[SF] Beard Boy (Thomas x Dylan)

Standard

Title: Beard Boy
Author: Nina*
Paring: Thomas x Dylan
Rating: PG
Author’s note: มโนล้วนไม่มีความจริงผสม…น๊าน นานจะเขียนฟิคฝรั่งสักที คือไม่ถนัดอ่ะ นี่เรื่องห้าเองป่ะ ตั้งแต่เขียนฟิคมา ฮ่าาาา สรีระฝรั่งกับสำนวนเราแม่งไปด้วยกันไม่ได้จีจี Orz อ่านแล้วตลกๆ โปรดมองข้ามไป แอร๊ TT

 

เรื่องนี้คิดได้เพราะเห็นหน้าใสๆ ของอีแล่นที่พรมแดงสกอชแล้วชื้นใจน้ำตาแทบไหล แล้วคิดถึงตอนที่คุยกะเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งตอนเรียนมหาลัยว่าทำไมบางวันนางโจรป่ามาก แต่บางวันก็หน้าใสกิ๊ง ก็เลยได้ฟิคเรื่องนี้มา…

*

“ฉันสงสัยจังว่าทำไมนายถึงชอบไว้หนวดรุงรัง”

ดีแลนไม่คิดมาก่อนว่าคำถามยอดฮิตที่ใครๆ ก็ชอบถามเขามันจะหลุดออกมาจากปากหนุ่มอังกฤษจนกลายเป็นการถกเถียง ไปจนถึงกิจกรรมที่เขาจะต้องมานั่งจุ้มปุ้กอยู่ตรงขอบอ่าง รอให้เจ้าของคำถามมา ‘เฉือด’ เขาอยู่แบบหวั่นๆ

“เฮ้ เอาตามจริง ฉันโกนเองได้นะ ทอม”

“ก็เห็นว่านายขี้เกียจ ฉันก็เลยอาสาให้ ไหนๆ ก็อยู่ใกล้ๆ มือแล้ว ไม่ได้มีโอกาสจะเจอกันบ่อยๆ หรอกนะถ้าไม่ได้ต้องออกกองน่ะ”

ดีแลนกลอกตาไปมากับน้ำเสียงน่าหมั่นไส้และรอยยิ้มกวนประสาทที่น่าจะประดับอยู่บนใบหน้าของคนที่กำลังหันหลังวุ่นวายอยู่กับอะไรก็ตามที่อยู่ในอ่างอาบน้ำของโรงแรม ปากก็ขยับล้อเลียนคำพูดของโทมัสแบบไร้เสียง แต่พอเจ้าตัวหมุนตัวกลับมาก็รีบหุบปากฉับแล้วทำหน้าตายอย่างรวดเร็ว โทมัสขมวดคิ้วนิดเดียว…นิดเดียวเท่านั้นล่ะ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะฉะนั้นดีแลนก็จะถือว่าตัวเองรอดตัวไปแบบใสๆ

“ให้ตายเหอะ โทมัส นายก็เห็นว่ามันมีที่โกนไฟฟ้าอยู่ในตู้…”

“อยู่เฉยๆ”

ปะกาศิตจากคนที่รูปร่างผอมกว่าดีแลนตอนปล่อยตัวเกือบครึ่งว่ามาอย่างนั้น ดีแลนจะทำอะไรได้เสียนอกจากทำตามอย่างว่าง่าย เพราะไม่อยากโดนมีดโกนคมกริบจากอีกคนปาดคอหอยแทนที่จะกำจัดขนบนใบหน้าตามที่เจ้าตัวตั้งใจว่าจะทำ

โทมัสดูตั้งอกตั้งใจกับการป้ายโฟมขาวๆ ลงบนหน้าของเขาเหลือเกิน มากเสียจนดีแลนอดคิดไม่ได้ว่าหมอนี่วางแผนเอาไว้ตั้งแต่เห็นหน้ากันในกองครั้งแรก หรือว่าคิดเอาไว้ตั้งแต่อยู่ที่ลอนดอนกันแน่นะ

ปัญหาโลกแตกของ มนุษย์ขนดก แบบดีแลนก็คือ ขนทุกส่วนในร่างกายของเขามันงอกขึ้นมาเร็วมากแบบที่ มนุษย์ไร้ขน แบบคุณชายโทมัสคงจะไม่เข้าใจ

ผู้ชายทุกคนบนโลกใบนี้มันจะต้องตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองมีตอหนวดจิ๋วๆ ทิ่มขึ้นมาบนใบหน้าทุกเช้าด้วยสถิติความน่าจะเป็นพอเพียงกับการเคารพธงชาติตอนเช้านั่นล่ะ คือ บางคนก็อาจจะทุกวัน บางคนก็อาจจะวันเว้นวัน บางคนก็อาจจะสองวันหน แต่สำหรับ…ดีแลน ก็น่าจะเดากันได้จากความยาวของขนที่แขนใช่ไหมล่ะ

