[SF] The Scientist | Asa x Tom

Standard

Day3

10th Song: The Scientist

 

+

 

เอซ่ากำลังนอนอยู่ในห้อง นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตอนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ดวงตาสีฟ้าเหลือบไปมองมันเล็กน้อย ก่อนจะกดปิดเสียงน่ารำคาญนั่น ปล่อยให้มันสั่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคนที่ปลายสายยอมแพ้ไปเอง

 

เงียบเสียที…

 

เอซ่าม้วนตัวเข้ากับผ้าห่มผืนโต ซุกตัวเองเอาไว้กับความมืด ปล่อยให้ความอุ่นจากผืนผ้าโอบกอดตัวเองไว้ ในหัวกลับไปคิดเรื่องเดิมอีกครั้งก่อนที่เสียงรบกวนก่อนหน้าจะดังขึ้นขัดจังหวะ

 

คิด…

 

คิด…

 

คิดถึงความผิดของตัวเองที่เพิ่งจะทำตัวไม่ดีออกไป ปากก็แย่ นิสัยก็เสีย แถมยังทำให้อีกคนเสียน้ำตา จะมีใครแย่งรางวัลไอ้เห่ยประจำปีไปจากเขาได้อีกนะ

 

เอซ่าถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง ขยี้เส้นผมสีดำสนิทของตัวเองแรงๆ ด้วยความงุ่นง่าน

 

แขนยาวเอื้อมมือไปหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา เขาไม่สนใจมิสคอลเป็นร้อยจากเพื่อนของเขา คนเดียวที่เขาสนใจคือคนที่ไม่คิดจะโทรหาเขาเลยตั้งแต่เกิดเรื่องต่างหาก คนที่ปกติจะคอยโทรมา ส่งข้อความมาหาเขาอยู่เรื่อยวันละหลายครั้ง แต่ตอนนี้มันกลับเงียบสนิท เหมือนอีกฝ่ายไม่อยากจะติดต่อหรือมีปฏิสัมพันธ์อะไรกับเขาอีกแล้ว

 

ถ้ามีสิแปลก…ก็เพิ่งเลิกกันไปนี่ แถมยังเป็นการเลิกกันที่ห่วยแตกมากด้วย

 

.

 

.

 

.

 

“เอซ่า! ฟังที่ฉันพูดบ้างรึเปล่า”

 

เอซ่าไม่ได้ฟังและไม่ได้สนใจสักนิดว่าคนตัวเล็กที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างหลังกำลังพูดอะไร หรือจะพูดอะไร เขากำลังจดจ่ออยู่กับการเล่นเกมตรงหน้า…มากเกินไป จนลืมไปว่าควรจะสนใจคนจริงๆ ตรงหน้ามากกว่าเกมในหน้าจอคอมพิวเตอร์ อย่างน้อยก็ในตอนที่อีกฝ่ายยืนหายใจร่วมห้องกับเขา

 

“เอซ!”

 

“น่ารำคาญน่า ทอม”

 

“…”

 

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เอซ่าพูดแบบนั้น แต่มันเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายไม่โต้ตอบอะไรกลับมาเลยแม้แต่คำเดียว

 

กว่าจะรู้ตัวว่าห้องมันเงียบเกินไป อีกฝ่ายเงียบเกินไป เขาก็เกือบหันกลับมาไม่ทันแล้วตอนที่ทอมกำลังจะออกจากห้องเขาไป เอซ่าผละจากเกมตรงหน้าไปคว้าแขนของทอมเอาไว้ได้ทัน แต่คนตัวเล็กไม่ยอมมองหน้าเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ทอมเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แต่เอซ่าเห็นว่าสีหน้าทอมไม่ค่อยดีเท่าไร ไม่หรอก…ทอมไม่ได้ร้องไห้ ซึ่งนั่นดีมากแล้วสำหรับเอซ่า เพราะถ้าหากทอมร้องไห้ เขาคงเกลียดตัวเองมากกว่านี้สักร้อยเท่า แต่ไม่ได้แปลว่าขอบตาแดงๆ ของทอมจะทำให้เอซ่ารู้สึกดี

 

“ทอม”

 

“…”

 

“ทอม…เฮ้ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

 

“ไม่เป็นไร เอซ”

 

“ทอม อย่าพูดอย่างนั้น ฉัน—“

 

“ฉันจะกลับบ้าน”

 

“ทอม…”

 

“…”

 

“ทอม ได้โปรด…มองหน้าฉันหน่อย อย่าทำแบบนี้เลย ฉันขอ–“

 

“ไม่เป็นไร เอซ่า นาย…เล่นเกมไปเถอะ ฉันจะไม่มากวนแล้ว

 

.

 

.

 

.

