[SF] I’m a Good Boy | Colin x Ezra

Standard

 

untitled

I’m a Good Boy
Colin Farrell x Ezra Miller

For #SecretGradence

 

+

 

ตอนที่โคลินเลือกเอซร่า มิลเลอร์มาเป็นนายแบบงานชิ้นใหม่ เขาก็ไม่ได้คิดอะไรนอกจากว่าเอซร่าเป็นเด็กหน้าตาดี ที่รู้ว่าตัวเองหน้าตาดี มีเสน่ห์ล้นเหลือ แถมยังรู้จักใช้มันให้ถูกที่ถูกเวลา ไม่เอะอะก็ใช้มันพร่ำเพรื่อจนคนรู้สึกเบื่อง่ายๆ รู้จักบริหารเสน่ห์ด้วยการยิ้มน้อยๆ แต่พองาม ท่าทางตั้งอกตั้งใจฟังเวลาที่คนอื่นพูดเหมือนทุกคนเป็นพิเศษ คอยใช้ดวงตากลมหวานจับจ้องมาที่คุณในขณะที่คุณกำลังควบคุมสมองให้มีสมาธิในการพูดสิ่งที่อยู่ในหัว ก่อนจะบรรจงสะบั้นสติอันน้อยนิดของคุณทิ้งด้วยการหัวเราะอย่างสดใสและเป็นธรรมชาติที่สุด เมื่อคุณเผลอพูดอะไรประหลาดๆ ออกไป ทำให้ดูเหมือนว่าคุณแค่ปล่อยมุกตลกออกมา แถมมันก็ทำให้เขาประทับใจมากเสียด้วย ทั้งที่มันก็เป็นแค่ความโง่เง่าเต่าตุ่นของคุณก็เท่านั้นเอง

 

ตอนที่คุณคิดว่า คุณนี่โคตรเจ๋ง ทำให้เด็กหนุ่มหน้าตาดีขนาดนี้ประทับใจได้ ตอนนั้นนั่นแหละที่คุณไม่ได้รู้ตัวสักนิดว่าคุณได้กระโดดลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดเอาไว้เสียแล้ว

 

โคลินเฝ้ามองทีมงานของเขาไม่รู้กี่คนต่อกี่คนที่ตกหลุมเสน่ห์ของเอซร่า

 

บ้างก็พ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มจากริมฝีปากสีชาด

 

บ้างก็ยอมสยบให้กับแววตาซุกซนเบื้องหลังแก้วตาใสๆ คู่นั้น

 

ส่วนตัวเขาเอง…พยายามอย่างที่จะไม่กางเล็บออกมาตะปบเด็กนั่นอย่างที่จิตใต้สำนึกลึกๆ ปรารถนา

 

จะให้ตกหลุมพรางของลูกแมวน้อยที่เพิ่งจะหัดเดินเตาะแตะอย่างนั้นหรือ? เสียชื่อคนอย่าง โคลิน ฟาร์เรลกันพอดีน่ะสิ…ของแบบนี้มันต้องให้เด็กมันเดินมาตกหลุมของเขาต่างหาก ไม่ใช่เขาที่เป็นฝ่ายตกลงไปในหลุมนั่น แม้ว่ามันจะน่ากระโจนลงไปมากแค่ไหนก็ตาม

 

แชะ แชะ

 

“ขยับไปทางซ้าย…ก้มหน้าลงอีกนิด”

 

แชะ แชะ

 

“…ช้อนตาขึ้นมา เยี่ยม มิล่า เติมหน้าหน่อย พักสิบห้านาที”

 

สาวผมแดงที่ชื่อ มิล่า รีบปรี่เข้าไปเติมแป้งให้เด็กหนุ่มที่ยิ้มหวานรอรับทั้งแก้มแดงเรื่อ อากาศในสตูดิโอร้อนพอสมควร ทั้งที่เอซร่าก็แทบจะเปลือยทั้งตัวอยู่แล้ว แต่เพราะว่าต้องขยับตัวไปมาไม่หยุดร่วมชั่วโมงแล้ว ไหนจะไฟสปอร์ตไลท์ที่สาดแสงใส่เขาไม่หยุดจนตาพร่าไปหมด แล้วยังจะสายตาของผู้ชายที่ยืนอยู่หลังกล้องนั่นอีก…

 

“มิล่า…”

 

