[SF] Shhhhh | Asa x Tom

Standard

Title: Shhhhh
Pairing: Asa Butterfield x Tom Holland
Rate: NC-17
Author’s Note:
จริงๆ ไม่ค่อยอยากจะเอาวิชาชีพมาเขียนเล้ย…รู้สึกผิด แต่เอาเถอะค่ะ ตอนนี้ฮีลตัวเองสำคัญสุด 55

 

+

 

เอาจริงนะ…ทอมไม่ค่อยชอบบรรยากาศในห้องสมุดสักเท่าไร โอเค มันเงียบ มันสงบดี แต่กับคนที่รักกิจกรรมกลางแจ้งอย่างทอมน่ะไม่ค่อยถูกกับสถานที่ออกจะทึมๆ แบบนี้เอาเสียเลย อันที่จริงห้องสมุดสมัยนี้เขาก็ปรับปรุงให้มันทันสมัย หายใจหายคอได้สะดวกละนะ แต่ก็คงจะต้องเว้นเอาไว้กับห้องสมุดวิทยาลัยเก่าแก่ของอังกฤษนี่ไว้หน่อย งดงามแบบคลาสสิกตั้งแต่สถาปัตยกรรมด้านนอกไปจนถึงการตกแต่งภายใน หรือว่าง่ายๆ ก็โบราณนั่นล่ะ..

 

ถึงอะไรต่อมิอะไรในนี้มันจะทันสมัยกว่าที่ตาเห็น แต่ทอมก็อึดอัดอยู่ดี

 

แฮริสันมันเคยแซวว่าเขาอึดอัดที่หอสมุดมันไม่ค่อยมีหน้าต่าง หรือความจริงเขาก็แค่ไม่ค่อยชอบคนที่ดูแลหอสมุดกันแน่…แม่ง พูดแทงใจดำแม่นยิ่งกว่ายิงปืนงานวัด

 

ใช่…ทอมไม่ชอบอยู่กับเอซ่า บัทเตอร์ฟิลด์สองต่อสองเอาซะเลย

 

จะว่าไงดีล่ะ ก็อย่างที่บอกน่ะว่าแค่บรรยากาศของห้องเก็บบันทึกความรู้และประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติมันก็น่าอึดอัดมากพอแล้วสำหรับทอม ยิ่งมาเจอคนไม่พูดไม่จาอย่างกับอมอะไรไว้ในปากตลอดเวลาอย่างเอซ่า (ที่เขาเคยเผลอพูดใส่หน้าเจ้าตัวทีนึงแล้วถึงกับโดนตอกกลับมาเสียแสบสันต์ว่าใครกันแน่ที่อมอะไรไว้ในปากตลอดเวลา เออ แก้มเขามันบวม! คิดว่าชอบหรือไง…) ยิ่งอึดอัดจนแทบจะระเบิดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด

 

แต่ก็นะ…มันก็แค่ช่วงแรกๆ แหละ ตอนนี้ทอมชินกับการใช้ชีวิตที่พูดน้อยกว่ากินข้าวอย่างเอซ่าแล้วล่ะ

 

แล้วทำไมคนที่รักการโดนแดดและเล่นกีฬาผาดโผนทุกประเภทอย่างทอมถึงมาจบชีวิตอยู่ในห้องสมุดอันเก่าแก่และทรงคุณค่าเกินกว่าที่จะเอาความรู้เท่าหางกระต่ายมาทำให้มันแปดเปื้อนได้น่ะเหรอ ก็เพราะว่าเขาดันเผยความชาญฉลาดออกมาต่อหน้าคนทั้งวิชา IS10118 น่ะสิ (โปรดอย่าถามถึงรายละเอียดอันน่าอับอาย) เขาก็เลยถูกดีดเปรี้ยงมาทำงานที่นี่เพื่อชดเชยมันสมองที่หายไปของนักศึกษามหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติพึงมีน่ะสิ

 

งานของเขาวันๆ นึงก็ไม่มีอะไรมากหรอก มานั่งแกร่วรอหอสมุดปิดตอนสองทุ่ม พยายามนั่งให้เอซ่าเห็นชัดๆ ตรงแถวเคาน์เตอร์บริการ แล้วพอนักศึกษาคนอื่นออกไปหมด เอซ่าก็จะเดินออกมาจากหลังตู้วารสารสักตู้เหมือนตั้งนาฬิกาไว้ แล้วตอนนั้นทอมก็ค่อยเดินตามเอซ่าไปทำงานประจำวัน

