[SF] Stärker (Weigl x Kimmich)

Standard

Stärker | Weigl x Kimmich

 

+

 

มันเป็นเกมที่น่าเสียดาย…

 

ผมไม่อยากจะโทษใครหรือว่าอะไร

 

พวกเราทำกันเต็มที่ เพียงแต่พวกเราไม่สามารถจบสกอร์กันได้เอง

 

มันมีทั้งเสา ทั้งคาน ทั้งนก ผู้รักษาประตูอีกฝ่ายก็ยอดเยี่ยม เรามีทุกๆ อย่าง ยกเว้นดวง

 

ความจริงผมก็รู้สึกหวั่นใจอยู่นิดหน่อยที่ทีมของเราเจอแต่ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ

 

แต่ศักยภาพของทุกคนในทีมไม่เคยเป็นที่น่าสงสัย ผมจึงเดินเข้าสู่สนามด้วยความมั่นใจ

 

ผมพยายามทำทุกๆ นาทีในสนามให้มีประโยชน์กับทีม กับแฟนๆ ของเรา เพียงแต่มันไม่มากพอที่เราจะคว้าชัยชนะ

 

ผมรู้สึกอึดอัดอยู่ข้างในจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมา

 

ผมไม่กล้าแม้แต่จะพยายามคิดด้วยซ้ำว่าควรพูดอะไรดี

 

ผมกลัวว่าก้อนใหญ่ๆ ที่จุกอยู่ตรงคอมันจะหลุดออกมา แล้วหลังจากนั้นอะไรต่อมิอะไรมันก็จะตามมาด้วย

 

ผมจึงได้แต่ก้มหน้าลงมองที่พื้นสนามที่ผมรัก แล้วข่มอารมณ์เอาไว้ในใจ จนขอบตาของผมเจ็บไปหมด

 

ผมเสียใจ

 

คนที่เข้ามาตอกย้ำว่าความรู้สึกในใจของผมเกิดขึ้นจริง คือ ยูเลี่ยน ไวเกิล

 

หมอนั่นไม่ได้พูดอะไรสักคำ

 

แค่เดินตรงเข้ามา

 

แล้วก็กอดผมเอาไว้

 

ทันที่มือของยูเลี่ยนแตะเข้าที่หลังหัวของผม

 

ก็เหมือนอาการเจ็บที่ขอบตาจะลามลงมาถึงจมูก

 

ผมสูดจมูกฟุดฟิดอยู่กับไหล่ของยูเลี่ยน

 

พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้

 

แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไร

 

ผมอยากขอโทษที่ต้องทำเสื้อของหมอนั่นเปียกทั้งที่ไม่จำเป็น

 

แต่ผมก็ไม่ได้พูดมันออกมา

 

ตอนที่หมอนั่นตบหลังผมเบาๆ

 

ผมไม่มีอารมณ์แม้แต่จะยกมือขึ้นมากอดหมอนั่นกลับไป

 

ผมได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมา

 

ผมเสียใจมากจริงๆ

 

.

 

.

 

.

 

บรรยากาศในห้องแต่งตัวหลงจบเกมไม่สนุกสนานเหมือนเคย เส้นทางสู่แชมป์ยูโรเพิ่งจบลงหมาดๆ บรรยากาศเหมือนทุกคนกำลังอยู่ในฝันร้าย พวกเขาอยากจะให้มันเป็นแบบนั้น อยากให้มีใครสักคนมีมาเขย่าตัวปลุก แล้วบอกว่าเกมกำลังจะเริ่มอยู่แล้ว มาหลับอะไรอยู่ตรงนี้

 

เผื่อว่าจะได้แก้ตัว…

 

แต่ความจริงก็คือความจริง

 

โจชัวเก็บของด้วยความรู้สึกหน่วงๆ ในใจไม่น้อย ทุกคนในทีมเก็บของกันแบบไร้อารมณ์และเชื่องช้า แต่ถึงอย่างนั้นโจชัวก็ยังเป็นคนสุดท้ายที่กำลังจะออกจากห้องอยู่ดี เพียงแต่ว่ามีใครคนหนึ่งพิงผนังห้องรอเขาอยู่

 

ยูเลี่ยน ไวเกิล…อีกแล้ว

 

อันที่จริงพวกเขาค่อนข้างจะสนิทกัน ถึงเราจะอยู่กับสโมสรที่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอด แต่กับทีมชาติแล้วโจชัวสนิทกันหมอนี่น่าดูเลยล่ะ ด้วยวัยที่เท่ากัน ความชอบคล้ายๆ กัน ก็เลยมีเรื่องให้คุยกันมากมาย พวกเขามักจะจับคู่ฝึกซ้อมและทำอะไรด้วยกันเสมอในนามทีมชาติ

 

หมอนี่เดินเข้ามาปลอบเข้าไปแล้วครั้งหนึ่งโดยไร้คำพูด ส่วนคราวนี้…

 

“ไม่ต้องพูดเลย” โจชัวถูจมูกที่ยังแดงอยู่

 

ยูเลี่ยนยิ้มกว้าง คลายแขนที่กอดอยู่กับอก

 

“ไม่ได้จะพูดอะไรสักหน่อย”

 

ใช่ ยูเลี่ยนก็ยังไม่พูดอะไรเหมือนเดิมจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็ขยับเข้ามาหาเขาอีกครั้ง โจชัวอดไม่ได้ที่จะก้มลงมองพื้นห้อง ในหัวพยายามนึกอยากจะให้มีเรื่องดีๆ เข้ามา จะได้หาเรื่องคุยกัน แล้วก็ทำเนียนเดินออกไปข้างนอกอย่างคนอื่นเขาสักที

 

แต่โจชัวก็คิดไม่ออก

 

แล้วก็ต้องปล่อยให้ตัวเองฝังหน้าไปกับไหล่ของยูเลี่ยนอีกครั้ง

 

“ชู่ ไม่เป็นไร….นายทำดีที่สุดแล้ว”

 

แต่มันดีไม่พอ…

 

“ครั้งหน้าต้องเป็นวันของเรา โอเค๊?”

 

“อืม…”

 

แล้วเราจะกลับมา…อย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม เพื่อทำให้วันนั้นเป็นวันของเราให้ได้

 

+

 

อันทื่จริงต้องบอกว่าเป็นอารมณ์ของเราล้วนๆ เลยค่ะ 5555 ยืมน้องกิ๋มมาเป็นเหยื่อ

แต่ตอนน้องไวไวเดินเข้าไปกอดกิ๋มมันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริงๆ ขอบคุณอ้อมกอดปลอบใจนั้น ♥

o9znx3bsogQ215G7s71-o