[SF] Just A Fool | Asa x Harrison

Standard

Day 9
5th Song: Just A Fool
Asa x Tom

 

+

 

Another shot of whiskey please bartender

Keep it coming til I don’t remember at all

How bad it hurts when you’re gone

 

แฮริสันจำไม่ได้ว่าตัวเองดื่มเป็นแก้วที่เท่าไรแล้ว

 

แต่เขาก็ยังบอกให้บาร์เทนเดอร์รินวิสกี้ต่อเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเมาเลยสักนิด ไม่แม้แต่จะรู้สึกว่าตัวเองรับรู้อะไรได้น้อยลงอย่างที่หวัง ถึงแม้บรรยากาศในบาร์ที่เขากำลังนั่งนั้นค่อนข้างจะเงียบสงบไม่มีอะไรให้รับรู้มากนักก็เถอะ แต่นั่นก็ดีแล้ว ด้วยอารมณ์ในตอนนี้เขาอยากจะนั่งเงียบๆ มากกว่าจะมีอารมณ์มาเสวนากับใคร

 

บางครั้งแฮริสันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกได้ยังไง

 

เขาจำได้ว่าพวกเขาเคยรักกัน อย่างน้อยก็รู้สึกว่าตัวเองเคยมีความสุขกว่านี้ตอนที่พวกเขาเพิ่งรู้จักกันใหม่ๆ ตอนที่พวกเขาเพิ่งพบกัน ตอนที่เอซ่ายังไม่เริ่มขี้หงุดหงิด ตอนที่เอซ่ายังไม่ทำตัวแบบที่เป็นในช่วงหลัง แฮริสันพยายามทำเรื่องที่เอซ่าบอกว่าเป็นเรื่องแย่ๆ ของเขาให้มันดีขึ้น ปรับปรุงทุกอย่างที่เอซ่าบอกมันเป็นข้อเสียที่เอซ่าทนไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะทำยังไง เอซ่าก็ยังทำให้แฮริสันเสียน้ำตาอยู่เรื่อย เพราะไม่ว่าจะทำให้มากแค่ไหน มันก็ไม่เคยเพียงพอสำหรับเอซ่าสักที

 

เขาร้องไห้ให้กับความเฮงซวยของเอซ่า

 

เขาร้องไห้ให้กับความสัมพันธ์ที่ง่อนแง่นระหว่างเรา

 

มันง่อนแง่น ไม่มั่นคง พร้อมจะถล่มลงมาได้ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นแฮริสันก็ยังพยายามประคองมันเอาไว้เสมอ เขาพยายามใช้ทุกๆ อย่างที่ตัวเองมีรักษาความสัมพันธ์ของพวกเขาเอาไว้ ในขณะที่เอซ่าคอยแต่จะทำลายมันอยู่เรื่อย

 

ทำไมเขาถึงไม่คิดนะว่าเอซ่าไม่ได้อยากให้เขารักษามันเอาไว้

 

จนในที่สุดแฮริสันก็ตัดสินใจที่จะเลิกโอบกอดความเจ็บปวดที่ไม่มีประโยชน์เอาไว้และปล่อบให้มันพังทลายลงมาแทบเท้าของตัวเอง เผื่อว่าคนอย่างเอซ่าจะเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาบ้างว่าเขาเองก็มีหัวจิตหัวใจและความอดทนของเขาเองก็มีจำกัดเช่น

 

แต่แฮริสันก็รู้ว่าตัวเองพลาด…ตอนที่เอซ่าเดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ

 

โกรธ โมโห เกลียด เสียใจ…ผิดหวังจนไม่รู้จะพูดออกมายังไง

 

แฮริสันคาดหวังแค่…เอซ่าอาจจะเอ่ยปากขอโทษเขาสักครั้งที่ทำให้เขาเสียใจ เสียน้ำตา ไม่ได้หวังอะไรไปมากกว่านั้น เพราะเขารู้จักคนรักของตัวเองดี หรือก็เคยคิดว่ารู้จักดีว่าคนอย่างเอซ่าคงไม่มีทางทำอะไรมากกว่าเอ่ยปากขอโทษ ซึ่งถ้าทำก็เป็นความมหัศจรรย์ที่สุดแล้ว