 

เอซ่าเป็นบรรณารักษ์ฝึกงานที่นี่ เหลือเชื่อปะล่ะ…

 

อันที่จริงเอซ่าก็ยังเป็นนักศึกษาอยู่ แต่ว่าสมัยมัธยมเคยช่วยงานห้องสมุดประชาชนอะไรสักอย่าง แล้วก็กำลังเรียนอยู่ในสาขาที่เกี่ยวข้อง แถมยังว่างๆ บวกกับรู้จักกับเจ้าหน้าที่ประจำของที่นี่ หอสมุดเขาก็เลยจ้างงานนักศึกษาแล้วก็ให้รายได้พิเศษนิดๆ หน่อยๆ เป็นการตอบแทน

 

ส่วนใหญ่งานของทอมก็คือช่วยเอซ่าเก็บพวกหนังสือ วารสาร นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ซีดี อะไรก็เหอะที่โดนยืม โดนคุ้ยออกมาให้มันกลับเข้าที่ไปนั่นแหละ งานนี้ไม่ยากเกินความสามารถสมองของมนุษย์คนไหนก็ได้ที่ยังใช้ตรรกะปกติในการดำเนินชีวิต แต่ก็ไม่ง่าย ทำมั่วๆ ไม่ได้ ไม่ใช่แค่ยัดๆ เข้าไปก็จบ แล้วก็เปลืองพลังงานชีวิตน่าดูเหมือนกัน ช่วงอาทิตย์แรกๆ ทอมแทบอยากจะร้องไห้ออกมาเลย ส่วนตอนนี้…ชิน

 

ปกติเอซ่าทำมากกว่าแค่งานเก็บหนังสือ แต่ช่วงหลังห้องสมุดเอซ่าไม่ได้ทำอย่างอื่นนอกจากเก็บหนังสือเข้าชั้น และไม่ใช่ว่าเอซ่าจะทำคนเดียวหรอกนะ บรรณารักษ์กับเจ้าหน้าที่คนอื่นก็อยู่ด้วย แต่โดยมากเอซ่าจะอยู่โยงเป็นคนสุดท้าย แล้วก็รับผิดชอบชั้นสามที่เป็นชั้นที่ร่ำลือกันว่าผีโคตรดุด้วย (แต่เอซ่าแม่งเสือกไม่กลัว…สักนิด)

 

“ทอม…ช่วยหน่อย”

 

ทอมโงหัวขึ้นมาจากกองวารสารที่เขาไปวิ่งไล่เก็บมาจากตามโต๊ะแล้วก็กำลังแยกอยู่ว่าเล่มไหนมาจากตรงไหน เอซ่ายืนถือสารานุกรมตั้งใหญ่อยู่ไม่ไกล ท่าทางจะหนักไม่น้อย ทอมก็เลยรีบเดินไปช่วยยกออกมากึ่งหนึ่งแล้ววางลงบนโต๊ะใกล้ๆ

 

“อะไรเนี่ย?”

 

“ศาสตราจารย์ดานซ์น่ะ แกยืมสารานุกรมไปให้นักศึกษาเรียนทั้งชุด นี่เพิ่งเอามาคืน” ทอมมองสารานุกรมหน้าตาโบราณแถมตัวหนังสือยึกยืออ่านไม่ออกที่พิมพ์ทองเอาไว้ก็เริ่มเลือนด้วยสายตามหัศจรรย์ใจ

 

“เก็บไหนอะ?”

 

“เอาไปไว้ในตู้หลังเคาน์เตอร์ก่อน นี่มันของชั้นหก ฉันไม่มีกุญแจ” ทอมพยักหน้าหงึกๆ เดินไปหยิบรถเข็นที่อยู่ใกล้ๆ มาใส่สารานุกรมร่วมยี่สิบเล่มแล้วช่วยเอซ่าเข็นเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ที่เต็มไปด้วยตู้เก็บวารสารปีพิมพ์เก่าๆ แต่มันจะปีกเล็กๆ แยกออกไปที่ใช้เป็นตู้สำรอง เอาไว้เก็บอะไรก็ได้ที่ไม่เข้าพวก

 

