[SF] Love At First Sight | Wade x Peter

Standard

Title: Love At First Sight
Author: Nina*
Pairing: Wade Wilson x Peter Parker
BGM: เวลาเธอยิ้ม – Polycat
Note: ไม่เคยฟังเพลงนี้มาก่อน เพิ่งได้มาฟังเอาตอนได้โจทย์นี่ล่ะค่ะเพราะงั้นอาจจะไม่ตรงตามเนื้อหาร้อยเปอร์เซนต์นะคะ เป็นฟีลลิ่งรวมๆ มากกว่า แล้วก็…ไม่เชิงเป็น Spideypoolนะคะ เป็น AU Wade x Peter มากกว่าค่ะ

 

No Spiderman, No Deadpool, Just ordinary Wade Wilson and Peter Parker

 

+

 

รักแรกพบเป็นเรื่องที่งี่เง่าที่สุดในโลกเท่าที่เวดวิลสันเคยได้ยินมา ไอ้เรื่องพรรค์นั้นมันจะไปเป็นความรักไปได้ยังไงกัน ก็แค่ความหลง ความต้องการที่เกิดขึ้นเพราะหน้าตาและรูปร่างของอีกฝ่ายทั้งนั้นแหละ

 

อย่าเข้าใจผิดว่าเขาเป็นพวกด้านชากับความรัก ไร้อารมณ์โรแมนติก แล้วก็ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยนะ เพราะเข้าใจผิดแล้ว เวดรู้จักความรัก…ก็ดีพอสมควร สมหวัง ผิดหวังก็เจอมาหมดแล้ว แต่ไอ้ประเภทรักแรกพบนี่บอกตรงๆ ว่าฟังกี่ครั้งก็อยากหัวร่อให้ฟันหัก เพราะเขาไม่เชื่อไงว่าคนเราจะรักกันแค่ในเสี้ยววินาทีเดียวที่ได้เจอหน้ากัน

 

แต่ก็นั่นล่ะ…ขึ้นต้นมาอย่างนี้ มันก็ต้องมีรายการกลืนน้ำลายกันบ้างแหละน่า

 

ใช่แล้ว…ของอย่างนี้ ไม่เจอกับตัวไม่เชื่อหรอกว่ามีอยู่จริง

 

เวดตกหลุมรักเข้าเต็มเปา

 

แถมเป็นรักแรกพบเสียด้วยสิ

 

ให้ตาย…

 

น้ำลายบนพื้นมีเท่าไรโกยขึ้นมาแดกเดี๋ยวนี้เลย

 

ไม่รู้ว่าต้องโตท่ามกลางหมู่ดอกไม้มากมายขนาดไหน

เธอจึงได้ครอบครองรอยยิ้มที่สวยงามขนาดนี้

ทำให้รักใครไม่ได้อีกเลย

 

ปีเตอร์ปาร์คเกอร์

 

คือชื่อของคนที่ทำให้เวดต้องกลืนน้ำลายตัวเอง กลืนแรงมากด้วย…เพราะนอกจากจะทำให้เวดตกหลุมรักแค่เพียงเพราะได้เห็นหน้าเป็นครั้งแรกแล้ว ปีเตอร์ปาร์คเกอร์ อ่านชื่ออีกทีนะ ปี-เ-ต-อ-ร์ป-า-ร์-ค-เ-ก-อ-ร์ผู้ชาย…ผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ไม่มีท่าทางอ้อนแอ้น ตุ้งติ้ง หรืออะไรแม้แต่นิดเดียว โอเค ตรงนั้นช่างมันเถอะ แต่ขอย้อนกลับไปเมื่อสักสองสามเดือนก่อนที่มีเหตุให้เวดต้องเข้าไปในร้านดอกไม้ อา…ใช่ ร้านขายของประเภทที่เวดไม่คิดว่าจะต้องเข้าไปเหยียบ แต่เพราะว่าแม่หนูน้อยอิสซาเบลล่า หลานกสาวคนโปรดของเขา ลูกของอดีตแฟนเก่าสุดแซ่บของเขาเองเกิดป่วยขึ้นมา ก็ช่วยไม่ได้ที่คุณลุงคนโปรดอย่างเขาจะต้องไปทำหน้าที่ลุงที่ดีด้วยการโผล่หน้าไปเยี่ยมเธอสักหน่อย

 