คือ ถ้ามันมีงาน ดีแลนก็จะขยันโกนหรอกนะ มันเป็นหน้าที่ไง แต่โดยธรรมชาติแล้ว ถ้าไม่ต้องเอาหน้าตาไปออกกล้องหรือพบปะผู้คนที่ไหน มันก็ขี้เกียจจะโกนน่ะ เปลืองไฟโดยไม่จำเป็น มนุษย์เพศชายแบบดีแลนก็ไม่สำอางพอจะโกนหนวดทุกเช้า เพราะว่ามันสำคัญเท่ากับการอาบน้ำและแปรงฟันหรอกนะ

อา…ใช่สิ บางวันเขาก็ไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำ

ดีแลนเหลือบตามองคนที่เอาจริงเอาจังกับการโกนหนวดให้เขามาก สาบานเถอะว่ามันก็ไม่ได้เยอะอะไร แค่แบบหรอมแหรมอ่ะ แต่คิดว่าพ่อคนหน้าใสเป็นกิจวัตรแบบโทมัสคงไม่เข้าใจ เพราะสัมผัสได้จากครีมโกนหนวดที่กระจายพื้นที่ไปทั่วทุกตารางนิ้วรอบคางและสันกรามของเขาแล้ว คิดว่าถ้าโทมัสปาดจอนและคิ้วของดีแลนออกไปได้ด้วยก็คงทำแล้ว

พอปาดครีมโกนหนวดเสร็จ โทมัสก็หันหยิบมีดโกนรุ่นโบราณแบบสวินนี่ ทอดด์ขึ้นมาถือไว้ในมือ โดยมีฉากหลังเป็นรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจ จนดีแลนแอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ

หวังว่าโทมัสคงไม่นึกอยากเปลี่ยนอาชีพจากนักแสดงเป็นฆาตกรแบบกะทันหันเอาตอนนี้หรอกนะ ดีแลนยังไม่อยากตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งในสกู๊ปข่าวฆาตกรรมเพื่อนนักแสดงหมกห้องพักในโรงแรมน่ะ

คมมีดถูกวางลงตรงบริเวณใต้จอนของดีแลนนิดเดียว ก่อนที่น้ำหนักของใบมีดจะลื่นไหลไปตามแนวสันกรามอย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ ทุกอย่างรวดเร็วและน่าประหลาดใจมากสำหรับดีแลน เขาไม่คิดว่าโทมัสจะโกนหนวด เอ่อ…เก่ง? ขนาดนี้ ดูจากหน้าใสๆ ของเจ้าตัวแล้วก็ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะได้มีโอกาสโกนหนวดอะไรบ่อยหรอกนะ เพราะพูดกันตรงๆ ดีแลนยังแทบจะไม่เคยเห็นหนวด หรือแม้แต่ตอหนวดของโทมัสเลยสักครั้งน่ะ

โทมัสไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำในระหว่างที่เปลี่ยนองศาของปลายมีดและตำแหน่งในการโกน ไม่ว่าจะเป็นจากแนวกราม ไปเป็นที่ปลายคาง หรือจุดเหนือริมฝีปาก โทมัสทำหน้าที่ที่ตัวเองรับอาสาเงียบๆ อาจจะมีหันไปล้างใบมีดที่อ่างล้างมือบ้าง แต่ก็นั่นล่ะ โทมัสก็ไม่ได้ปริปากอะไรออกมาสักคำอยู่ดี

“เงยหน้า”

ถึงโทมัสจะออกคำสั่ง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ได้อยากได้ทั้งคำตอบรับหรือการปฏิเสธหรอกนะ เพราะนิ้วของโทมัสจัดการดันปลายคางของดีแลนให้เชิดขึ้นสูง พร้อมกับวางใบมีดลงที่ลำคอ เป็นอีกหนที่ดีแลนอยากจะกลืนน้ำลาย แต่เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดลูกกระเดือกของตัวเองขยับตอนนี้มันจะไปโดนเข้ากับคมมีดที่กำลังทำงานหรือไม่ เลยได้อมเอาไว้ในปากอยู่อย่างนั้น

“นิ่งๆ ไว้ ฉันไม่ทำนายเจ็บหรอกน่า ดีล”

แหม…ฟังแล้วชื่นใจจัง ถ้าไม่นับรวมน้ำเสียงที่เกือบๆ จะเป็นการหัวเราะเยาะอยู่แล้วน่ะนะ