เสียงล้อรถเข็นทำงานเงียบสนิทภายใต้ความเงียบของหอสมุดที่ปิดทำการ เหลือเพียงแต่เสียงพื้นรองเท้ากระทบกับพื้นหินอ่อนเท่านั้นเอง พวกเขาทำงานกันเงียบๆ อย่างรวดเร็ว เพราะหอสมุดปิดทำการก็แปลว่าเครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน อากาศมันไม่ได้น่าพิสมัยเท่าไรหรอกนะ

 

“ทอม”

 

“หื— เฮ้ย” ทอมลูบจมูกป้อย เมื่อหมุนตัวกะทันหันไปเจอกับคนที่เรียกชื่อเขากำลังยืนประชิดตัวเสียจนจมูกกระแทกเข้ากับปลายคางของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง

 

“อะไรของนายวะ”

 

ทอมเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ทำหน้าเฉย แถมยังก้มลงมามองด้วยดวงตาสีฟ้าวิบวับพร้อมกับความเงียบชวนสงสัย เห็นในมือของเอซ่ามีเล่มสารานุกรมอยู่อีกหนึ่งเล่มก็หวังดี ยื่นมือออกไปหมายจะหยิบกลับเข้ามาเก็บใส่ชั้นให้ จะได้รีบกลับบ้านเสียที แต่กลับกลายเป็นว่าถูกผลักให้ถอยหลังไปติดกับผนังห้อง ไม่ได้รุนแรง แต่ก็กะทันหันจนตกใจ

 

“เอซ่—”

 

“จูบได้ไหม?”

 

มันไม่ใช่ประโยคคำถาม แม้ว่าหน้าตาจะเหมือนประโยคคำถามมากแค่ไหนก็ตาม เพราะเอซ่าไม่รอแม้แต่จะให้ทอมงงสักนิด จูบที่เกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ เริ่มจากการขัดขืนและไม่เต็มใจนิดหน่อยของทอม แต่มันก็ไม่ได้รุนแรงขนาดที่เอซ่าจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ จูบหนักๆ ล่อหลอกให้ทอมคล้อยตามเอซ่าทีละน้อย จากที่เคยพยายามผลักไสเอซ่าให้ถอยออกไป ก็กลายมาเป็นดึงให้เอซ่าขยับเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว

 

ทอมรู้สึกได้ว่าชายเสื้อที่ถูกยัดเอาไว้ในกางเกงกำลังถูกดึงออกมา แต่จะให้ห้ามมือมันก็ไม่ว่างอยู่เสียด้วยสิ กว่าจะรู้ตัวว่าปล่อยเลยตามเลยไปจนเกือบจะเลยเถิดก็ตอนที่คว้ามือซนของคนที่ปลดใจทั้งเข็มขัดและซิปกางเกงของเขาได้อย่างช่ำชองนั่นล่ะ

 

“ไอ้ผีดุที่ว่านี่สาบานสิว่าไม่ใช่นายเป็นคนปล่อยข่าวลือเรื่องนี้เพราะชอบพาสาวมาอึ๊บบนนี้” ทอมแอบตีรวนนิดๆ ทั้งที่แขนยังคล้องอยู่บนคอของเอซ่า

 

“พูดจาอะไรให้มันระวังปากหน่อย คุณฮอลแลนด์…ผมเป็นคนเขียนใบประเมินให้คุณนะ” เอซ่ายิ้มแบบคนเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แล้วมันก็จริงมากเสียจนทำให้ทอมอดไม่ได้ที่จะกระชากเส้นผมแรงๆ เป็นการเอาคืนทำที่ทำได้อย่างเงียบๆ

 

“ตกลงไม่ใช่?”

 

“ก็…ไม่เชิง แค่มีคนได้ยินเสียงแล้วก็ประสาทหลอนไปเอง”

 

ทอมเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้

 

แม่งเอ๊ย…เกลียดหมอนี่ชะมัด

 

“อย่าทำหน้าบูด ไม่ใช่ฉันที่เป็นคนเริ่มสักหน่อย รุ่นพี่ฉันต่างหาก หลังจากฉันมาทำงานต่อข่าวลือมันก็ไปไกลมากแล้ว ฉันไม่เคยพาใครขึ้นมาทำอะไรๆ กันบนนี้หรอกน่า…นอกจากนาย

 