แล้วจะให้ไปมือเปล่าก็กระไร แต่เขาก็ไม่ใช่พวกเลือกของเก่งหรือว่าเอาใจอะไรใครเป็นซะด้วยสิ เพราะไม่อยากจะเสียเงินไปเปล่าๆ แบบที่คนรับไม่ชอบ ก็เลยโทรไปหาแม่หนูนั่นซะเลย (แน่นอนว่าโทรเข้าโทรศัพท์แม่ของเบลล่า) ว่าอยากจะได้ของเยี่ยมเป็นอะไร

 

ดอกไม้คือคำตอบ…

 

เป็นเหตุให้เวดต้องเข้าไปซื้อดอกไม้ด้วยหน้าตาโง่เง่าที่สุดเท่าที่ผู้ชายอายุสามสิบเกือบสี่สิบจะทำได้

 

และนั่นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตเลย

 

ไม่รู้ว่าเวดยิ้มโง่ออกไปแค่ไหน หรืออาจจะเป็นที่หน้าตาเด๋อๆ ที่ทำออกไป เจ้าของร้านที่ส่งเสียงต้อนรับเขาถึงได้เปลี่ยนจากยิ้มกว้างยินดีต้อนรับลูกค้าเป็นเสียงหัวเราะสดใส…ที่เปลี่ยนโลกของเวดไปทั้งใบ

 

“ให้ผมช่วยอะไรไหมครับ”

 

หลังจากยืนโง่เพราะตะลึงกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เหมือนกับไม่เคยได้ยินอะไรเพราะอย่างนี้มาก่อนในชีวิตอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเวดก็สามารถพูดอะไรกลับไปได้เสียที

 

“อ่า…ผมอยากได้ดอกไม้ไปเยี่ยมหลานสาว เอ่อ…ลูกของเพื่อนน่ะครับ เธอป่วย แต่ผมไม่รู้จะซื้ออะไรดี”

 

ทำไมต้องลิ้นพันกันด้วยวะ

 

เวดตอบคำถามตะกุกตะกักชนิดอยากจะตบหน้าผากว่าทำไมไม่กดจุดเซฟแล้วพูดใหม่วะ แล้วจะแก้ตัวทำไมด้วยว่าเป็นลูกของเพื่อน จะลูกเพื่อนหรือลูกตัวเองก็ไม่มีใครเดือดร้อนกับเอ็งทั้งนั้นแหละ

 

ก็…ไม่อยากให้คิดว่าเขามีลูกแล้ว โสดน่ะโสด ไม่ได้ถาม แต่อยากบอก

 

เวดพยายามรักษาสีหน้าไม่ให้เด๋อไปกว่านี้ เผื่อว่าอีกฝ่ายจะขำใส่อีกที ซึ่ง…อีกฝ่ายไม่ได้ขำซ้ำ แค่ยิ้มกลับมา (อีกแล้ว) แล้วก็ยิงคำถามต่อ

 

“เธออายุประมาณกี่ขวบครับ?”

 

“เอ่อ…หก หรือเจ็ด ผมไม่ค่อยแน่ใจ เด็กประถมน่ะครับ”

 

ยอดเยี่ยม…หลานอายุเท่าไรยังไม่รู้ คะแนนความประทับใจด้านความใส่ใจติดลบตัวแดงทั้งกระดาน

 

“ถ้าอย่างนั้น…”

 

เจ้าตัวหายกลับเข้าไปในดงดอกไม้ใบหญ้าสารพัด ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับดอกไม้ดอกยักษ์สีเหลืองสว่างสดใสเหมือนรอยยิ้มของเจ้าตัวที่ส่งมาให้เขา (เป็นรอบที่สาม) เป๊ะ…

 

โอย…มันดีกับใจแท้

 

“คุณคงไม่ว่าอะไรถ้าผมจะแนะนำดอกทานตะวันสีเหลืองดอกใหญ่ สีเหลืองจะทำให้เธอรู้สึกดีและสดใสมากขึ้น แล้วมันก็อยู่ได้ค่อนข้างนานด้วย ถ้าคุณไม่ว่างไปเยี่ยมเธอบ่อยๆ”

 

“ได้…ได้ครับ”

 

ดูประกายในดวงตาคู่นั้นสิ

 

เวดรู้สึกเหมือนตัวเองละเมอตอบ

 

อา…ตอนแรกก็ว่าจะไปเยี่ยมแค่วันเดียวน่ะนะ แต่เห็นทีคงต้องไปเยี่ยมจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล

 