 

‘ไม่มากวนแล้ว’ ของทอมนั้นมีความหมายตรงตามตัวอักษรทุกประการ

 

ถ้าเอซ่าฉลาดกว่านี้สักนิดหรือเฉลียวใจสักหน่อย เขาก็น่าจะรู้ว่าไม่ควรปล่อยให้ทอมออกไปจากห้องวันนั้นเลย เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็…ราวๆ เดือนกว่าได้แล้วมั้ง ที่ทอมไม่ยอมมาเจอเขาเลย ไม่แม้แต่จะรับโทรศัพท์ ตอบข้อความ หรืออะไรทั้งนั้น แต่เขาไม่ได้กังวลว่าทอมจะเป็นอะไร ไม่ใช่ว่าเขายังคงเป็น (อดีต) แฟนสุดห่วย แต่เพราะทอมยังคงมีความสุขดีผ่านโลกโซเชี่ยลที่เอซ่าเห็น เจ้าตัวยังคงยิ้มได้ ไปเที่ยวกับเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่ อัพอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ได้แสดงถึงความเศร้าสักนิด ทอมอาจจะรู้ตัวในที่สุดแล้วก็ได้ล่ะมั้งว่าชีวิตที่ไม่มีเอซ่าน่ะมันดีกว่าเป็นไหนๆ ไม่ได้บอกเลิกตรงๆ แต่ตัดการติดต่อทุกอย่างแบบนี้ มันก็เหมือนเลิกกันไปแล้วนั่นล่ะ

 

นิ้วยาวเลื่อนไถผ่านหน้าฟีดอินสตาแกรมของทอม

 

รูปของกิน

 

รูปสวนสาธารณะ

 

รูปหมา

 

รูปเพื่อนสนิท

 

รูปตัวเอง…

 

รอยยิ้มบนใบหน้าของทอมทำเอาเอซ่าหยุดชะงัก

 

เขาไม่ได้เห็นยิ้มกว้างๆ ของทอมมานานเท่าไรแล้วนะ…ตั้งแต่ที่เริ่มคบกับเขา?

 

มันน่าตลกดีที่รอยยิ้มกว้างของทอมเป็นสิ่งที่ทำให้เอซ่าสนใจ เขาตกหลุมรักรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทอมจนเผลอมองตาม ยอมหลุดจากโลกของตัวเองเพื่อไปเข้าหาทอม เข้าไปพูดคุย จนในที่สุดก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของทอมไป

 

แล้วมันตั้งแต่เมื่อไรที่เขาเริ่มทำตัวแย่ใส่ทอม

 

เขาใส่ใจทอมน้อยลงมาก

 

มากเสียจนทอมเองก็อาจจะคิดล่ะมั้งว่าเขาไม่ได้รักแล้ว? นั่นเป็นส่วนที่แย่ที่สุดของเรื่องนี้ เพราะเขายังรักทอม รักมากๆ ยังรักเหมือนเดิม รักคนที่ทำให้โลกของเขาสดใสขึ้นเยอะ และเขาไม่อยากจะเสียคนๆ นี้ไป

 

แล้วยังไง แล้วเขาจะนั่งเป็นไอ้ขี้แพ้อยู่แบบนี้น่ะเหรอ

 

ไม่หรอก…

 

มันต้องไม่จบแบบนี้สิ

 

เอซ่ากดไปที่มิสคอลที่พยายามโทรเข้ามา ทันทีที่ปลายสายรับ เขาไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายต่อว่าอะไรเขา เพราะมันเสียเวลามากไป หลังจากนี้จะด่าเขาเท่าไรก็ค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้มันต้องช่วยเขาก่อน

 

“มึงบอกมาทอมอยู่ไหน”

 

.

 

.

 

.

 

เอซ่ายืนกังวลอยู่หน้าบ้านของทอม

 

โอเค สายสืบของเขามันให้ข่าวมาตามนี้ว่าถึงทอมจะดูมีความสุข ชีวิตดี๊ ดี ที่ไม่มีเอซ่า แต่เอาเข้าจริงทอมก็ไม่ค่อยปกติเท่าไร หมายถึง ทอมไม่ได้คร่ำครวญให้ใครเห็น แต่ยิ้มของทอมก็ไม่ค่อยเต็มที่ หรือเวลาที่ลับตาคนทอมก็มักจะทำหน้านิ่งๆ หรือไม่ก็เหม่อลอยนิดหน่อย

 

เป็นสัญญาณที่ดีว่าเอซ่าก็ไม่ได้หมดโอกาสที่จะแก้ตัวขนาดนั้น ก็ภาวนาขอให้ทอมยังไม่เกลียดเขาก็แล้วกัน

 