ขออีกที…เกลียดหมอนี่ชะมัด

 

ทอมกับเอซ่าลักลอบมีอะไรกันในหอสมุดหลังเวลาทำการมาได้สักพักใหญ่แล้ว ก็ตั้งแต่ที่ทอมต้องระเห็จมาทำงานแก้เกรดอยู่ที่นี่ก็เกือบเทอมได้แล้วมั้ง ตอนแรกก็ต่างคนต่างทำงานกันไป ไม่มีใครวุ่นวายกับใคร เอซ่าก็พูดน้อย ทอมก็เซ็งจนไม่อยากจะบ่นอะไรกับคนไม่รู้จัก แต่ไปๆ มาๆ ทอมก็เริ่มโดนเอซ่ากวนตีนด้วยหน้านิ่งๆ ทุกวันจนเริ่มชินที่จะเถียงและต่อปากต่อคำตามประสาคนพูดมากเป็นทุนเดิม แล้วยังไงไม่รู้…ถึงได้บ่นเรื่องเอซ่ากวนตีนได้ทุกวันจนแฮริสันกับเจคอบเริ่มผิดสังเกต

 

แต่เขาก็ยังไม่ได้ทำตัวผิดปกติอะไร จนกระทั่งถูกเอซ่าขโมยจูบหน้าตาเฉยตอนเลิกงานเมื่อราวเดือนก่อน ตกใจจนเกือบชกหน้า แต่กลายเป็นว่าตกใจมากไปหน่อยจนตัวแข็ง ยืนทื่อจนเอซ่าคงเวทนาช่วยจูบปลุกซ้ำสอง คราวนี้เลยได้เตะหน้าแข้งเอซ่าเข้าไปจริงๆ

 

ความรู้สึกแปลกๆ ผสมกับความหงุดหงิดจนไม่อยากจะไปเจอเอซ่าอยู่เป็นอาทิตย์ แต่ก็หนีหน้าหมอนั่นได้ไม่นานหรอก เพราะถูกมิสซิสริชมอนด์โทรถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าถึงได้ไม่มาทำงาน ตอนนั้นแหละถึงได้รู้ว่าเอซ่ายังลงเวลาให้ตามปกติ แต่มิสซิสริชมอนด์ไม่เห็นหน้าเขามาหลายวันก็เลยโดนจับได้

 

เป็นอันว่าต้องบากหน้ากลับมาหาเอซ่าจนได้

 

บอกเลยว่าตอนนั้นคิดเยอะมากว่าเอซ่าจะพูดอะไรไหม แล้วเขาควรจะพูดอะไรดี แต่กลายเป็นว่าเอซ่าไม่พูดอะไรสักคำ นอกจากถามว่า กินข้าวมาหรือยัง

 

กินข้าวมาหรือยัง…

 

กินข้าวมาหรือยังเนี่ยนะ?

 

เฮ้ย! ทำคนอื่นเขาคิดมากตั้งหลายวัน เจอหน้ากันทั้งทีเสือกพูดว่ากินข้าวยังเนี่ยนะ!?

 

ถึงจะโมโห แต่ก็ใช่ว่าทอมจะเป็นฝ่ายกล้าถามเสียเมื่อไร เอซ่าไม่พูด ทอมก็ยิ่งไม่กล้าพูดอะไรใหญ่ ก็เลยได้แต่ต่างคนต่างเงียบ กลับไปเป็นเหมือนช่วงแรกที่เพิ่งรู้จักกัน แต่ทอมก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศมันแปลกไป จากที่เฉยๆ ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเวลาที่เอซ่ามาอยู่ใกล้ๆ กลายเป็นว่าแค่มองตาเอซ่าก็รู้สึกว่าใจมันหวิวแปลกๆ แล้วเอซ่าก็ใช่ว่าน้อยเสียเมื่อไร เอะอะก็ชอบมาโดนตัว นิดหน่อยก็ขอให้ได้มือไว หลายครั้งมันก็เกินกว่าแค่คำว่าบังเอิญ จะเป็นอะไรไหมนะถ้าทอมจะโทษเอซ่าว่าฉวยโอกาสตอนที่ทอมสับสนจนเรื่องราวมันเลนเถิดมาจนขนาดนี้เนี่ย