 

และความมหัศจรรย์นั่นไม่เคยเกิดขึ้น

 

Turn the music up a little bit louder

Just gotta get past the midnight hour

Maybe tomorrow it won’t

Be this hard

 

ตอนที่เขาร้องขอแก้วที่สิบ…หรืออาจจะมากกว่านั้น บาเทนเดอร์ก็บอกว่าเขาควรพอก่อนจะดีกว่า

 

แฮริสันมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองแล้วถอนหายใจ เขาขอบคุณที่บาร์เทนเดอร์เอ่ยปากเตือน เขาจ่ายเงินค่าเหล้าทั้งหมดในคืนนั้นและทิปไปด้วย แฮริสันไม่โกรธหรอก ยังไงเสียถ้าจะเมาจนเละเทะควรก็ควรจะไปเมาในห้องตัวเองต่อ เขาจำได้ว่าตัวเองมีเหล้าสก็อตเก็บไว้ในตู้ที่ห้องครึ่งขวด ก็ไม่เลวนักถ้าจะกลับไปดื่มคนเดียวในที่ที่เงียบกว่านี้ แม้ว่าความจริงจะไม่ได้อยากกลับไปที่ ‘ห้อง’ เท่าไร

 

เขาใช้บริการแท็กซี่ให้ไปส่งจนถึงหน้าอพาร์ทเมนท์ โชคดีที่แม้ว่าจะพักอยู่ที่ชั้นห้า แต่อพาร์ทเมนท์แห่งนี้ก็ใหม่พอจะมีลิฟต์ไว้บริการ และดึกขนาดนี้ก็ไม่มีใครใช้บริการมันให้แฮริสันต้องรู้สึกเกรงใจกับกลิ่นแอลกอฮอลล์ที่โชยออกมาจากตัว

 

ห้องของเขาอยู่ที่สุดทางเดิน ตรงหัวมุมพอดีและไม่ติดกับที่ทิ้งขยะที่อยู่อีกฟากด้วย แฮริสันเคยชอบห้องนี้มาก จนกระทั่งมันกลายเป็นห้องของเราที่เหลือแค่เขาเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ในห้องนี้

 

แฮริสันทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวโปรดที่เขาเคยชอบนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนี้เป็นประจำ ในขณะที่มีอีกคนในห้องคอยทำเสียงประหลาดๆ ตอนเล่นเกม แต่แฮริสันก็ไม่เคยรำคาญสักนิด เขาชอบที่มีอีกคนอยู่ในห้อง คอยบ่นโวยวายเวลาที่เล่นเกมแล้วไม่ได้ดั่งใจ มาอ้อนเขาเวลาที่เล่นแล้วแพ้ เขาชอบเวลาที่มีเอซ่าอยู่ในห้องด้วย

 

เขาอยากให้เอซ่ายังอยู่ด้วยกัน…

 

Who am I kidding

I know what I’m missing

 

เสียงกุกกักหน้าห้องทำให้แฮริสันสะดุ้งตื่น เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอหลับไปตอนไหน จำได้ว่านั่งมองข้าวของในห้องแล้วพาลคิดถึงเรื่องต่างๆ นานา รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง เขาผุดลุกขึ้นวิ่งไปที่ประตูจนเกือบสะดุดล้ม เพราะไม่ได้เปิดไฟในห้องเอาไว้ มีเพียงแสงสลัวที่ลอดมาจากเสาไฟด้านนอกเท่านั้น แต่นอกจากเกือบจะสะดุดข้าวของในห้องแล้ว แฮริสันก็ยังเผลอทำให้ใจของตัวเองหล่นวูบไปด้วย เพราะเสียงที่แฮริสันได้ยินเป็นเพียงเสียงจากข้างห้องที่อาจจะเพิ่งกลับจากทำงานะดึกแล้วเปิดประตูเสียงดังไปสักหน่อย บานประตูของแฮริสันปิดสนิท ไม่มีใครทำอะไรมัน