เขาส่งข้อความไปหาทอมประมาณสิบนาทีแล้ว และทอมอ่านมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เอซ่าก็ยังส่งข้อความต่อไป ทอมก็ยังคงอ่านเหมือนเดิม และไม่ได้ตอบเหมือนเดิม แต่เอซ่าไม่โทษทอมหรอก มันก็ออกจะ…นานอยู่นะ กว่าที่เอซ่าจะรู้สึกตัวว่าควรจะมาขอโทษทอม ปล่อยให้เวลามันผ่านมาตั้งเดือนกว่านี่มันนานกว่าที่ควรสินะ

 

เอซ่าเกือบทำโทรศัพท์ในมือหล่น เมื่อจู่ๆ คนในโทรศัพท์ก็ปรากฏตัวขึ้นหลังกรอบประตูไม้ที่เขามายืนอยู่นานสองนาน ทอมอยู่ในชุดอยู่บ้าน หน้าตาเรียบเฉย แต่เอซ่าก็แอบเห็นว่าตาของทอมนั้นบวมตุ่ย

 

“มาทำไม” เสียงที่เอ่ยทักเขาเป็นครั้งแรกฟังแล้วบาดใจ

 

“ก็…มาง้อ”

 

ถ้าไม่ได้ตาฟาด เอซ่าเห็นว่าทอมพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกแรงมาก ถ้าเป็นการทะเลาะกันตามปกติ เอซ่าคงถือวิสาสะเข้าไปกอดทอมทั้งตัวและโยกหัวไปมาอย่างทุกครั้งให้ทอมโวยวายเล่นแล้ว แต่คราวนี้มันไม่เหมือนกัน เอซ่าก็เลยไม่กล้าพูดอะไร ไม่แม้แต่จะกล้าขยับเข้าไปหาทอมมากกว่านี้ด้วยซ้ำ

 

เขารู้สึกว่าทอมอาจจะยังต้องการระยะห่างอยู่

 

“ช้าไปปะ”

 

ก็หวังว่าจะไม่…

 

ทอมทำเสียงขึ้นจมูกอีกครั้งที่อ่านสายตาของเอซ่า

 

“รู้เหรอว่าทำอะไรผิด”

 

“ก็ปากไม่ดี”

 

“เหมือนทุกที”

 

“ครับ เหมือนทุกที”

 

เอซ่าทำเสียงหงอย

 

ปกติทอมไม่ดุเอซ่าบ่อยนักหรอก ส่วนมากก็แค่บ่นไปตามเรื่องตามราว ไม่ได้ว่าอะไรจริงจัง แต่เขาบอกรึยังนะว่าทอมน่ะเป็นคนดุใช้ได้เลย

 

“รู้ไหมว่าฉันเบื่ออะไรแบบนี้”

 

เอซ่าขมวดคิ้วที่ทอมพูดแบบนั้น เพราะมันฟังดูเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีเท่าไร แต่อย่างน้อยก็ไม่แย่นัก…ล่ะมั้ง

 

“แต่ฉันเบื่อที่เราเป็นแบบนี้มากกว่า”

 

เอซ่าขยับเข้าไปหาทอม…เร็วเกินไปนิด เพราะทอมชะงักแล้วเกือบจะถอยหลัง แต่ทอมก็หยุดตัวเองไว้ได้ทัน นั่นทำให้เอซ่าเลือกที่จะค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะที่ศอกของทอม ออกแรงรั้งเบาๆ คล้ายจะขออนุญาต ซึ่งทอมก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร แขนยาวของเอซ่าโอบรอบตัวทอม กดจูบแผ่วเบาที่กลุ่มผมหอมแชมพูอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะที่ขยับมือออกมาประคองใบหน้าของทอมให้สบตากันอีกครั้ง

 

“ขอโทษนะครับ”

 

เอซ่ารู้ดีว่าเป็นคนผิด และเขาก็ไม่ว่าอะไรเลยที่ทอมจะชกกำปั้นหนักๆ ใส่เข้าที่ท้องของเอซ่าซ้ำไปซ้ำมา

 

เจ็บอยู่ แต่ยอม…

 

“นายมันห่วยแตก เอซ่า”

 

“ครับ ห่วยที่สุดในโลก”

 

“จะไม่มีคราวหน้าแล้วนะ จำไว้เลย ไอ้งี่เง่า”

 

เอซ่าจะต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ว่าไม่มีคราวหน้า ไม่มีคราวหน้าให้เขาตัวงี่เง่าเกินเยียวยาแล้วทอมจะให้อภัยอีก

 

Nobody said it was easy

It’s such a shame for us to part

Nobody said it was easy

No one ever said it would be so hard

I’m going back to the start

butterfield_size3

Advertisements

2 thoughts on “[SF] The Scientist | Asa x Tom

  1. Pluto

    แหมมม สนในแต่เกมส์โดนทอมงอนขนเข็ดเลยสิเอซ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s