เอซร่าอ้อนหญิงสาวที่กำลังทาลิปมันให้ใหม่

 

“ว่าไงจ๊ะ พ่อหนุ่มน้อย”

 

มิล่าเป็นทีมงานผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ไม่เผลอลืมตัวไปกับรอยยิ้มของเอซร่า อาจจะเพราะว่าเจ้าตัวแต่งงานแล้ว แถมลูกสอง แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ เธอรู้จักเด็กคนนี้มาตั้งแต่ยังอยู่แค่ประถมต้น เด็กน้อยฉายแววหน้าตาดีมีเสน่ห์มาตั้งแต่ตอนนั้น แต่นั่นก็ทำให้มิล่ารู้ดีว่าเอซร่าน่ะเสแสร้งเก่งพอๆ กับบริหารเสน่ห์เลยล่ะ ไอ้ที่ชอบทำเป็นอ้อล้อคนไปทั่วก็เพราะว่าอยากจะให้ทุกคนชอบ พอโตขึ้นมาหน่อยก็ไม่ได้แยแสผู้คนขนาดนั้นแล้ว แต่มันดันติดเป็นนิสัยไปแล้ว แถมรู้ดีว่าทำแบบนี้อยากได้อะไรมีคนหามาให้ได้ทั้งนั้น

 

และที่สำคัญ…ก็อยากจะปั้นหน้าเป็นเด็กดีให้คุณอาเอ็นดูน่ะสิ ถึงได้ทำตัวน่ารักใส่ทุกคนเผื่อว่าคุณอาจะเอ็นดู

 

“คุณอาไม่สนผมเอาซะเลย”

 

ทำปากยื่นปากยาวใส่หญิงสาวที่รู้จักตัวเองดีอย่างไม่เขอะเขิน ไม่ได้ทำเพราะหวังอยากให้   มิล่าเป็นลมใส่เขาเหมือนอย่างที่คนอื่นในสตูดิโอเป็น แต่ทำเพราะรู้สึกไม่พอใจจริงๆ ถึงได้ทำแบบนี้ออกมา

 

“เขาก็สนอยู่นะ มองตาไม่กระพริบ”

 

เอซร่าถอนหายใจพรืด แต่มิล่าก็ว่าไปตามที่เห็น เธออาจจะไม่ได้รู้จักกับช่างภาพชื่อดังอย่างโคลินฟาร์เรลเป็นการส่วนตัว แต่จากที่เคยร่วมงานกันมาหลายครั้งหลายหน เธอก็พอบอกได้ว่าไม่บ่อยนักที่คุณฟาร์เรลจะมีท่าทีสนใจในตัวนายแบบหรือนางแบบคนไหนเป็นพิเศษ…อย่างที่ทำกับเอซร่าน่ะ

 

โชคร้ายหน่อยที่เด็กชอบเรียกร้องความสนใจอย่างเอซร่าดันมางอแงเอากับคนอย่างโคลิน ฟาร์เรลที่เวลาสนใจใครก็มักจะทำเมินเป็นพิเศษ (เป็นการแสดงออกที่ประหลาดดีแท้)

 

“ผมไม่อยากโตแล้วอะ”

 

เอซร่าเปลี่ยนเรื่องกะทันหันจนมิล่าตามไม่ทัน ได้แต่เลิกคิ้วด้วยแปลกใจในขณะที่แต่งผมหน้าม้าให้เอซร่าใหม่

 

“ทำไมล่ะ? เมื่อก่อนล่ะแง้วๆ อยากจะอายุยี่สิบไวๆ ไม่ใช่เหรอไง”

 

“ก็นั่นมันเมื่อก่อน”เด็กหนุ่มพึมพำ

 

เมื่อก่อนเอซร่าเคยทำใจกล้ารุกใส่คุณอา แต่ก็โดนบอกว่า ‘ฉันไม่ยุ่งกับเด็ก’ กลับมา เขาก็เลยอยากโตไวๆ จนตอนนี้ความสูงมันพุ่งพรวดพราดสมใจ แต่จู่ๆ เมื่ออาทิตย์ก่อนที่มาแคสติ้งงานนี้ คุณอาของเขากลับพูดใส่หน้าตาเฉยว่า ‘ไม่ใช่หนุ่มน้อยน่ารักแล้วนี่’ ทำเอาเอซร่าอยากจะกรี๊ดแล้วปาขวดนมแกลลอนใส่ตาลุงนี่เป็นบ้า

 

ไม่น่ารักเหรอ!?