เจ้าตัวส่งยิ้มมาให้เขาอีกแล้ว (แจกยิ้มเรี่ยราดเป็นโปรยทานงานบวชแบบนี้แม่ไม่ว่าเหรอ) แล้วก็หายเข้าไปหลังดงดอกไม้อีกหน เวดแอบถือวิสาสะเดินตามไปใกล้ๆ แล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู เจ้าตัวไม่ได้ทำอะไรกับดอกทานตะวันดอกยักษ์นั้นมากเท่าไร ก็แค่แต่งกิ่งนิดหน่อยให้ขนาดเหมาะกับการเอาไปเยี่ยมคนป่วยที่โรงพยาบาล ดึงริบบิ้นสีขาวเหลือบมุกออกมาจากแกน ดึงๆ ม้วนๆ อยู่พริบตาเดียว นอกจากได้ดอกทานตะวันโคตรเด่นมาแล้ว ยังได้โบว์ปลายม้วนเป็นเกลียวตรงก้านมาเพิ่มอีกด้วย

 

เวดส่งเงินค่าดอกไม้ให้อีกฝ่ายพร้อมกับรับดอกไม้ที่สั่งมา ราคามันไม่แพงสักนิดเมื่อเทียบกับของ (แถม) ที่ได้มา

 

“ขอบคุณมากนะครับ ขอให้เธอหายไวๆ”

 

ยิ้มที่ห้าของวัน…

 

วินาทีที่เธอเจอกับฉัน

มันทำๆ ให้ความเดียวดายสลาย

เพราะได้เจออะไรที่คู่ควร

 

หลังจากนั้น…เวดก็เทียวไปเทียวมาที่ร้านนั้นทุกวัน จนกระทั่งอีกฝ่ายจับได้ว่ามันมีอะไรแปลกๆ ก็คนอะไรจะแวะมาซื้อดอกไม้ได้ทุกวัน ถ้าไม่ได้เอาไปไว้หน้าหลุมศพใคร เช้าวันอังคารที่ยี่สิบสองหลังจากนั้นเขาโผล่หน้าไปซื้อดอกไม้ที่ร้านของปีเตอร์เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน ในที่สุดปีเตอร์ก็เอ่ยปากถามจนได้

 

“คุณ…ไม่ได้ซื้อดอกไม้ไปเยี่ยมหลานแล้วใช่ไหมครับ?”

 

“แล้วคุณก็…ไม่ได้ซื้อดอกไม้ไปให้สาวที่ไหนด้วย”

 

“…คุณตั้งใจมาเจอผมใช่ไหม?”

 

“ผมปีเตอร์ปาร์คเกอร์ ถ้าไม่เป็นการคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป…คุณจะชวนผมไปดื่มกาแฟวันอาทิตย์ก็ได้นะ ร้านผมปิดตอนบ่ายสองโมง”

 

ให้มันได้อย่างนี้สิ

 

ยิ้มหวานฉ่ำของปีเตอร์ (เพิ่งรู้ชื่อหลังจากเจอกันทุกวันมาเป็นเวลาเกือบเดือน) ที่ทำให้เขาตกหลุมรักโครมเบ้อเร่อ เป็นรอยยิ้มเดียวกับที่ทำให้เวดหน้าคะมำด้วยความอายที่ถูกจับได้ว่าทำตัวเป็นโรคจิตปอดแหกเสียนี่

 

เวดพยายามหุบยิ้มสะเหล่อๆ ที่ส่งกลับไปให้ปีเตอร์หัวเราะคิกคัก (เดาเอาว่าเพราะอีกฝ่ายเอ็นดูเขาแน่)

 

เกิดมาเกือบสี่สิบปี ไม่เคยโดนใครจีบมาก่อน มีแต่ดับเครื่องชนจีบเขาหน้าด้านๆ แล้วดู…มีอย่างที่ไหน ปล่อยให้เด็กอายุยี่สิบกว่ามาบอกเป็นนัยๆ ว่า เฮ้ ตาลุง คิดว่าคนอื่นเขาโง่มากหรือไง ชอบก็จีบสักที อย่ามาทำลีลายึกยักน่ารำคาญ

 

เออ ได้! ก็ทอดสะพานให้ขนาดนี้แล้ว อย่าว่าแต่กาแฟเลย อาหารในภัตตาคารป๋าก็เปย์ให้!

