พอละกัน

 

เด็กอายุสิบหกมันนุ่มนิ่มไปทั้งตัว ทั้งปาก ทั้งแก้ม จะจูบลงตรงไหนก็ดูใสซื่อไปเสียหมด อย่าบอกนะว่านี่จูบแรก ให้ตายเถอะ…

 

แล้วพอเขารู้สึกว่ามันชักจะเลยเถิดไปไกลกว่าที่ควร เจ้าเด็กนี่ก็ดันยกแขนขึ้นคล้องคอเขาเสียนี่ เดือดร้อนให้เขาต้องรีบเอื้อมมือไปปิดเตาแก๊สที่เปิดทิ้งไว้ ก่อนจะออกแรงยกให้ทอมขึ้นไปนั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ รีบแทรกตัวเข้าไปตรงหว่างขาของเด็กหนุ่มชาวอังกฤษก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ทันตั้งตัวเสียอีก แต่เชื่อเถอะว่าต่อให้เขาขยับตัวช้ากว่านี้ ทอมก็ยังคงเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติจูบหอมหวานที่เขาเป็นฝ่ายป้อนให้มากกว่าจะสนใจอะไรอื่นอยู่ดี

 

ทอมสะดุ้งจนตัวโยนเมื่อเขาเผลอตัวไปแตะโดนเข้ากับยอดอกที่แข็งเป็นไต เพราะถูกฟอนเฟ้นตามเนื้อตัวมากเกินกว่าประสบการณ์ครั้งไหนๆ ที่เคยมี  หรืออาจจะไม่เคยมีด้วยซ้ำ ดวงตาสีน้ำตาฉ่ำวาวสั่นไหวในตอนที่เขาผละออกมา พวกเขาทั้งคู่หอบหายใจและค้างเติ่งอยู่ในท่านั้นทั้งคู่ ต่างคนต่างไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี

 

แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากหรือว่าทำอะไร ทอมก็โผเข้ามากอดเข้าแบบไม่ทันให้ได้ตั้งตัว แน่นอนว่าตัวเล็กนิดเดียวแบบทอมไม่ได้ทำให้หมียักษ์ออสเตรเลียอย่างเขาสะทกสะท้านแม้แต่น้อย แต่เล่นโถมเข้ามากอดเขาเอาไว้ทั้งตัวแล้วกระซิบเบาๆ ด้วยเสียงเศร้าๆ ปนออดอ้อนแบบนี้มันก็นะ…

 

ได้โปรด…อย่าเพิ่งพูดอะไรครับ”

 

เลิกทำเสียงละห้อยซะทีเถอะน่า…ยังไม่ทันจะได้ว่าอะไรเลย คิดไปเองก่อนอีกแล้ว อยากจะรู้จริงๆ แล้วสิว่าเด็กนี่โตขึ้นมาแบบไหน มันน่าบีบคอทั้งผัวทั้งเมียจริงๆ ลูกน่ารักขนาดนี้ ทำไมไม่ให้ความรักกันเลยวะ

 

“รู้เหรอว่าฉันจะพูดอะไร”

 

ทอมสั่นศีรษะเบาๆ ก่อนจะกอดเขาแรงขึ้นอย่างกับลูกหมีโคอาล่าอย่างนั้นแหละ

 

“แล้วคิดไปเองทำไม”

 

อยากจะดุอยู่เหมือนกัน แต่พอเห็นท่าทางหงอยๆ แล้วก็อดไม่ได้ที่กอดปลอบแรงๆ พลางกระซิบกลับไปเบาๆ

 

“ฉันก็แค่จะบอกว่ารีบๆ อายุสิบแปดซะ ถ้าตอนนั้นนายยังไม่เปลี่ยนใจ เราค่อยว่ากัน…มากกว่านี้”

 

แค่นั้นแหละ ไอ้หนูก็ทำตาโต ยิ้มหวานฉ่ำไปถึงดวงตา เสียงกระซิบที่ข้างหูทำเอาเขาอยากจะลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยวให้อยู่มันที่นี่แหละ ยังไม่สิบแปดก็ช่างมันสิวะ ไม่คืนแม่งละทั้งไอ้เพื่อน ไอ้พ่อแม่อะไรมันเนี่ย เกี่ยงกันดีนักก็ส่งมา เขาเลี้ยงเอง

 

“ผมจะรีบโตไวๆ ครับ แด๊ดดี้

 

+

 

ยาวมาก…

ตอนแรกไม่คิดว่าจะยาวแบบนี้เลย 555 ดันปูเรื่องเลยต้องค่อยๆ เก็บ ไม่กล้ารวบรัดตัดความ

อันที่จริงกลุ้มใจมากกับตอนนี้…คือ จะเขียนให้น้องแรดก็แบบ น้องมันดูเด๋อๆ ไม่ได้ดูขี้อ่อยอะไร แต่จะให้เขียนแบบผิดศีลธรรมไปเลยก็ใจไม่ถึงค่ะ ยอมรับ ฮือ Orz เลยออกมาแบบนี้