 

แล้วไอ้ที่เขาพยายามทำตัวน่ารักใส่ชาวบ้านชาวช่องไปทั่วทั้งที่เบื่อการปั้นหน้าเป็นเด็กดีใจจะขาดมันเพราะใครล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะโคลินฟาร์เรลเคยชมว่าเขาเป็นเด็กน่ารักน่ะ

 

แต่พอเขาทำหน้าด้านรุกเข้าหาก็ดันตอกกลับมาเสียหน้าแทบหงายว่า

 

‘ไม่ยุ่งกับเด็ก!’

 

เอซร่าไม่มีปัญญาที่ไหนไปเร่งอายุได้หรอกนะ ก็ได้แต่นับวันรอให้เขาอายุยี่สิบไวๆ จนนี่ก็ใกล้แล้ว อีกแค่สามปีเท่านั้นแหละ

 

กินผักเหม็นเขียว กินปลาจืดๆ  ดื่มนมจนจะร้องออกมาเป็นวัว เข้าฟิตเนสที่เกลียดแสนเกลียดเพื่อให้ร่างกายมันดูไม่เด็ก แล้วตอนนี้ดันมาบอกว่าเขา ‘ไม่น่ารัก’ เนี่ยนะ!

 

มันน่าโมโห…

 

มิล่าหัวเราะออกมาที่เห็นเอซร่าหัวฟัดหัวเหวี่ยงเรื่องนี้

 

เธอเข้าใจเอซร่าที่โมโห เพราะต่อให้ขยันโปรยเสน่ห์เหมือนไม่ใช่เด็กอายุสิบเจ็ด แถมทำตัวแก่แดดแก่ลม (ใส่เธอ) แค่ไหนแต่ความจริงแล้วข้างในตัวเด็กคนนี้ก็เป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังสับสนและร้อนรนกับความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ข้างใน และไม่รู้จะทำยังไงให้ความรู้สึกของตัวเองได้รับการตอบรับ

 

และน่าสงสารซ้ำสองที่ต้องมาเจอกับตาลุงเจนโลกอย่างโคลิน ฟาร์เรล…

 

“เธอฝืนเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ เอซร่า”

 

มิล่าก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกันกับสถานการณ์แบบนี้ เธอไม่รู้จักโคลินดีพอที่จะสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องกับเอซร่าได้ แต่เธอมั่นใจว่าอีกฝ่ายก็สนใจเด็กหนุ่มนี่ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นก็คงไม่เรียกใช้บริการบ่อยๆ หรอก แล้วต่อให้บางทีเอซร่าไม่เหมาะกับคอนเซปท์งานแม้แต่น้อย แต่ก็ยังยัดเอาชื่อให้มาแคสติ้งอยู่ได้นี่

 

ไม่เรียกว่าสนใจจะให้เรียกว่าอะไร

 

“ผมต้องอกหักแหงเลยอะ มิล่า”

 

เด็กหนุ่มทำเสียงหงอยเสียจนเธออดไม่ได้ที่จะกอดเอาไว้เบาๆ

 

เอ็นดูเหมือนลูกชายกำลังมีความรักกับสาวรุ่นพี่ที่ดูยังไงก็ไม่มีความหวังยังไงก็ไม่รู้…หรือจริงๆ ต้องบอกลูกชายดันไปตกหลุมรักตาลุงท่ามากกันแน่นะ…

 

“พักพอแล้วมั้ง”

 

เสียงนุ่มติดแววไม่พอใจอยู่จางๆ ดังขึ้นมาทำให้เอซร่ากับมิล่าต้องผละออกจากกัน เด็กหนุ่มเดินไหล่ห่อท่าทางเหี่ยวเฉากลับไปทำงาน ส่วนมิล่าก็เดินกลับมาหลบมุมตามเดิม ในขณะที่ก็ลอบมองคุณฟาร์เรลที่ดูจะทำงานอย่างฉุนเฉียวกว่าเดิมขึ้นมาสักศูนย์จุดสองเปอร์เซ็น แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้มิล่าแอบยิ้มกับตัวเอง

 

จริงๆ เป็นคุณลุงที่หึงเงียบสินะ…แบบนี้มันต้องจัดให้หนัก

 

She’s a good girl

She’s Daddy’s favorite

 