 

มันว่างเปล่า

 

แฮริสันยิ้มเยาะกับความโง่งมของตัวเอง

 

เขาไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ แต่น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างที่ไม่ได้ต้องการ แม้จะอยู่คนเดียวแต่เขาก็อดกลั้นสะอื้นเอาไว้และพยายามก้มหน้าจนคางแทบชิดคอไม่ได้ เพราะเสียงของเอซ่ายังคงดังก้องอยู่ในหูเสมอว่าเจ้าตัวเกลียดน้ำตาและคนร้องไห้มากแค่ไหน

 

I had my heart set on you

But nothing else hurts like you do

Who knew that love was so cruel

And I waited and waited so long

For someone who’d never come home

 

แฮริสันยิ้มทักทอมที่ฉีกยิ้มกว้างใส่เขาที่ยอมออกมาจากถ้ำ ก่อนเจ้าตัวจะรีบหุบยิ้มด้วยท่าทางไม่แน่ใจว่าตัวเองทำตัวร่าเริงมากเกินไปหรือเปล่า

 

“มึงโอเคหรือยัง”

 

“มึงถามทั้งที่รู้เนี่ยนะ”

 

เพื่อนสนิทของเขาส่งยิ้มแห้งกลับมาให้ แต่แฮริสันก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจจะถามคำถามโง่ๆ ก็แค่เป็นห่วงเขาเท่านั้นเอง

 

“ย้ายออกดีกว่าไหมวะมึง”

 

ทอมพูดเรื่องนี้มาเป็นครั้งที่ร้อยตั้งแต่วันที่เขาถูกบอกเลิกโดยที่ไม่ใช้คำพูดสักคำ เจ้าตัวด่าสาดเสียเทเสียสลับกับขอร้องให้แฮริสันย้ายออกมาจากห้องพักนั่นสักที แต่แฮริสันก็ยังคงไม่ย้ายออกสักที เอาแต่บอกตัวเองว่าขอเวลาอีกหน่อย ให้เวลาเอซ่าอีกนิด…มันเป็นความหวังเล็กๆ ในความสิ้นหวังที่รู้ว่าตัวเองกำลังจมจ่อมอยู่กับอดีตที่ไม่มีวันคืนกลับมา

 

“กู…ยังไม่พร้อม เขาอาจจะกลับมาก็ได้”

 

“โอ๊ย! มันน่ะนะ…”

 

ทอมด่าเอซ่าอีกยาวเหยียดโดยที่ไม่เอ่ยชื่อของอดีตคนรักของเพื่อนแม้แต่คำเดียว ไม่รู้ว่ากลัวแฮริสันได้ยินชื่อเอซ่าแล้วสะท้อนใจ หรือแค่เกลียดอีกฝ่ายมากจนไม่อยากจะเอ่ยถึงให้เป็นเสนียดปากกันแน่

 

“กู…แค่อยากรอน่ะ ทอม”

 

“เฮ้อ เหนื่อยกว่าเลี้ยงหมาสิบตัวก็บอกให้มึงเปลี่ยนใจเนี่ยแหละ”

 

ทอมยอมแพ้และเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นในที่สุด แฮริสันได้แต่ยิ้มขอบคุณและรับเอาไว้แต่ความหวังดีของเพื่อนเท่านั้น

 

เขารู้ว่าที่ทำมันโง่ แต่เขาเองก็ยังมีความหวัง แม้จะเป็นความหวังล้มๆ แล้งๆ ของคนโง่ที่คิดว่าตัวเองอาจจะโชคดีได้คนที่รักคืนมาก็ตาม

 

It’s my fault to think you’ll be true

I’m just a fool

b886bb27ca5cc464739d01b797fa98f5

Advertisements