 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เรื่องมันไม่ชัดเจน ก็เป็นเพราะเราเจอกันก็แค่ตอนทำงาน หรือต่อให้เจอกันนอกหอสมุด เอซ่าก็ไม่เคยทัก และทอมก็ทำเป็นเมินใส่ ไม่เคยได้คุยกันจริงๆ จังๆ สักครั้งว่าไอ้สถานภาพประหลาดๆ ระหว่างเราสองคนมันคืออะไร ทอมก็หงุดหงิดเหมือนกันแหละว่าตกลงนี่พวกเขาเป็นแฟนกันไหม? หรือว่าจริงๆ ก็แค่เซ็กซ์บัดดี้เท่านั้น จะได้วางตัวถูก…พออะไรๆ มันไม่เป็นแบบนี้ ก็ต้องเดือดร้อนให้เขามาทำเป็นเหม็นขี้หน้าเอซ่าไม่ให้ใครเขาจับได้ว่ามันมีอะไรแปลกๆ ระหว่างเขาสองคน

 

.

 

.

 

.

 

“อะ…ฮื่อ” ทอมซุกหน้าลงไปกับผนังห้อง พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เสียงครางหลุดออกมา เพราะถึงจะไม่มีใครแล้ว ก็ใช่ว่าสถานที่ตรงนี้มันจะเป็นส่วนตัวให้ทำอะไรก็ได้เสียหน่อย

 

ทอมรู้สึกได้ถึงแรงเสียดสีตรงหว่างขา เอซ่าดึงกางเกงลงไปพร้อมกับชั้นในให้เลื่อนลงไปอยู่ตรงต้นขา พอมีพื้นที่ให้มือใหญ่สัมผัสปลุกเร้าอารมณ์อย่างไม่รีบร้อน เวลาของพวกเขาเหลือเฟือเสมอ

 

ปลายนิ้วรุกล้ำปลายทางจนครางสะอึก แต่เอซ่าก็ปลอบด้วยการจูบที่หลังใบหูซ้ำๆ เป็นการย้ำสัมผัสและบอกทางอ้อมให้ทอมผ่อนคลายลง

 

เสียงฉีกซองฟอยล์ครั้งแรกดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสแนบแน่นบนส่วนกลางลำตัวของทอม ตามมาด้วยครั้งที่สองที่คราวนี้เป็นตาของเอซ่าสวมอุปกรณ์ป้องกัน อีกฝ่ายใช้เวลาแค่สั้นๆ ชั่วอึดใจ แต่เสียงเข็มนาฬิกากระดิกบนผนังในความเงียบเขายังได้ยินชัดเจนขนาดนี้ มีหรือที่เสียงจากด้านหลังจะไม่ชัดกว่า และยิ่งชัดเจนมากในหัวของทอมเมื่อรู้ดีว่าเอซ่ากำลังทำอะไร และกำลังจะทำอะไรต่อไป เหมือนเลือดจากทั้งร่างกายพร้อมใจกันขึ้นมากองอยู่บนใบหน้าร้อนผ่าว

 

“อ..เอ..ซ่า”

 

ทอมเสียงสั่นเหมือนปลายเท้าที่ระริกเพราะอาการขืนเกร็ง ไม่ว่าเอซ่าจะนุ่มนวลและใจเย็นมากเพียงใด แต่ทุกครั้งที่เอซ่าฝังร่างกายเข้ามาทอมก็เหมือนจะขาดใจทุกครั้ง

 

เอซ่าพยายามอดทนทุกครั้งในตอนแรก เพราะรู้ว่ามันไม่สบายตัวนักที่จะเป็นฝ่ายรองรับอารมณ์ แต่พอเราเริ่มรู้จังหวะของกันและกัน เอซ่าก็สามารถขยับตัวเอาแต่ใจได้มากขึ้น แล้วยิ่งทอมไม่ห้าม ก็เหมือนเอซ่าจะได้ใจ ชอบเหลือเกินที่จะรั้งให้เสื้อที่ยังสวมอยู่บนตัวของทอมเลื่อนหล่นมาจนเห็นผิวขาวเนียนที่แผ่นหลัง แล้วอดไม่ได้ที่จะประทับรอยลงไป เสียงริมฝีปากดังขึ้นมาฟังบาดหูเพราะรู้สึกว่ามันหยาบโลนทุกครั้งที่ได้ยิน

 