กลิ่นบุหรี่หวานเอียนในสตูดิโอขนาดกลางมาจากร่างระหงที่นอนคว่ำอยู่บนฟูกและผ้าปูขนาดใหญ่น่าจะชวนให้อึดอัดเพราะห้องนี้เป็นห้องปิดแท้ๆ แต่คนที่อยู่หลังกล้องกลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลยสักนิด อาจจะเพราะว่าในหัวของเขากำลังเอาแต่คิดเรื่องของที่จรดมวนกระดาษลงบนริมฝีปากอยู่ก็ได้ ถึงได้ไม่มีแก่ใจรู้ตัวว่าทั้งห้องมันเต็มไปด้วยควันและกลิ่นเอียนนี่ไปหมดแล้ว

 

ควันสีเทาถูกพ่นขึ้นไปในอากาศในขณะที่เจ้าตัวขยับพลิกมานอนหงายแล้วปล่อยให้แขนข้างที่ว่างอยู่ตกไถลไปกับพื้นไม้เก่า ในหัวคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเท่าที่นิโคตินที่อัดเข้าไปในปอดจะอำนวยให้สามารถคิดอะไรได้ เรียวขายาวยกขึ้นตั้งฉากอย่างลืมตัว ทำให้ผ้าสีขาวผืนบางเลื่อนหลุดลงมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เจ้าตัวเลิกคิ้วราวกับเพิ่งรู้สึกตัว พอพลิกตัวหมายจะหยิบผ้าผืนนั้นกลับมาคลุมตัวดังเดิม เสียงถอนหายใจก็ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงกดชัตเตอร์ที่เงียบลงไป

 

“พักก่อนไหม?”

 

คนที่นิ่งเงียบมาเป็นชั่วโมงเอ่ยขึ้นในที่สุด ใบหน้าขาวฉีกยิ้มหวาน แต่คนมองปราดเดียวก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเสแสร้งไปอย่างนั้นเอง

 

“จะดีเหรอครับ?”

 

โคลินถอนหายใจออกมาหนักๆ ทั้งเพราะปวดหัวกับเจ้าตัวแสบและความคิดลามกของตัวเองนั่นแหละ นึกบ่นด่าอะไรอยู่ในใจไปเรื่อยในขณะที่คว้าเอาเสื้อคลุมไปให้คนที่เปลี่ยนเป็นลุกขึ้นมานั่งด้วยท่าทางหมิ่นเหม่…สำเหนียกสักนิดเถอะว่าไม่ได้มีอะไรปิดร่างกายเลยแม้แต่น้อย

 

“ใส่เสื้อผ้าหน่อยเถอะ เห็นไปถึงไหนต่อไหนหมดแล้ว”

 

โคลินดุเบาๆ ไม่ได้จริงจังอะไรนัก แล้วก็รู้ด้วยว่าต่อให้ดุจริง เจ้าเด็กเอซร่า มิลเลอร์มันก็ไม่ได้สะทกสะท้านกับความผิดของตัวเองนักหรอก ดูได้จากหน้าตาร่าเริงนั่นปะไร เคยรู้สึกผิดที่ทำให้เขาเสียการเสียงานเสียที่ไหนเล่า

 

เขาปล่อยให้เจ้าตัวลุกขึ้นแต่งตัวให้เรียบร้อย ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นก็ได้ แต่แค่บอกตัวเองให้ตั้งใจทำงานในขณะที่อีกฝ่ายขยันอ่อยเขาตลอดชั่วโมงการทำงานแบบนี้ก็อยากจะปรบมือให้ตัวเองว่าเก่งเหลือเกินมากพอแล้ว ไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงด้วยการยืนมองเจ้าตัวใส่เสื้อผ้าหรอกนะ       อีกอย่าง…ถ้าตอนนี้ได้บุหรี่สักมวนก็คงดีมาก น่าเสียดายที่ตัวสุดท้ายมันหมดไปตั้งแต่เช้าแล้ว และเขาก็ยังไม่มีเวลาออกไปซื้อใหม่ เพราะต้องมาทำงานนี่เสียก่อน ก็เลยได้แต่เดินออกมายืนพิงหน้าต่างมองหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาอยู่ด้านนอกนี่ไง

 

“ไม่หนาวเหรอครับ”

 

แต่ถึงจะอยากอยู่คนเดียวมากขนาดไหน คนที่เดินนวยนาดมากอดอ้อนเขาก็คงไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่