 

ฉันขอบคุณและให้คำสัญญาว่าจะรักษาไว้

ฉันไม่ต้องการใครอีก

 

เดทแรก…ของเขากับปีเตอร์เกิดขึ้นที่ร้านกาแฟแถวร้านของปีเตอร์นั่นล่ะ ไม่ไกลเท่าไร กาแฟอร่อยใช้ได้ บรรยากาศดี ที่สำคัญพีทน่ารักสุดๆ และเวดเดาเอาเองว่ามันก็น่าจะเวิร์ค เพราะหลังจากนั้นเดทที่สอง สาม สี่ ห้า หก ก็ตามมาเรื่อยๆ และในทุกครั้งปีเตอร์ก็ดูมีความสุขดี รอยยิ้มที่เวดชอบมันเหมือนพิมพ์อยู่บนหน้าตลอดเวลาเลยล่ะ

 

เวดก็ไม่แน่ใจว่าปีเตอร์เห็นอะไรในตัวเวดถึงได้ เอ่อ…จีบก่อน? หรือเปิดทางให้จีบ อะไรก็ช่าง…เอาเป็นว่าเวดก็เดินหน้าจีบปีเตอร์แบบโต้งๆ ยังเสนอหน้าไปที่ร้านของพีททุกวัน แต่ไม่ได้ไปในฐานะลูกค้าแล้วแค่นั้นแหละ

 

หลังจากคุยๆ กันอยู่ราวสามสี่เดือน หลังจากที่พีทเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น แบบที่ไม่ได้ยิ้มตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เริ่มมีทำหน้าบูด หน้าตางอแง และเริ่มเอาแต่ใจเล็กๆ น้อยๆ เป็นบางครั้ง นั่นไม่ได้ทำให้เวดรำคาญสักนิด เพราะมันเป็นสัญญาณที่ดีว่าพีทไม่ได้กำลังแสดง หรือว่าปั้นบุคลิกเจ้าของร้านใส่ลูกค้าเหมือนช่วงแรกๆ แล้ว แต่อีกฝ่ายเริ่มแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น แบบที่ปีเตอร์ปาร์คเกอร์เป็น และนั่นทำให้เวดวิลสันยิ่งถลำลึกลงไปในหลุมของความรักที่อีกฝ่ายขุดขึ้นมาเข้าไปใหญ่

 

จากนั้นไม่นานเท่าไร…อะไรๆ ก็เป็นไปตามขั้นตอนอย่างที่ควรจะเป็น

 

เวดไม่รอให้ปีเตอร์เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอเลื่อนสถานะจากคนรู้ใจมาเป็นแฟนอย่างเป็นทางการอย่างที่ปีเตอร์ทำในตอนที่พวกเขาเริ่มจีบกันหรอกนะ

 

ถึงจะไม่ได้โรแมนติกหวานเวอร์ แต่เวดก็แอบลิงโลดอยู่ในใจนิดๆ ตอนที่เห็นพีทหน้าแดงนิดๆ ดูประหลาดใจนิดหน่อย ไม่ใช่ประหลาดใจที่เวดอยากจะเปลี่ยนแปลงสถานะ แต่มันก็คงเป็นเรื่องปกติล่ะมั้ง แต่ถ้าจะให้บอกว่าชอบที่สุดตอนไหนก็คงเป็นตอนที่อีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับพร้อมกับพวงแก้มแดงก่ำที่ทำเอาเวดใจเต้นตึกตักตามไปด้วย

 

ไม่รู้ว่าจะใจเต้นไปทำไมเหมือนกันล่ะน่า…เอาเป็นว่ามันดีใจละกัน!

 

“สัญญา…ว่าจะดูแลพีทให้ดีที่สุด”

 

ได้โปรดให้ฉันเป็นคนสุดท้ายได้ไหม

 

เวดเคยคิดว่าการขอให้ปีเตอร์ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันเป็นเรื่องที่จริงจังที่สุดเท่าที่เวดจะทำได้ในชีวิตรักระหว่างเขาและปีเตอร์แล้ว แต่กลายเป็นว่าการซื้อแหวน…เพื่อขอปีเตอร์แต่งงานกลายเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และตื่นเต้นชวนประสาทเสียยิ่งกว่าตอนขอปีเตอร์เป็นแฟนเสียอีก

 