แขนยาวของเอซ่ายันตัวเอาไว้กับผนังเป็นแรงส่งจนทอมตัวสั่น ยิ่งเอซ่าขยับเร็วมากขึ้นเท่าไร เสียงหอบหนักๆ ก็ยิ่งดังถี่กระชั้นมากขึ้นเท่านั้น

 

“หันมาหน่อยสิ” เสียงกระซิบขอร้องมากกว่าจะเป็นคำสั่งทำให้ทอมยอมหันหน้าไปรับจูบ มันทั้งวาบหวามและชวนให้หัวใจสั่นไหวไปหมดอย่างที่ไม่ควรจะเป็นเลย

 

“นี่…”

 

“อ..อือ”

 

ทอมปรอยตามองเอซ่าที่ตอนนี้เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้า ในดวงตาสีฟ้ามีแววจริงจังจนใจกระตุก

 

“เป็นแฟนกันเถอะ”

 

“หะ..หา?”

 

ทอมหน้าเหวอ นอกจากเป็นคนที่พูดจาเปลี่ยนเรื่องได้หน้าตาเฉย พูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริบทก่อนหน้านี้แล้ว ยังเลือกที่จะขอคนอื่นเขาเป็นแฟนเอาตอน…ตอนนี้ ตอนที่ยังทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ตอนที่กำลังมีอะไรกันอยู่เนี่ยนะ เอซ่า บัทเตอร์ฟิลด์!

 

“เป็นแฟนกัน”

 

“นาย…ถามตอนนี้เนี่ยนะ? ฮื่อ…! เอซ่า!” ทอมหลับตาแน่นเมื่อเอซ่าขยับเข้ามาลึกและรุนแรงกว่าทุกที ทำเอาจุกแน่นไปหมดทั้งท้องน้อย ปลายเล็บจิกลงบนบ่าระบายความเจ็บอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

“ใช่ แล้วก็จะเอาคำตอบตอนนี้

 

“นะ..นายมัน อ๊า…”

 

“ทอม…”

 

“อึก”

 

“ฉันชอบนาย เป็นแฟนกันนะ”

 

“ฮื่อ!”

 

สติสัมปชัญญะสุดท้ายเหมือนจะลอยออกไปจากตัวพร้อมกับคำตอบที่ยังติดค้างเอาไว้ไม่ทันได้ตอบ แข้งขาของทอมอ่อนแรงเสียจนเกือบล้มลงไปกับพื้น ถ้าไม่ได้เอซ่าประคองเอาไว้ก่อน

 

ทั้งทอมและเอซ่าหอบหนักๆ ใส่กันด้วยความเหนื่อยอ่อน กว่าทอมจะกลับมาหายใจเป็นปกติได้ เอซ่าก็จัดการทำความสะอาดและแต่งตัวให้ทอมจนเกือบจะเรียบร้อยเสมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้นมาก่อน ปลายนิ้วที่ปัดเส้นผมที่หล่นมาปรกหน้าอ่อนโยนเสียจนทอมหวั่นไหวไปหมดแล้ว

 

เอซ่ายังคงยืนนิ่งอย่างเคย เหมือนจะรอให้ทอมตอบคำถามโดยที่ไม่เร่งอย่างปากว่าเมื่อครู่สักนิด เป็นทอมเองที่รู้สึกกดดันเล็กๆ กับสายตาที่เอซ่ากำลังใช้มองเขาอยู่ตอนนี้ มันไม่เหมือนทุกที มันมีอะไรมากกว่าความมีอะไรอย่างทุกครั้ง…อะไรที่ทอมก็บอกไม่ถูก แต่ก็รู้อยู่แก่ใจดีแล้วว่ามันคืออะไร

 

“แล้ว…?”

 

หลังจากอดทนมาสักพัก เหมือนเอซ่าจะขี้เกียจรอคนที่ยืนเป็นบื้อเป็นใบ้ เอาแต่มองหน้าเขาแล้วก็ทำสีหน้าประหลาดๆ สลับไปสลับมาจนเหมือนคนสับสนกับตัวเองเข้าไปทุกที เลยตัดสินใจทำลายความเงียบด้วยวลีง่ายๆ เป็นการเปิดทาง อย่างน้อยให้เขาเกริ่นก่อนก็น่าจะช่วยทำให้ทอมสติแตกน้อยลง (มั้ง)

 

“ช่วยพูดอีกทีได้ไหม?”