 

“ไม่นี่ หนาวหรือไง”

 

โคลินเอียงหน้ากลับมามองคนที่เอียงแก้มลงซบกับบ่าของเขา แก้มขาวๆ กลายเป็นสีชมพูไปหมด ขนาดขยันอัดบุหรี่เขาไปเสียขนาดนั้นแก้มยังแดงขนาดนี้ ก็อย่างว่าแหละนะ…ต้องมานอนเปลือยทั้งตัวตอนฤดูหนาว แถมมีแค่ผ้าบางๆ ผืนเดียวห่มตัว ไม่หนาวนี่สิแปลก ถึงเขาจะเปิดฮีทเตอร์แล้วก็เถอะ

 

“อือ…”

 

เอซร่าครางรับเบาๆ เมื่อโคลินหมุนตัวกลับมากอดเจ้าตัวเอาไว้ มือหนาสากลูบไล้ไปตามแขนขาวของเด็กหนุ่ม ไม่ได้มีเจตนาจะลวนลาม เพียงแค่อยากจะให้อีกฝ่ายรู้สึกอุ่นขึ้นมาอีกนิดก็เท่านั้นริมฝีปากแดงเหยียดยิ้มด้วยความพอใจ ก่อนจะเบียดตัวเข้าหาอีกฝ่ายทีละนิด ปลายนิ้วเรี่ยไปตามแนวสันคอของโคลิน ก่อนจะกระซิบด้วยเสียงหวานๆ ข้างหู

 

“แล้ว…ที่บอกว่าเห็นไปถึงไหนต่อไหน…….นี่ถึงไหนเหรอครับ คุณอา”

 

โคลินเพิ่งจะเห็นเดี๋ยวนี้เองว่าเสื้อคลุมที่เขาส่งให้เอซร่าสวมเมื่อสักครู่ถูกคลุมเอาไว้แค่ลวกๆ เท่านั้น สาบเสื้อเปิดกว้างเสียงจนเห็นผิวเนียนใต้ร่มผ้า ไปจนถึงอะไรต่ออะไร ไหนจะสายรัดที่ผูกเอาไว้ไม่แน่น พอเผลอก้มลงไปมองก็เห็นต้นขาขาวแน่นหนับที่เกือบจะเห็นขึ้นไปมากกว่านั้น พอสบตาเข้ากับดวงตาสีเข้มก็เห็นแววสนุกของเจ้าตัว ก็เพิ่งรู้ตัวตอนนั้นเลยว่าโดนเด็กมันหลอกเล่นตั้งอยู่ได้ตั้งนาน

 

“ขี้ยั่วนักนะ ตัวแสบ”

 

เอซร่าหัวเราะคิกคัก ไม่สนใจว่าคุณอาจะทำเสียงดุแค่ไหน เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีทางโกรธเขาจริงๆ หรอก เพราะอย่างนี้ถึงได้ย่ามใจชอบแกล้งให้คนอายุมากกว่าหัวเสียอยู่เรื่อย เพราะรู้ดีว่าต่อให้แกล้งแรงกว่านี้ แต่ถ้าทำตัวน่ารักๆ หน่อย เดี๋ยวคุณอาก็หายโกรธแล้ว

 

“เมื่อก่อนไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลย ทำไมโตมาถึงได้แสบแบบนี้ หืม?”

 

เด็กแสบของคุณอาทำเป็นยู่หน้าใช้ความคิด ทั้งที่ความจริงก็ไม่ได้คิดถึงเหตุผลอะไรหรอก เขาก็เป็นของเขาแบบนี้มาตั้งนานแล้ว แล้วก็ใช่ว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้เสียหน่อยว่าเขานิสัยเสียแบบนี้ ก็แค่เมื่อก่อนเขายังไม่ใจกล้า หน้าด้าน หรือจะเรียกว่ายังใสซื่อ บริสุทธิ์ ไม่ทันโลก อยู่ก็ได้  คิดแล้วก็นึกขำไม่น้อย…ก็เมื่อก่อนน่ะ ถึงจะชอบคุณอามากแค่ไหนก็ไม่เคยใจกล้ารุกหาตรงๆ แบบนี้สักครั้ง (จริงๆ ก็เคยอยู่หนึ่งครั้ง) สบตาได้เกินห้านาทีก็นับว่าเก่งมากแล้ว แล้วดูตอนนี้สิ…ให้แก้ผ้าคลานเข้าหาคุณอายังถือว่าธรรมดาไปแล้วเลย (ทำบ่อยแล้ว)

