[SF] I Need A … Girl? (Mark x Jackson)

Standard

Title: I Need a … Girl?
Author: Nina*
Pairing: Mark Tuan x Jackson Wang
Author’s note: ขอแอบเบรกเดอะรูล…เขียนชอทฟิคสั้นๆ ไม่เป็นจริงค่ะ 300 คำนี่แค่ใส่เนื้อเพลงก็เกินร้าว 555

CG8VPnaUYAA3W9L

โจทย์จาก @ohseungor

Couple: Mark x Jackson (GOT7)
Theme Song: I Need a Girl – Taeyang (https://www.youtube.com/watch?v=BuuiBjL09KY)

ปล. เฮ้ย ทำไมต้องแต่งฟิคกอทเซเว่นอีกแล้ว..

ปล. เฮ้ย นี่ชอบบีสัน ทำไมไม่ได้แต่งบีสันสักที 555

ปล. คนแทกเค้าบังคับมางี้…ฮ่าาาาา มีอะไรโทษ @ohseungor

ปล. คราวหน้าจะแทกอะไรมา ของ่ายๆ หน่อยนะคะ แต่งฟิคตามโจทย์นี้นี่ไม่ง่ายนะเฮ้ย 555

ปล. เนื้อเรื่องกะเนื้อเพลงพยายามเชื่อมโยงสุดแล้ว 555

ปล. สุดท้าย เนื้อเพลงแปะคำแปลเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษนะ ฮี่ๆ

แทกต่อคุณพี่ลลิตา @dzlolita คู่บีสัน (เพราะอยากอ่าน) เพลง Style ของเทยเลอร์ สวิฟต์ค่า ♥

*

I’m tired of being alone, I’m sick of being single; I think I need me a girl. I need a girl like.

ผมน่ะคิดว่าตัวเองไม่ค่อยกระตือรือร้นเรื่องที่อยากจะมีแฟน มีคนรัก หรือมีคนที่คบหาดูใจสักเท่าไร เรียกว่าปล่อยมันไปตามธรรมชาติ มีเข้ามาก็มีเข้ามา ถ้าจะว่างก็แค่สนุกไปกับเพื่อน และก็ใช้ชีวิตไปเท่านั้นเอง จนทำให้หลายครั้งพวกเพื่อนผมก็ชอบบอกว่า ผมน่ะมันพวกเรื่องมาก สเปคสูง หรือไม่ก็พวกหล่อเลือกได้

ใครๆ มักจะบอกว่าผมน่ะหน้าตาดี มีรูปเป็นทรัพย์ และไม่นับคุณสมบัติอีกหลายประการที่พวกเขาชอบบอกว่าผมมีครบทุกสิ่ง ทำให้ผมสามารถจะเลือกเท่าไรก็ได้ตราบเท่าที่ผมยังมีสิทธิ์จะเลือก แต่ผมก็แค่อยากบอกว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลย

ผมรู้นะเวลามีใครมาชอบ ผมไม่ได้รังเกียจด้วยล่ะ ถ้าจะเข้ามาจีบผมก่อน ผมไม่ถือสาเรื่องพวกนี้หรอก แต่ส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนแค่จะกรี๊ดกร๊าดผมไปก็เท่านั้นเอง ไม่ได้มีใครที่รุกเข้ามาจริงๆ สักคน

ก็มีนะที่บางทีผมเป็นฝ่ายเข้าไปจีบก่อน แต่หลายครั้งมันก็ไม่รอดตั้งแต่ตอนจีบ หรือบางคนคบกันไปได้ไม่กี่เดือนก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่สักเท่าไร สุดท้ายผมก็เลยกลายเป็นคนหน้าตาดีที่ยังโสดอยู่เรื่อยๆ ในขณะที่พวกเพื่อนผมหลายคนมีแฟนกันเป็นตัวเป็นตน บางคนก็จริงจังถึงขั้นแต่งงานไปแล้ว หรือบางคนยังเคยเอาหลานมาให้ผมอุ้มเลย

ไม่เชิงว่าเป็นอารมณ์อิจฉา แต่เวลามองเพื่อนตัวเองอยู่กับคนรักกับครอบครัวและมันก็…เหงาแปลกๆ

One that speaks without thinking

Not a little child, but one that will embrace me

Not a girl that plays around sometimes when she’s bored

But one that will only love me

Even if she stays still and guys hand her their phone

That kind of girl that will proudly take out and show my picture

 