รู้ทั้งรู้ว่าพวกเขารักกันดี มีทะเลาะกันบ้าง เถียงกันบ้าง ตามประสาคนรัก แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็คืนดีกันตลอด ปรับความเข้าใจและปรับตัวเข้าหากันเสมอ และการย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันกลายเป็นเรื่องที่ทำให้พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมากขึ้น แทบจะกลายเป็นตลอดเวลา เรื่องปวดหัวมากขึ้น แต่เรื่องราวดีๆ ก็มีมากขึ้นตามมาด้วย มันไม่น่าจะมีอะไรที่เวดต้องกังวลว่าปีเตอร์จะปฏิเสธสักนิด แต่มันก็อดคิดไม่ได้

 

เพราะเวดรู้ดีว่านี่คือการผูกมัดชีวิตของปีเตอร์ทั้งชีวิต

 

อาจจะเป็นเพราะเวดเอาตัวเองเป็นที่ตั้งก็ได้ จากคนที่เคยชอบชีวิตโสดๆ ทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยอยากจะลอยชายไปที่ไหนก็ไป ไม่ชอบแฟนประเภทเจ้ากี้เจ้าการ ขี้หึง ขี้หวง ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเกินงาม กลับกลายเป็นคนที่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนไปเรื่อยๆ กลายเป็นคนที่หวงรอยยิ้มของคนรักแม้กระทั่งกับเด็กสามขวบหรือหมาพิทบูลที่กระดิกหางให้ตอนที่ปีเตอร์ไปเดินตลาด แถมยังออกอาการควันออกหู เพราะไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมริอาจขายขนมจีบต่อหน้าต่อตา โดยที่พีทไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยว่ากำลังถูกจีบ (ที่กับเขาล่ะรู้ว่าแอบชอบนะ!)

 

ใครจะไปคิด…ว่าจากคนที่เคยคิดว่ารักแรกพบเป็นเรื่องปัญญาอ่อน กลับกลายเป็นคนที่ตกหลุมรักอย่างจริงจังจากการพบหน้าคนๆ หนึ่งเป็นครั้งแรก และจริงจังมากพอที่จะทำเรื่องที่ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ทำในชีวิตนี้

 

อย่าให้เล่าเลยว่าเดินเข้าเดินออกและวนไปวนมาอยู่หน้าร้านเครื่องเพชรเพื่อจะซื้อแหวนอยู่นานแค่ไหน เอาเป็นว่าเกือบโดนลากไปสถานีตำรวจก็แล้วกัน และอย่ารู้เลยว่าเพื่อนของเขาตกใจแค่ไหนตอนที่ไปบอกว่าอยากจะให้ช่วยเซอร์ไพร์สขอพีทแต่งงาน พวกมันแทบจะลากเขาไปโรงพยาบาล เพราะกลัวว่าเวดจะสมองกระทบกระเทือนอย่างหนัก คือมีแฟนเป็นตัวเป็นตนนานเกินสามปี แถมเปิดตัวกับเพื่อนฝูงว่าน่าตกใจแล้วว่างั้นเถอะ นี่จริงจังถึงกระทั่งจะขอแต่งงาน

 

เวดก็แค่กลัวน่ะ…กลัวว่าปีเตอร์จะไม่ได้คิดจริงจังอย่างที่เวดคิด

 

แต่ขอบคุณสวรรค์ที่ปีเตอร์ปาร์คเกอร์ที่เขาส่งกล่องแหวนให้คนนี้ ยังเป็นคนเดิมกับที่ส่งยิ้มมาให้กับเวดในวันแรกที่เราพบกัน ยังเป็นคนเดียวกับคนที่บอกให้เวดขอเดทเขาได้แล้ว แน่นอนว่ายังเป็นคนเดียวกันที่พยักหน้าตกลงในวันที่เวดขอให้คบกันในฐานะคนรัก

 

ปีเตอร์ตอบตกลงด้วยรอยยิ้มที่สวยงามที่สุดที่เวดเคยได้มาเลยล่ะ

 

เธอคือชีวิตและลมหายใจ

 

“เวด…ทำอะไรน่ะ”

 

เสียงกระซิบงัวเงียจากข้างกายทำให้เวดต้องโยนสมุดบันทึกที่เขาชอบใช้จดเรื่องราวระหว่างวัน (ซึ่งหลังจากได้เจอพีท ก็เป็นเรื่องของพีทซะส่วนใหญ่) ทิ้งไป ตัวนุ่มๆ ของปีเตอร์เบียดซุกเข้ามาจนแนบชิด เวดสัมผัสได้ว่าผิวเนื้อของพีทเย็น อาจจะเป็นเพราะเปิดแอร์แรงเกินไป ในระหว่างที่ลูบแขนของอีกคนให้อุ่นขึ้น เวดก็เอื้อมมือไปคว้ารีโมทแอร์ที่หัวเตียงมาเพิ่มอุณหภูมิขึ้นอีกนิด และไม่ลืมที่จะตวัดผ้าห่มให้คลุมจนปิดคอของปีเตอร์ด้วย