แถมปูเรื่อง ผูกปมเอาไว้อีก ไม่ควรเล้ย ดราม่า สลับ ตลกนี่มันใช่ไหมเนี่ย เลยไม่รู้ว่ามันออกมาโอเคสำหรับทุกคนไหม เพราะอันที่จริงไม่ถนัดทั้งฟิคตลกและฟิคดราม่าเลยค่ะ 5555 แล้วก็ออกแนวรวบรัดตัดความนิดหนึ่ง เพราะไม่อย่างนั้นมันจะลากยาวกลายเป็นฟิคยาวที่ยาวเกินไปแน่ๆ เอาให้มันอยู่ในช่วงหวานชื่นก็พอ เขายังไม่ได้รักกัน แต่ตอนนี้ปิ๊งกันแน่นอลลล

ถ้ายังไงติชมแนะนำกันได้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ ❤

Advertisements

13 thoughts on “[SF] Daddy Kink (Chris H. x Tom Holland)

  1. โอ้ยมีความพรากผู้เยาว์ มีความคุก คุก คุก คู่นี้มัน ฟงสกสไยๆวแากนไสเงพวพจสฟาตไสไมอีีเาะฝๆขจไใดงฃ แอร้กกกกกกกก ถ้าทอมโตแล้วจะทำอะไรกันอ่ะ อิ้อิ้ -.,-

  2. แงงงงงง ชอบค่ะะะ ดูมีความรอมคอมน่ารักกสไตล์เด็กสิบหก ชอบคาแรกกับปมน้องทอมมากค่ะะ น้องดูน่าเอ็นดูมากเลยค่ะ ฮื้อออ ตัวเล็กๆขี้เกรงใจ แถมท่ามองช้อนขึ้นมากลัวถูกดุมันแบบบ ฮือออ พี่คริสทนได้ยังไงคะ 55555 น้องทอมสิบแปดเร็วเร็วววสงสารแด๊ดดี้คริส

    • ตอนแรกแอบคิดอยากซอยเป็นสามตอน อธิบายปมน้องให้เคลียร์…แต่ไม่หางานให้ตัวเองดีกว่าค่ะ รวบรัดตัดความให้หมีเตรียมตัวไปสู่ขอเด็กมาจากอังกฤษดีกว่าค่ะ กร๊ากกกก

  3. แต่งได้น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกก โอ้ยยยยยยย กุมหัวใจแล้วนอนชักดิ้นชักงอ ฮื้ออออออออ ไม่ไหวแล้ววว ชอบพี่หมีเป็นทุนเดิมมาเจอน้องทอมอีก นึกภาพออกเป็นฉากๆเลย ขนาดตัวด้วยสำคัญมากกก โง้ยยยย #ล่าก่อยยย

    • ขนาดตัวเป็นพอยท์ทำสำคัญของคู่นี้จริงๆ ค่ะ
      ทำอะไรก็เลยดูน่ารักไปหมด 555

      • ค้อนโยเนียร์ยังหนักกว่าน้องทอมอีกกกก ฮื้ออ น่ารักมากจริงๆค่ะ
        ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่านนะคะ ><

  4. คำแรกที่ผุดขึ้นมาคือ มายก้อดดดดด อิหมีจะกินเด็กค่ะ โอ๊ยยยย แต่เด็กมันน่ารักร่าหยิกน่าทัช—ขนาดนี้ อายุ16นี่รู้เลยค่ะว่าใสซื่อมากแค่ไหน โฮรววววว อ่านไปหน้าร้อนไป ตอนที่น้องไม่รู้ความหมายของโจ๊คนี่คือแบบ ฉากขุ่นคริสสอนอะไรแปลกๆให้น้องหลังจากนี้แล้วน้องเอาไปพูดตามอย่างไม่คิดอะไรผุดเข้ามาในหัวเลยค่ะ555555 แต่ตั้ลล้าคคคค ใสจริงแต่ก็แอบคิดไม่ซื่อกับหมีป่าคอนกรีตแดนออสซี่นะคะ ถถถถ ยิ่งน่ารักและเปราะบางขนาดนี้ คริสคะ รักษายิ่งชีพค่ะ และอย่าเผลอทำอะไรก่อนทอมจะ18ด้วยนะคะ😂

  5. ชอบจังค่ะ/กัดเล็บ/ รู้สึกผิดกับเรือตัวเองมาก แต่ชอบแด๊ดดี้คิ้ง ชอบบ ชอบบบบ/กรี๊ดอัดหมอน น้องทอมไม่ควรรอด ควรโดนกลืนกินให้หมดไปจากโลก เพราะน่ารักเกินบรรยายมากกกกกกก ขี้อ่อย พอโดนแด๊ดดี้เขมือบจริงๆจะไม่เหลือแรงอ่อย เดี๋ยวเถอะะะะะ ชอบภาษามาก ขอบคุณที่แต่งฟิคมาให้อ่านนะคะ เย้ เรือนี้เราก็ชอบ/สะอื้น ฮืออออ//////:

    • เรือผีลำน้อย…อย่างน้อยเค้าก็เล่นหนังด้วยกันตั้งเรื่องนึงแน่ะค่ะ 5555 เสียดายธอรืไม่มีบทในซีวิลวอร์ /สะอื้น
      แด๊ดดี้คิ้งปกติจะเจอแต่แด๊ดดี้ใจร้าย แต่นังหมีเหมาะกับแด๊ดดี้ลองเลควอร์มฮัคแบบนี้มากกว่า เลยออกมาเป็นเช่นนี้แล…<3
      ดีใจที่ชอบค่า <3333333

  6. Pluto

    โอ้ยงานดีจังค่ะ อ่านแล้วทอมดูน่ารัก สงสารคริส ทนๆเอาหน่อยนะคะสองปีเองงงง 555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s