 

อันที่จริงต้องยกความดีความชอบให้มิล่า พี่สาวใจดีที่คอยให้ความร่วมมืออยู่เงียบๆ ในการทำให้คนปากหนัก ท่าเยอะ แถมหึงเงียบให้เลิกทำตัวเงียบๆ แล้วแสดงความเป็นเจ้าของออกมาอย่างโฉ่งฉ่างน่ะ

 

จริงๆ มันก็ไม่ได้โฉ่งฉ่างอะไรขนาดนั้น เพียงแค่ต้องใช้ความอดทนประมาณสามปีและมันค่อนข้างจะน่าอายนิดหน่อยที่ต้องเดินตัวแดงแจ๋ไปหามิล่าแล้วบอกให้ช่วยเอารองพื้นกลบจ้ำแดงๆ ทั่วตัวนี่ให้ที

 

เชื่อแล้วว่าคนอย่างโคลินฟาร์เรลยึดสัจจะของตัวเองขนาดไหน

 

ไม่ยุ่งกับเด็ก แต่ชอบคนที่ทำตัวน่ารัก

 

คืนที่เขาอายุครบยี่สิบปีก็เลยได้ทำตัวน่ารักสมใจอยาก

 

ไม่บอกก็รู้ว่าคุณอาใช้ความอดทนอย่างมากในการพยายามอ่อนโยนสำหรับครั้งแรกของเด็กหนุ่มอายุยี่สิบที่ยังสดอยู่มาก ประสบการณ์บนเตียงไม่ถึงกับศูนย์ แต่เชื่อได้เลยว่าเทียบชั่วโมงบินกับผู้ชายที่อายุห่างกันร่วมยี่สิบปีคนนี้ไม่ได้แน่

 

แต่เอซร่าต้องการโคลินมากเกินกว่าจะยอมให้อีกฝ่ายออมมือ เด็กหนุ่มแสดงท่าทีเชิญชวนทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวออกมา ทำให้สุดท้ายความอดทนของคุณอาจบลงด้วยการที่คืนนั้นเอซร่าได้เป็นเด็กน่ารักของคุณอาจริงๆ ร่างกายทุกส่วนบิดเร้าไปตามคำหวานและจังหวะการชักนำของคุณอาอยู่ฝ่ายเดียว แววตาหวานฉ่ำกอปรกับริมฝีปากแดงที่สั่นน้อยๆ ทุกครั้งที่เอ่ยปากออดอ้อนขอร้องให้คุณอาทำตามใจปรารถนา

 

เอซร่าโอบแขนขาวรอบลำคอของโคลินแน่นขึ้นทุกครั้งที่อีกฝ่ายเน้นจังหวะอ่อนหวานให้กลายเป็นหนักหน่วงคล้ายกับจะแกล้งเล่น เสียงกระซิบสั่นพร่าดังรัญจวนอยู่ข้างหู ร่างกายของเอซร่าซื่อตรงเช่นเดียวกันปากและสายตา ไม่มีตอนไหนเลยที่เด็กหนุ่มคนนี้จะไม่แสดงออกว่าชอบและต้องการเขาเสมอ

 

กว่าที่คุณอาจะยอมปล่อยให้เด็กดีเป็นอิสระก็เกือบฟ้าสาง แต่ก็ยังมิวายเหลือแรงออกปากทวงของขวัญวันเกิดได้น่าหมั่นเขี้ยวเอามากๆ โคลินก็เลยจัดของขวัญวันเกิดให้อีกรอบจนคราวนี้เอซร่าหมดแรงสลบเหมือดไม่ตื่นขึ้นมางอแงกับคุณอาอีกเลยจนกระทั่งบ่ายสามโมง

 

“ใจลอยไปไหนแล้ว”

 

คำถามที่ลอยชิดติดใบหูดึงเอซร่ากลับมาจากความทรงจำเมื่อครั้งกระโน้นให้มาสนใจคนในความทรงจำที่ตอนนี้ทอดสายตามองมาที่เขาด้วยเสน่หาอย่างไม่ปิดบังอย่างแต่ก่อน

 

“คิดถึงตอนที่คุณอาจับผมกินครั้งแรกไงครับ”