 

“ไม่มีอะไร แค่จดบันทึกน่ะ”

 

“ฮื่อ…นอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องบินแต่เช้านะ”

 

เวดอมยิ้ม เพราะรู้ว่าอีกคนไม่ได้มีสติมากพอจนพูดไม่รู้เรื่อง เผลอๆ นี่อาจจะแค่ละเมอด้วยซ้ำ แต่เขาก็จะไม่เปิดไฟกวนใจอีกคนต่อหรอกนะ

 

อย่างที่ปีเตอร์ว่า…พรุ่งนี้พวกเขามีบินตอนแปดโมงเช้า จากนิวยอร์กไปเกาะโบราโบร่า ฮันนีมูนทริป

 

นอนก็นอน…

 

“ฝันดีพีท”

 

เธอจะเป็นคนที่ฉันยกใจเก็บไว้

เก็บไว้ให้เธอผู้เดียว

 

+

 

ครั้งแรกที่เล่นชาเลนจ์กับแฟนดอมเลยค่ะ พลอตไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร (เนื้อเรื่องก็เช่นกัน) แต่ดองซะยาวจนเกือบเดดไลน์ เพราะเอาจริงไม่ถนัดฟิคแบบนี้เลยยยยยย มันหวานไปอะแง้555 ส่วนตัวทัศนคติความรักเรื่องรักแรกพบก็เหมือนเวดนั่นแหละค่ะ (…) ไม่ค่อยศรัทธาเท่าไร แต่เราก็เชื่อว่าความรู้สึกดีๆ ตอนแรกพบยังไงมันก็เป็นจุดเริ่มต้นของความรักได้นะ

ชอบไม่ชอบยังไงแนะนำติ-ชมได้นะคะ♥

Advertisements

5 thoughts on “[SF] Love At First Sight | Wade x Peter

  1. หวานจนจะสำลักน้ำตาลตายแล้วค่ะ พี่เวดเคลิ้มหลงเด็กหัวปักหัวปำเลย 55555 โอ๊ยลุงงงง เด๋อมาก จีบยังไงให้เด็กต้องมาเปิดทางให้ก่อนเนี่ย
    สารภาพว่าอ่านไปก็ระแวงไปค่ะว่าจะจบหักมุมมั้ย คือโดนฟิคในด้อมนี้หลอกมาเยอะ 55555 จบแฮปปี้ฮันนีมูนแบบนี้เราก็ดีใจจจจ น่ารักมากเลยค่ะ

    • สารภาพว่าตอนแรกไม่ใช่พล็อตนี้ค่ะ 555 พล็อตที่คิดครั้งแรกหักคอสไตล์ด้อมนี้เลยค่ะ แต่สักกลางๆ เดือนเริ่มรู้แล้วว่าไม่ทันเดธไลน์ เลยเปลี่ยนเป็นพล็อตสำรองค่ะ 55
      ดีใจที่ชอบนะคะ <33

  2. หวานหอมมากเลยค่ะ เรียบเรื่อยแต่มีสตอรี่ มีแอตติจูด มีเสน่ห์บางอย่างที่เราไม่รู้หรอกนะว่ามันคืออะไร แต่โคตรเข้ากับความสดใสของดอกไม้เลย ใครเห็นรอยยิ้มพีทก็ต้องหลงทั้งนั้น งื้ออออ นุ่มๆเติมเต็มพลังชีวิตให้คนอ่าน อ้อ ภาษาดีมากเยยยย ลื่นไหลไม่ติดขัด ขอบคุณที่แต่งมาแบ่งปันนะคะ

    • ยกความดีความชอบให้เนื้อเพลงเลยค่ะ หวานนำมากแต่ไกล ลำพังให้เขียนคู่นี่เพียวๆ เองไม่น่าจะออกมาอารมณ์นี้ 55
      ขอบคุณมากค่ะ <333

  3. Hopeaholic

    มาซื้อดอกไม้เป็นเดือนๆเค้าไม่สงสัยสิแปลก5555555 ปีเตอร์น่ารักจังเลยค่ะ รู้สึกได้ถึงความสดใสเลย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s