ดีแลนนั่งอยู่นิ่งๆ ตามที่อีกคนบอกจนกระทั่งอีกฝ่ายดูพออกพอใจกับผลงานการกำจัดขนบนใบหน้าของเขาแล้ว ดีแลนถึงได้ผ่อนเอาไหล่ที่แข็งเกร็งให้ลู่ลง และดูเหมือนว่าโทมัสจะสังเกตเห็น หมอนั่นถึงได้หัวเราะออกมาจนได้ หลังจากที่เอาแต่ทำหน้ายิ้มๆ มาสักพักใหญ่

“เกร็งอะไรขนาดนั้น คิดว่าฉันจะฆ่านายหรือไง ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาจะรัฐไหน หรือประเทศอะไรมันก็จบไม่สวยหรอกนะ”

ดีแลนขยับปากล้อเลียน ก่อนจะลุกขึ้นไปล้างเอาครีมที่เหลืออยู่นิดหน่อยบนหน้าและลำคอออก แล้วหยิบเอาผ้าขนหนูที่แขวนอยู่มาซับๆ ก่อนจะใช้มือลูบไปตามส่วนต่างๆ ของใบหน้าตัวเอง และค้นพบว่าโทมัส โบรดี้ แซงสเตอร์เป็นคนที่โกนหนวดให้ชาวบ้านได้เนี้ยบมากจริงๆ เผลอๆ จะโกนได้เกลี้ยงเสียยิ่งกว่าตอนที่ดีแลนโกนให้ตัวเองเสียอีก

“ตอนเด็กๆ นายรับจ็อบโกนหนวดเหรอ ทอม”

ดีแลนเห็นสายตาและหน้าตาแบบที่ด่ากันตรงๆ ว่าไร้สาระที่สะท้อนผ่านกระจกมาแล้วก็ได้แต่บ่นงึมงำว่าล้อเล่นนิดหน่อยไม่ได้หรือไง แต่พอจะเดินออกจากห้องน้ำ ไอ้เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำดันไม่ยอมหลบให้พ้นทาง เอาแต่ขวางประตูเอาไว้

จะเอาอะไรจากเขาอีกล่ะวันนี้…

“นายจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าทำไมฉันถึงโกนหนวดให้นาย”

“ไม่อ่ะ”

ระดับสติปัญญาของดีแลนไม่ได้เล็กกว่าลิงชิมแปนซีถึงจะได้คิดไม่ได้ แต่ตอนนี้เจ้าตัวไม่อยากจะคิดอะไรเท่าไร ตอนนี้มาตรวัดความฉลาดของเขาอยู่ในระดับเดียวกับปลาทองโง่ๆ ที่มีวุ้นอยู่บนหัว คิดอะไรไม่ได้นอกจากขยับปากบ็อบ บ็อบไปวันๆ เท่านั้น

“แต่ฉันอยากบอก”

“แล้วจะมาถามทำไมวะ ก็บอกแต่แรกเลยก็จ—”

อา…ดีแลนก็อยากจะด่าให้จบประโยคหรอกนะ แต่บังเอิญว่าตอนนี้ปากมันไม่ว่างจะด่าเพราะว่าไอ้คนที่ทำตัวน่าด่ามันคว้าเอาคอของดีแลนเอาไว้แน่น แล้วก็…แล้วก็…

แล้วก็จัดการให้ดีแลนพูดอะไรไม่ได้เลย อย่าว่าแต่จะพูดเลย จะให้คิดอะไรยังไม่ได้เลย ทำได้อย่างเดียวคือปล่อยให้โทมัสทำอะไรที่อยากจะทำ ไม่ขัดขืนเลยสักนิดเดียว แต่ถ้าถามว่าตอบรับไหมน่ะเหรอ

ไม่เอาน่า นี่มันเรื่องส่วนตัวนะ…

“ฉันไม่ชอบเวลาที่หนวดมันมาจิ้มหน้าฉัน เวลาที่ฉันทำแบบนี้ จำไว้ด้วยล่ะ”

ดีแลนกระพริบตาปริบๆ หลังจากที่มีโอกาสได้ทั้งหายใจและตั้งสติ แต่อย่าถามล่ะว่าตั้งใจสติได้ไหม หรือว่าหายใจอยู่หรือเปล่า ขอเวลาตกใจหน่อย ถึงมันจะไม่ใช่ครั้งแรก และไม่ใช่ครั้งที่สอง สาม สี่ หรือห้าก็เถอะ

“คราวหน้าก่อนมาเจอกันก็ขอหน้าใสๆ ล่ะ ดีแลน โอไบรอัน”

*

FIN