 

“อะไรนะ?”

 

เอซ่าสาบานว่าไม่ได้กวนประสาท แต่เขาไม่ได้ยินจริงๆ ว่าเมื่อกี้ทอมพูดว่าอะไร ยิ่งก้มหน้างุดๆ จนคางชิดอกแบบนั้น ใครมันจะไปฟังรู้เรื่องวะ

 

“ก็…ช่วยพูดอีกที…” เหมือนจะดังขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ยังเบาหวิวอยู่ดี ทอมทำท่าเหมือนจะเป็นลมได้ทุกนาที สมองของเอซ่าถึงต้องรีบประมวลผลให้ไวกว่าเดิมว่าทอมหมายถึงอะไร พอเข้าใจสิ่งที่ทอมจะสื่อคืออะไร เอซ่าก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

 

“ก็ได้…ฟังให้ดีๆ ล่ะ คุณฮอลแลนด์”

 

ทอมหน้าแดงแจ๋ตอนที่เอซ่าแกล้งเชยคางเขาให้ยกขึ้น อยากจะปัดทิ้งแก้ขวย แต่ก็ได้แต่จิกผนังที่หลังชิดแน่นด้วยความอายที่เหมือนจะทะลักออกมาจากทุกทวารทั้งเก้าเมื่อได้ยินประโยคนั้นซ้ำอีกครั้ง ในสถานการณ์ที่ดีขึ้นกว่าครั้งแรกที่ได้ยินมากนัก

 

“ฉันชอบนาย เป็นแฟนกับฉันนะ ทอม”

 

อยากได้ความชัดเจนนักก็ได้สมใจอยากแล้วนี่ไง…แล้วยังจะต้องเล่นตัวอะไรอีกล่ะ ก็ตอบรับไปสิ จะได้เลิกปั้นหน้าว่าเกลียดคนที่ตัวเองชอบเสียทีน่ะ

 

“อืม ♥ ”

 

+

 

FIN

 

บร้าที่สุด……เริ่มด้วยความกามนะจริงๆ แล้ว เติมไปเติมมาทำไมหวานเลี่ยนได้ขนาดนี้คะคนดี /เหม่อ

Advertisements

9 thoughts on “[SF] Shhhhh | Asa x Tom

  1. ดีต่อใจ.. ดีต่อใจจริงๆค่ะ โบกธงเอซ่าฮอลแลนด์หนักมาก อ่านทีนี่ลูบหน้าเลยค่ะ เขินโฮก//// ถ้าไม่ติดว่าเดินห้างอยู่คงกรี๊ดแน่ๆ ขอบคุณที่แต่งฟิคให้อ่านนะคะ

    • โบกธงไปด้วยกันนะคะ <33
      ยินดีที่ชอบด้วยเหมือนกันค่ะ

  2. พวกบ้าทำไมต้องมามีอะไรกันในห้องสมุด ไอ้ผีดุอะไรนี่ก็เพราะมาอึ้บกันบนนี้ใช่ไหม😂 อ่านแล้วก็เขินตอนเอซขอทอมเป็นแฟนทำไมต้องตอนมีอะไรกันด้วยละหลังทำอะไรเสร็จก่อนไม่ได้รึไง คนบ้า😂

  3. มารับ porn ก่อนไปเรียน อื้อหืออออ มีความดีงาม พออ่านถึงตอนจบแล้ว เขินนนนนแรงงงงง หวานไปอีกกกกก // ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ 🙂

  4. Moronfie

    เขินนนนนนนนนน /////// เขินไม่ไหวแล้วค่าาาาาา โอย อ่านไปยิ้มกรุ้มกริ่มไป รับpornแต่เช้า😅 ให้จิตใจแจ่มใส

    เกลียดความกวนประสาทของเอซ่าทุกขณะจิต ฮือออออ เขินมาก ขอบคุณนะคะะ 😊😊😊

    • อย่าเกลียดเอซ่าเลยนะคะ เป็นคนพูดไม่เก่ง แต่รักหมดใจ ♥
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์เช่นกันนะคะ ♥ ♥ ♥

  5. Pluto

    มารับpornอีกแล้วฮ่ะ 5555 จากเงียบๆใส่กันแต่ใครจะคิดว่า— 55 อยากได้ความชัดเจนก็ได้แล้วนะคะทอมม ฮิ้ววว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s