A girl that acts shy, but knows how to be bold

Always pretends to careful of her behavior

But when you’re with her

Hmm, y’all know what I’m talking about

Looks are not an issue

But a cute girl who knows style

Even though our hobbies are different

Our tastes are the same

A girl that I can relate to a lot

When we watch movies or listen to music

ช่วงนี้ผมชอบออกมาเดินเล่นในวันที่ฝนตก ใครๆ ก็อาจจะคิดว่ามันดูเพี้ยน ฝนทั้งเปียก เฉอะแฉะ และไม่สบายตัว แต่ผมมีเหตุผลของผมที่จะชอบออกมาเดินเล่นในตอนเช้าที่วันฟ้าขมุกขมัว ออกมาพร้อมกางเกงวอร์มที่ใส่นอน และเสื้อฮู้ดคลุมผมกันไม่ให้เป็นหวัดอีกหนึ่งตัว

สะพานข้ามแม่น้ำสายใหญ่เป็นจุดหมายในการออกมาเดินทอดน่องของผมในทุกๆ วัน ทำไมน่ะเหรอ?

“อ้าว”

เป็นเพราะเจ้าของเสียงแหบๆ ที่ยิ้มทักทายในตอนเช้า ปากแดงๆ ยิ้มหวาน รับการตากลมที่โค้งลงจนตาหยี มือคู่นั้นดึงหูฟังออกจากหูทั้งสองข้าง แล้วชะลอฝีเท้าที่วิ่งมาจากอีกฟากของปลายสะพานเมื่อเดินเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น

แจ็คสัน หวัง คือชื่อของเขา

ครั้งแรกที่เราเจอกันไม่ใช่ความตั้งใจของเราทั้งคู่ ผมก็แค่เกิดอินดี้อยากจะเดินข้ามสะพานตอนเช้าก็เท่านั้น ส่วนแจ็คสันน่ะมาออกกำลังกายตอนเช้าตามปกติ ผมเดิน เขาวิ่ง เราสวนทางกัน โดยที่สบกันแค่แว้บเดียวเท่านั้น ต่างฝ่ายต่างไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกเป็นครั้งที่สอง เขาน่ะเป็นยังไงผมไม่รู้ แต่ตัวผมเอง วันนั้นมันเหมือนไม่มีสมาธิ เหมือนภาพสายตาของเขามันเข้ามารบกวนผมอยู่ตลอดเวลา

ทำให้ครั้งที่สองที่เราเจอกันเป็นความตั้งใจของผมเอง…

หน้าตาของเขาตอนที่เราบังเอิญสวนกันอีกครั้งดูประหลาดใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่าแค่คนสวนกันบนสะพานเท่านั้น จนกระทั่งครั้งที่สอง สาม และสี่นั่นล่ะ…เขาถึงได้เริ่มยิ้มให้ผม ถึงจะเป็นแค่ยิ้มทักทาย ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นก็เถอะ แต่มันช่างเป็นรอยยิ้มที่คุ้มค่าที่ผมจะเปลี่ยนจากการนั่งรถไฟใต้ดินแสนแออัดไปทำงาน มาเป็นการเดินไปทำงานแทนทุกเช้า

พอเข้าอาทิตย์ที่สอง ผมถึงได้เริ่มคุยกับเขาเป็นครั้งแรก และรู้ว่าเขาชื่ออะไร

แจ็คสันเป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติ ที่ปัจจุบันไม่ได้รับใช้ทีมชาติในฐานะนักกีฬาอีกแล้ว เพราะเขาผันตัวมาเป็นสต๊าฟโค้ชแทน แต่ก็ยังติดนิสัยต้องออกมาวิ่งทุกเช้าเพื่อให้ร่างกายพร้อมอยู่เสมอ เขาเล่าว่าเขาชอบวิ่งตอนเช้าๆ เพราะว่าอากาศดี ผู้คนก็ไม่เยอะเหมือนช่วงเย็น ทำให้ไม่ต้องคอยหลบหลีกใครให้วุ่นวาย โดยเฉพาะสะพานนี้แจ็คสันบอกว่าเขาจะไม่เจอใครซ้ำเป็นครั้งที่สอง ผมเป็นคนแรกที่ได้รับสิทธิ์นั้นจากความตั้งใจของผมเองที่แจ็คสันไม่เคยรู้

ช่วงเวลาสั้นๆ ราวห้านาทีเท่านั้นที่ผมจะได้คุยกับเขาในทุกๆ วัน เป็นแค่การทักทายของคนที่บังเอิญเจอกันตอนเช้าสำหรับแจ็คสัน แต่สำหรับผม ยิ่งเราเจอกันมากครั้งขึ้นเท่าไร ผมก็ยิ่งรู้สึก…หลง? ใช่ เหมือนรู้สึกว่าหลงไปกับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ แม้แต่เสียงลมหายใจของเขาเลย