 

เอียงคอยิ้มน้อยๆ อย่างน่าเอ็นดู แต่ดูน่าหมั่นไส้ในสายตาของโคลินเสียมากกว่า…เด็กมันร้ายขึ้นทุกวัน แต่จะโทษใครได้นอกจากตัวเองนี่แหละที่เผลอตัวไปเสียได้ ทั้งที่ก็บอกตัวเองแต่แรกแล้วว่าจะไม่ยอมเป็นฝ่ายตกหลุมพรางของอีกฝ่ายแน่นอน ที่ไหนได้…ก็หน้าคะมำลงมาอยู่ตรงนี้นี่ไง แถมยังเป็นเพราะว่าเอซร่าอยู่กับเขาแทบทุกวันมาตลอดหลายปี จากเด็กดีที่เคยว่านอนสายง่ายก็กลายเป็นแม่เสือที่พร้อมจะตวัดกรงเล็บใส่โคลินทันทีถ้าเขาเผลอทำอะไรไม่ถูกใจเจ้าตัวน่ะ

 

ดวงตากลมฉ่ำเยิ้มปรือขึ้นมองด้วยสายเย้ายวน รอยยิ้มหวานบนใบหน้าสวยเชิญชวนให้บดขยี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ปลายนิ้วเลื่อนไถลลงมาจากลำคอไล่ไล้ไปตามแนวบ่ากว้าง ก่อนจะสอดผ่านสาบเสื้อที่ถูกเขี่ยให้แบะออกกว้างจนเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างอยู่รำไร

 

“คุณอาจำได้หรือเปล่าครับ?”

 

ถ้อยคำออดอ้อนออเซาะน่าตี แต่โคลินรู้ดีว่าที่อีกฝ่ายกำลังชวนไม่ใช่การตีธรรมดาแน่ ถึงได้ยอมจำนนปล่อยให้เด็กหนุ่มดึงตัวลงไปนอนราบกับพื้น โดยที่มีเจ้าตัวขยับขึ้นคร่อมร่างของเขาเอาไว้ รอยยิ้มหวานละมุนประดับอยู่บนใบหน้าทำให้สายตาแทบพร่ามัว แต่ใช่ว่าคนอย่างโคลินฟาร์เรลจะกลายเป็นเสือสิ้นลายแค่เพราะเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวลูกคนเดียวเสียเมื่อไร เมื่อเอซร่าเอาแต่หยอกล้อคลอเคลียไม่ยอมทำอะไรให้มันเป็นชิ้นเป็นอันเสียที แม่เสือน้อยก็ถูกเสือรุ่นพ่อตะปบเข้าให้จนต้องครางหวิว พอถูกรุกไล่เข้ามากๆ ก็รีบเอาตัวรอดด้วยการดิ้นหนี รู้สึกหน้าร้อนหน่อยๆ ที่ถูกจับจ้องด้วยดวงตาคมและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ไม่ได้เห็นมาตั้งนานนม

 

“วันนี้อยากเป็นเด็กดีหรืออยากเป็นตัวแสบหืม?”

 

Forget what you thought

‘Cause good girls are bad girls that haven’t been caught

So just turn around and forget what you saw

‘Cause good girls are bad girls that haven’t been caught

 

ผิวกายที่เคยเย็นเยียบเพราะอากาศหนาว กลับกายเป็นร้อนผะผ่าวขึ้นมาจนแทบจะมอดไหม้ คนหนึ่งก็เย้ายวนจวนเจียนให้คลั่งตาย อีกคนหรือก็บดเบียดร่างกายแนบแน่นเสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่รดรินเข้าหากันและกัน

 

จังหวะที่ต่างรู้ใจพาให้คนทั้งคู่ให้หลอมละลายเข้าหากัน

 

แว่วหวานเสียงครางเครือแสนสุขสมสลับกับกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทว่าพึงพอใจ ใบหน้าหวานยุ่งเหยิงด้วยความสับสน เพราะถูกเติมเต็มด้วยตัณหาและแรงปรารถนาไม่หยุดหย่อน

 

ยิ่งเอซร่าเว้าวอนด้วยหยดน้ำตาและเสียงร่ำร้องมากเพียงใด โคลินก็ยิ่งตอบสนองให้ถึงอกถึงใจให้อีกฝ่ายดิ้นเร่าด้วยความทรมานมากขึ้นเท่านั้น