ผมพยายามคิดอยู่เรื่อยๆ ว่าผมจะชวนเขายังไงให้ดูไม่โจ่งแจ้งเกินไปว่าผมอยากจะรู้จักเขามากกว่านี้ จะใช้เรื่องบังเอิญที่ไม่มีจริงอยู่ในโลกด้วยการโผล่ไปที่แคมป์ทีมชาติงั้นหรือ? ในฐานะอะไรล่ะ เขาเล่นกีฬาอะไรมาก่อนผมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ และผมไม่คิดว่าสถานที่ฝึกซ้อมของนักกีฬาทีมชาติจะยอมให้คนนอกเดินดุ่มๆ เข้าไปง่ายๆ แล้วถามว่า ขอโทษนะครับ ที่นี่มีคนชื่อ แจ็คสัน หวังไหม? พอดีผมชอบเขามาก เลยอยากจะชวนเขาไปดื่มกาแฟตอนบ่ายสักหน่อย

เสียสติน่า…

และด้วยความปอดแหกแบบไม่น่าเชื่อของผมเองทำให้สุดท้าย แจ็คสันก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนผมไปดื่มกาแฟตอนบ่ายด้วยกันแทน

งานของผมเข้าตอนเช้า ออกตอนเย็นเหมือนกับพนักงานบริษัททั่วไป แต่ถ้าเกิดวันไหนผมต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ตอนเช้า ผมก็จะว่างตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไป จะกลับเข้าบริษัทหรือไม่ก็ได้ ส่วนมากผมก็จะออกไปดูหนัง ซื้อของอะไรของผมไปเรื่อย แต่วันนั้นเป็นโอกาสที่ดีมากที่ผมมีงานนอกสถานที่ตอนเช้า ทำให้ผมตกปากรับคำทันทีโดยไม่ต้องคิดแม้แต่น้อยตอนที่แจ็คสันบอกว่าวันนี้เขาว่างทั้งวัน

‘อยากไปดื่มกาแฟกับผมไหม?’

ไม่ว่าแจ็คสันจะชวนผมด้วยจุดประสงค์อะไร ผมว่าตอนนี้เขาก็น่าจะเข้าใจเหตุผลที่อยู่ๆ ผมก็โผล่เข้ามาในชีวิตเขาอยู่เกือบเดือนแล้วล่ะ

“พักนี้ไม่ค่อยเห็นมาร์คเลย” แจ็คสันว่าอย่างนั้น ผมชอบเวลาเขาเรียกชื่อผมด้วยเสียงของเขา ชอบวิธีที่เขายิ้มจัง ให้ตายเถอะ…ผมว่าผมโสดนานไปหน่อยแล้วถึงได้เป็นเอามากขนาดนี้

“ตื่นสายน่ะ ก็เลยไม่ทันเจอกัน”

ที่บอกว่าตื่นสายน่ะก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนเป็นเพราะว่าเขาเปลี่ยนไปเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินเหมือนเดิมบ้าง เพราะยังไงถ้ามาผิดเวลาก็ไม่ได้เจอแจ็คสันอยู่แล้ว และอีกอย่างตอนนี้เขาก็ไม่ได้เจอกับแจ็คสันแค่เฉพาะเช้าเท่านั้นแล้วด้วย

“งั้นเจอกันเย็นนี้นะ”  แจ็คสันยิ้ม แล้วก็โบกมือลาเพื่อกลับไปวิ่งต่อ ผมยืนพิงราวสะพานมองเขาหายไปยังฝั่งที่ผมเพิ่งจะเดินข้ามมา แล้วก็เดินต่อไป

(Yes!) I love girls, girls I do adore

In front of people, she has principles as she plays

In front of me, she’s like “A’ing, I don’t know”

หลังจากรู้จักกันมาเกือบครึ่งปี ผมถึงได้รู้อะไรนอกเหนือจากชื่อและงานที่เขาทำบ้าง

ตอนที่ผมรู้ว่าแจ็คสันอายุน้อยกว่าผมแค่ปีเดียวมันทำให้ผมแปลกใจพอสมควรเลยล่ะ เพราะเขาจะดูจริงจังเวลาทำงานจนเหมือนอายุเกินบุคลิกไปค่อนข้างมาก (ผมเคยไปดูเขาคุมนักกีฬารุ่นเล็กแข่งสองหรือสามครั้ง) แต่เวลาที่ผมชอบมากที่สุดคือตอนที่แจ็คสันอยู่กับผมแค่สองคน เขาจะเหมือนเป็นเด็กไปเลย ก็ไม่ถึงขั้นว่าเป็นเด็กเล็กๆ อะไรหรอกนะ ก็แค่…เขาจะมีมาดน้อยลง ดูผ่อนคลายมากขึ้น ยิ้มบ่อย หัวเราะง่าย และทำให้ผมรู้สึกว่า อา…ให้ตายเถอะ แจ็คสันทำอะไรกับผมเนี่ย