 

เส้นผมสีดำสลวยยุ่งเหยิงกระเซิงไม่เป็นทรง เช่นเดียวกับแผ่นหลังแอ่นเกร็งจนหยัดโค้งขึ้นจากพื้นไม้ บรรจงกรีดคมเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างทิ้งรอยเอาไว้ให้รู้สึกแสบๆ คันๆ เล่น

 

จังหวะเร่งเร้าทำเอาสมองร้อนผ่าวกลายเป็นสีขาวโพลน สั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างกายและหัวใจ อารมณ์หวามทะยานขึ้นสูงลิ่วคล้ายจะไม่มีวันจบสิ้น ทันใดนั้นก็รู้สึกวูบโหวงไปหมดจนเหมือนลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะตกลงมาอย่างรวดเร็ว

 

ลมหายใจถี่กระชั้นไม่เป็นจังหวะเมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง สุขสมและอิ่มเอมจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูก แต่ถึงให้พูดออกมาตอนนี้ก็คงจะไม่มีแรงเหลือ ได้แต่โอบกอดร่างของคนที่เพิ่งจะป้อนความรักจนทะลักล้นเอาไว้แนบแน่นแทนคำบอกว่ามีความสุขเพียงไร

 

“เหนื่อยจัง…ทำงานไม่ไหวแล้วอะ”

 

โคลินหลุดหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูกับคำพูดนั้น…เด็กนี่เห็นเขาเป็นคนแบบไหนกัน เขาไม่ได้ใจร้ายขนาดจะบังคับขู่เข็นให้ทำงานทั้งที่สภาพแทบลุกยืนไม่ขึ้นแบบนี้หรอกนะ

 

“เห็นแก่ว่าเป็นเด็กดี…ค่อยถ่ายต่อพรุ่งนี้ก็ได้ ฉันไม่ใจร้ายหรอก”

 

เอซร่าลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอกในขณะที่กอดคอโคลินที่วันนี้บริการอุ้มไปนอนพักผ่อนที่เตียง แถมยังทำความสะอาดคราบไคลให้เสียจนเรี่ยมเร้โดยที่เอซร่าไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากนอนเฉยๆ แล้วครางเบาๆ ด้วยความพอใจที่อีกฝ่ายคอยเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ

 

คิดถูกสินะที่เมื่อกี้ทำตัวเป็นเด็กดี ไม่อย่างนั้นต่อให้ยอกไปทั้งตัว ก็คงต้องลุกขึ้นมาทำงานต่อจนกว่าคุณช่างภาพเขาจะพอใจน่ะ

 

ก็บอกแล้วไง…ว่าเรื่องเสแสร้งเป็นเด็กดีเนี่ย ถนัดนักล่ะ

 

แล้วอย่าไปบอกคุณอานะครับ

 

Whoa oh oh oh oh whoa oh

Good girls are bad girls that haven’t been caught

 

Advertisements

6 thoughts on “[SF] I’m a Good Boy | Colin x Ezra

  1. CE

    สุดยอดเลยค่ะ โฮรววววววว //กัดผ้าห่มอย่างก้าวร้าว ยัยหนูแซ่บมากกกก เซ็กซี่ นอว์ตี้ บิชชี่สุดๆ เผ็ชชชชชช ดีต่อจรัยแม่เหลือเกิน -.,- คุณอาที่ว่าแน่ยังตามเด็กแสบไม่ทันเลยนะเนี่ย แสบจริงๆ ดีงามมากค่ะ 👍👍👍❤️❤️❤️

    • ขอบคุณมากค่า
      ยกความดีความชอบให้บัดดี้เราที่รีเควสเด็กแสบเลยค่ะ 55

  2. แซ่บสุดดดดด น้องซนมากๆ แบบว่า โอ้ยยยย กรี๊ดแรงมากเลยค่ะ เซ็กซี่ บรรยายดีมากเลยค่ะ เขินไมาหมดแล้ววว❤❤❤

      • ขอบคุณที่แต่งฟิคชวนกรี๊ดแบบนี้ออกมากเหมือนกันค่ะ 😁

  3. pukkyeols

    งู้ยยยย อ่านแล้วฟินมาก
    ชอบความแสบของเด็กและความขี้ใจอ่อนระทวยของคนแก่มากค่ะ อรั้ยยยยย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s