Looks are not an issue

But a cute girl who knows style

Even though our hobbies are different

Our tastes are the same

A girl that I can relate to a lot

When we watch movies or listen to music

 

A voice that wakes me up in the morning

(Morning Kiss) I want to start the day

I’ll learn on your knees at night

As I listen to a lullaby

I want to dream of you

ผมบอกหรือยังว่าเรายังไม่ได้เป็นอะไรกันหรอกนะ…ไม่ใช่แฟน แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่แค่คนรู้จักแน่ๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันล่ะนะว่าระหว่างผมกับเขา ใครเริ่มจีบใครก่อน หรือว่าตอนนี้ใครกำลังจีบใครอยู่หรือเปล่า เราก็แค่ใช้เวลาร่วมกันบ้างในแต่ละอาทิตย์ ตอนเช้า ตอนบ่าย ตอนเย็น หรือตอนสุดสัปดาห์ที่ห้องพักของผม แต่ก็ไม่ใช่ทุกวันหรอกนะ ก็แล้วแต่ว่าเราจะว่างตรงกันเมื่อไร

ถ้ามีเวลาเจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง ผมก็พาแจ็คสันไปกินข้าวบ้าง ขนมบ้าง กาแฟบ้าง แล้วแต่ว่าเขาอยากจะทำอะไรหรือมีเวลามากแค่ไหน แต่ถ้าเป็นช่วงเสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุดยาวๆ ที่เขาไม่ต้องทำงาน ส่วนมากเราก็แค่นั่งดูหนังด้วยกันที่ห้องของผมหรือที่โรงหนัง เป็นหนังที่ผมชอบบ้าง ไม่ก็หนังที่เขาอยากดู ถึงรสนิยมของเราจะไม่ได้เหมือนกันเสียหมด แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าความชอบของอีกฝ่ายน่ารำคาญสักนิด

วันไหนที่นึกไม่ออกว่าอยากจะกินอะไรก่อนกลับไปที่ห้องของผมดี ผมก็แค่จะพาเขาไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต เลือกเมนูง่ายๆ ที่ผมทำได้ และแจ็คสันก็ไม่เคยมีปัญหาที่จะกินอาหารที่ผมทำเลยไม่ว่ามันจะซ้ำซากแค่ไหนก็ตาม

บางวันที่ผมเผลอนอนหลับไปก่อนทั้งที่เรายังดูหนังด้วยการอยู่ แจ็คสันก็อาจจะแค่บ่นนิดๆ หน่อยๆ หลังจากตื่นขึ้นมาแล้ว แต่แจ็คสันก็มีวิธีดีๆ ในการทำให้เช้าวันนั้นเป็นเช้าที่ดีที่สุดในทุกๆ วัน ด้วยการปลุกผมด้วยเสียงของเขา มันโคตรดี ที่ได้เห็นรอยยิ้มหวานๆ กับแพขนตาในระยะประชิดที่เพิ่งจะขยับห่างออกไปหลังจากปลุกผมเสร็จแล้ว ไม่ว่าเมื่อคืนจะเหนื่อยแค่ไหน หรือว่าเช้าวันนั้นแจ็คสันจะปลุกผมขึ้นมาเช้าแค่ไหนก็เถอะ

You know don’t need no more

It’s just not like that

You’re the person I want to give my heart to

ทั้งที่อะไรๆ มันก็ดูลงตัวไปหมดแล้ว แต่ผมก็ยังไม่กล้าพูดให้อะไรๆ มันชัดเจนเสียที

ผมก็ได้แต่หวังว่าสักวันที่ผมกล้าพอจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายชิงพูดก่อนเหมือนเมื่อครั้งแรกที่เราเริ่มทำความรู้จักกันก็คงจะดี

Girl, I need a girl

Girl, I get, gotta make you’re mine

I’m treat you right, baby

 

Girl, I need a girl

Pretty no matter what she does

A pretty body, too

Girl,, I need a girl

Baby, I need you

Girl, you need me too

 

Girl, are you listening to me?

Baby, I need you

Girl, you need me, too

 

Girl, I need a girl

*

FIN

ตัดจบสุดอะไรสุด XD